
ประชากรมุสลิมทั่วโลกปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 1.6 พันล้านคน คิดเป็น 23% ของประชากรโลก และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 พันล้านคน ภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.2030) ในประเทศไทย พี่น้องชาวมุสลิมมีจำนวนประมาณ 7.5 ล้านคน มีมัสยิดมากกว่า 4,000 แห่ง ชาวมุสลิมร้อยละ 78 อาศัยอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ส่วนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบการกระจุกตัวในเขตหนองจอก มีนบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดอยุธยา เป็นต้น

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาวะชาวมุสลิมในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยมุ่งรณรงค์ให้พี่น้องชาวมุสลิมมีสุขภาพที่ดี ปลอดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านการลด ละ เลิกบุหรี่ แอลกอฮอล์ และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักจุฬาราชมนตรีและ สสส. จึงเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาสุขภาวะมุสลิมไทยอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกช่วงวัย
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ สสส. และสถาบันวะสะฏียะฮ์เพื่อสันติภาพและการพัฒนา จัดงานประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” พร้อมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง “การพัฒนาสุขภาวะมุสลิมไทยทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน” ณ โรงแรมอัล มีรอซ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร การลงนามครั้งนี้เป็นการต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์กว่า 20 ปี เชื่อมโยงภาคีเครือข่ายทางศาสนาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม
สถานการณ์สุขภาวะและความท้าทายของชุมชนมุสลิมไทย

นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ในฐานะประธานเปิดงาน เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการหลักการศาสนาอิสลามเข้ากับการสร้างเสริมสุขภาวะ โดยยึดแนวคิด “วะสะฏียะฮ์วิถี” ซึ่งเป็นแนวทางแห่งความสมดุล ความพอประมาณ และการดำเนินชีวิตบนทางสายกลาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนมุสลิมไทยให้เติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างสมดุลและสันติสุข
การพัฒนาสุขภาวะมุสลิมไทยมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมและความเป็นเจ้าของสุขภาวะ โดยส่งเสริมให้ชุมชนมุสลิมดูแลตนเอง ครอบคลุมทุกช่วงวัยและกลุ่มเปราะบาง นายอรุณยังได้เชิญชวนชาวมุสลิมรักษาสุขภาพพลานามัยให้สมบูรณ์แข็งแรง โดยอ้างหลักศาสนาว่า “ผู้ศรัทธาย่อมมีความเข้มแข็งและเป็นที่รักของพระอัลเลาะห์ยิ่งกว่าชาวมุสลิมที่มีความอ่อนแอ” การมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกาย ใจ จิตวิญญาณ สังคม และปัญญา เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับหลักการศาสนา การเริ่มต้นดูแลสุขภาพตั้งแต่หนุ่มสาวเปรียบเสมือนการออกเดินทางแต่หัวค่ำ ซึ่งจะนำไปสู่จุดหมายปลายทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ระบุว่า คนไทยมีอายุยืนเป็นอันดับที่ 100 ของโลก โดยผู้ชายมักพิการก่อนวัยอันควร และป่วยติดเตียงเฉลี่ย 6 ปีก่อนเสียชีวิต ขณะที่ผู้หญิงมีอายุยืนกว่า แต่ป่วยติดเตียงเฉลี่ย 9 ปี จากข้อมูลพบว่า คนภาคใต้มีอายุยืนยาวและสุขภาพดีที่สุด ขณะที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีอายุยืนน้อยกว่าคนภาคใต้โดยรวม ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การเมาแล้วขับและการสูบบุหรี่
ชาวมุสลิมส่วนใหญ่ไม่ดื่มสุรา แต่บางส่วนยังสูบบุหรี่และเผชิญปัญหา NCDs เช่น เบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง สสส.จึงมุ่งส่งเสริมสุขภาพใน 4 มิติ ได้แก่ กาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณทางปัญญา การพัฒนาองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงกับหลักศาสนา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมชุมชน ถือเป็นหัวใจสำคัญ
ความสำเร็จจากการดำเนินงานและการขับเคลื่อนเครือข่าย
จากการดำเนินงานร่วมกันมากว่า 20 ปี สสส.และภาคีเครือข่ายได้พัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพที่สอดคล้องกับบริบทชุมชนมุสลิม โดยมีมัสยิดเป็นศูนย์กลาง พัฒนาแกนนำชุมชน เยาวชน และอาสาสมัครสุขภาพ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ :
มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง
มัสยิดครบวงจร 232 แห่ง
ชุมชนรักษ์สุขภาวะ 48 ชุมชน
โรงเรียนผู้สูงอายุมุสลิม 60 แห่ง
เครือข่ายกองทุนซะกาตช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางกว่า 1,700 คน
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาดัชนีความสุขมุสลิมไทยและมาตรฐานอาหารมุสลิมปลอดภัย ความสำเร็จเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการลงนาม MOU เพื่อยกระดับจากโครงการเดี่ยวสู่ระบบสนับสนุนสุขภาวะมุสลิมที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงสุขภาวะที่ดีอย่างเท่าเทียม
นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ที่ปรึกษากรรมการกองทุน สสส. ย้ำว่า การทำงานของ สสส.เป็นการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายหลากหลาย เช่น มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.) ที่มีมัสยิดปลอดบุหรี่ 300 แห่ง โรงเรียนตาดีกาปลอดบุหรี่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์วิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากชายแดนภาคใต้ เครือข่ายมุสลิมมลายู 51 ชุมชน กลุ่มมูลนิธิโครงการคนเห็นคน รวมถึงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลและสถาบันอื่นๆ เพื่อสร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาสังคมที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ศ.ดร.อิศรา ศานติศาสน์ ประธานมูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย กล่าวถึงความท้าทายที่พี่น้องมุสลิมยังเผชิญ ทั้งปัญหารายได้ต่ำ การเข้าถึงการศึกษาและบริการสุขภาพ พฤติกรรมเสี่ยงจากความยากจน ตำราเรียนที่ไม่สอดคล้องกับหลักศาสนา และการเข้าถึงอาหารฮาลาลที่เอื้อต่อสุขภาพ การส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ การออมเงิน วางแผนการเงิน และการปฏิบัติศาสนกิจที่เกื้อหนุนสุขภาวะ จึงเป็นกลไกสำคัญในการลดอุปสรรคและสร้างสังคมไทยที่เป็นธรรม เท่าเทียม และยั่งยืน
สรุปและทิศทางอนาคต
การพัฒนาสุขภาวะมุสลิมไทยทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน เป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างสำนักจุฬาราชมนตรี สสส. ภาคีเครือข่ายทางศาสนา หน่วยงานรัฐ และชุมชน โดยยึดหลักวะสะฏียะฮ์วิถี ความสมดุล และการมีส่วนร่วมของชุมชน การขับเคลื่อนผ่านมัสยิด โรงเรียนปอเนาะ และกองทุนซะกาต จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชาวมุสลิมไทยมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ สามารถมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมไทยได้อย่างเต็มศักยภาพ

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดปัจจัยเสี่ยง NCDs และส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังเป็นการสร้างสังคมที่ทุกคน “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยเชื่อมโยงหลักศาสนาเข้ากับวิทยาศาสตร์สุขภาพอย่างกลมกลืน เพื่ออนาคตที่พี่น้องมุสลิมไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี สันติสุข และเจริญก้าวหน้าร่วมกับสังคมไทยโดยรวม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เบาหวานระยะสงบ ด้วย E-learning DM Remission
สสส.สานพลังภาคีเพิ่มโอกาสผู้ป่วยเบาหวานควบคุมโรค ยกระดับระบบบริการสุขภาพไทยสู่การสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน ด้วย E-learning DM Remission
สมาคมเบาหวานฯ -สสส.จับมือภาคี ยกระดับบุคลากรสาธารณสุข ผ่าน E-Learning DM Remission ขยายต้นแบบดูแล ‘เบาหวานระยะสงบ’ หวังลดการใช้ยา
ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธาน สรุปผลโครงการโรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ (DM Remission) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2
เมื่อ EV Bus ไม่ได้เป็นแค่รถโดยสาร แต่คือคำตอบ.."ลดความเหลื่อมล้ำ"
สำหรับคนเมืองใหญ่ การขึ้นรถโดยสารอาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับประชาชนจำนวนมากในจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก นักเรียน ผู้พิการ และผู้มีรายได้น้อย “การเดินทาง”
สสส.ชูแผนสร้างเด็กเข้มแข็ง ผ่านแนวคิด “ชุมชนนำ” –“เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”
เด็กไทยเกือบครึ่งมีชีวิตเปราะบาง จากปัญหาครอบครัวไม่พร้อมหน้า สสส.ระดมเครือข่ายสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต ชุมชนนำ-เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน
เด็กไทย 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชม. รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” มอบ สสส. สรุปบทเรียน "ลดเวลาหน้าจอ" ต้องบูรณาการออกกฎเหล็กคุมเข้มอนาคตชาติ
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการที่ สสส. ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ พบว่า คนไทยเฉลี่ย 93.10%
“อายุยืนแต่อย่าป่วยนาน” สังคมสูงวัยรอบรู้คู่สุขภาพ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากเป็นคำถามสำคัญว่า คนไทยจะสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพเพียงใด เ

