สมาคมเบาหวานฯ -สสส.จับมือภาคี ยกระดับบุคลากรสาธารณสุข ผ่าน E-Learning DM Remission ขยายต้นแบบดูแล ‘เบาหวานระยะสงบ’ หวังลดการใช้ยา

 ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธาน สรุปผลโครงการโรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ (DM Remission) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ซึ่งสมาคมฯ ร่วมกับ WHO-CCS NCDs กระทรวงสาธารณสุข สสส. สวรส. สปสช. สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่าย เพื่อถอดบทเรียน ขยายรูปแบบบริการสำหรับผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อเข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบในบริบทไทย

ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี กล่าวว่า สถานการณ์โรคเบาหวานในไทยยังน่าเป็นห่วง ข้อมูลจากการสำรวจ โดยการตรวจร่างกาย พบความชุกของโรคเพิ่มจากร้อยละ 6.6 ในปี 2547 เป็นร้อยละ 10.6 ในการสำรวจปี 2567-2568 ในจำนวนนี้มีผู้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีเพียง 1 ใน 3 ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนระดับน้ำตาลไม่เข้าเกณฑ์เบาหวาน โดยไม่ต้องใช้ยาจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพแบบยั่งยืน ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ ลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ และเป็นไปตามเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่จะหยุดยั้งการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยเบาหวาน และลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ลงหนึ่งในสามภายในปี 2030

“หลักการสำคัญ ที่ทำให้โรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ คือ การลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 10 ของน้ำหนักตั้งต้นในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่อ้วน ด้วยการควบคุมอาหารตามแนวทางที่เหมาะสม ควบคู่กับการเพิ่มกิจกรรมทางกาย หรือออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิก และแบบมีแรงต้าน ภายใต้การติดตามของบุคลากรทางการแพทย์”

รศ.นพ. เพชร รอดอารีย์ อุปนายกคนที่ 1 สมาคมโรคเบาหวานฯ กล่าวเสริมว่า จำนวนผู้ป่วยเบาหวานในไทยมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ปัจจุบันพบผู้ป่วยประมาณ 6  ล้านคน และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 แสนคนต่อปี หากปล่อยให้มีผู้ป่วยสะสมมากขึ้น จนนำไปสู่ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นโรคไตและเกิดภาวะไตวายมากขึ้น

"การจัดการโรคเบาหวานเพื่อมุ่งสู่ระยะสงบ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เป็นมาไม่เกิน 5 ปี เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด ทั้งการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนักให้ได้ 10% ซึ่งมีผลในการฟื้นฟูการทำงานของตับอ่อนและลดภาวะดื้ออินซูลินในผู้ป่วยอ้วน วิธีการนี้ถือเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุ (ย้อนรอยโรค) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและยารักษาโรคร่วมได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีขึ้นในระยะยาว"

รศ.นพ.เพชร กล่าวอีกว่า สมาคมฯ ได้เล็งเห็นถึงสาเหตุที่แท้จริงโรคเบาหวานที่เกิดจากพฤติกรรม ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจำเป็นต้องอาศัยความรู้และทักษะของบุคคลกรสหสาขา รวมทั้งการบริหารจัดการระบบการดูแลผู้ป่วยที่จะเข้าสู่กระบวนการดูแลให้เบาหวานสงบ ซึ่งต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับผู้ป่วยและติดตามการรักษาใกล้ชิดกว่าการรักษาในแบบเดิม จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบสารสนเทศ การฝึกอบรมบุคคลกร รวมทั้งการได้รับนโยบายสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข และการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยบริการจาก สปสช. ทั้งโครงการวิจัย Eliminate DM และโครงการอื่นๆ   ซึ่งจะทำให้เกิดความครอบคลุม ผู้ป่วยเข้าถึงได้ และมีหลักฐานเชิงประจักษ์ทางคลินิก และความคุ้มค่าตามหลักเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขมาสนับสนุน

ด้านนพ. กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้ทรงคุณวุฒิและประธาน WHO-CCS NCDs กล่าวว่า โครงการได้สนับสนุนการจัดทำแนวปฏิบัติเพื่อให้โรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ ระบบการเรียนรู้แบบทางไกล ระบบสารสนเทศสำหรับการติดตามความดันโลหิต น้ำหนัก อาหาร ก้าวเดิน และระดับน้ำตาล เพื่อช่วยให้บุคลากรสาธารณสุขสามารถติดตามและสนับสนุนผู้เป็นเบาหวานได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำปฏิทินสื่อการเรียนรู้ นวัตกรรมจานอาหาร 2:1:1 และสยามไดเอท ถือเป็นนวัตกรรมโภชนาการวิถีไทย

"ประเทศไทยเป็นกลุ่มประเทศแรกๆ ที่ผลักดันนโยบาย 'เบาหวานระยะสงบ' คาดหวังว่า การดำเนินงาน DM Remission  จะกระตุ้นให้ภาคประชาสังคม และนโยบายด้านสาธารณสุข เห็นว่า การรักษาเบาหวานสามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพายาเป็นหลัก  ขณะเดียวกัน นักกำหนดอาหารในพื้นที่ ก็ถือเป็นบุคลากรสำคัญที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วย"

นพ. เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวถึงการขับเคลื่อนงาน DM Remission  นี้ ช่วยเปลี่ยนระบบสุขภาพจากการรักษาเมื่อเกิดโรคไปสู่การสนับสนุนให้ประชาชนดูแลตนเอง โดย สสส. สนับสนุนการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ระบบให้คำปรึกษาและสื่อสำหรับประชาชนที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ในปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเรียนผ่านออนไลน์จำนวน 7,369 คน ได้รับประกาศนียบัตรจำนวน 4,185 คนแล้ว

"การพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ E-Learning เบาหวานระยะสงบ มีการวัดผล และสามารถนำไปใช้ประโยชน์จริง  โดยเฉพาะเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion) สำหรับคนทุกสถานะสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ยังช่วยลบความเชื่อเดิมที่ว่า เบาหวานเป็นเพียงเรื่องของพันธุกรรม และพิสูจน์ให้เห็นว่า แค่ปรับวิธีการกินอยู่ ก็สามารถหายจากเบาหวานได้ พร้อมส่งต่อสุขภาพที่ดีขึ้นให้แก่ทุกคนในครอบครัวได้ด้วย"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี  

“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี

สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ

ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ

เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา

จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570

สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก

สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง