
สสส. สานพลัง สธ.-มูลนิธิอุทัยสุดสุข-ภาคีเครือข่าย ยกระดับกลไก-ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยง NCDs ขยายต้นแบบ 13 จังหวัด 17 อำเภอ เตรียมต่อยอดนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ระดับชาติ

นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดการประชุมสรุปผลการดำเนินงานโครงการยกระดับกลไกและเครือข่ายสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง สู่นโยบายระดับชาติ 2567-2569 โดยมุ่งเปลี่ยนบทบาทของประชาชนจาก "ผู้ป่วย" หรือ "ผู้รับบริการ" ไปสู่การเป็น "ผู้จัดการสุขภาพตนเอง" (Self-Health Manager) ที่มีความรู้ วินัย และแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง การขับเคลื่อนดังกล่าวอาศัยบุคลากรสาธารณสุขระดับปฐมภูมิเป็นพี่เลี้ยงผ่านกลไก CEME (Coaching, Empowering, Monitoring, Evaluation) ควบคู่กับการทำงานเชิงรุกผ่านเครือข่าย "บวร.สออ." ซึ่งประกอบด้วย บ้านและชุมชน วัด โรงเรียน สถานบริการสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การสร้างเสริมสุขภาพเกิดขึ้นในวิถีชีวิตจริงของประชาชน

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อ (NCDs) ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของประเทศและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยกว่า 400,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละกว่า 1,000 คน สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งหากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจะสามารถป้องกันการเกิดโรค NCDs ได้มากถึง 80% สสส. จึงสนับสนุนการพัฒนารูปแบบสร้างเสริมสุขภาพที่เชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพกับชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ลดปัจจัยเสี่ยงก่อนเกิดโรค และยกระดับกลไกและเครือข่ายสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง สู่การขับเคลื่อนในระดับประเทศ ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย ผู้รับผิดชอบโครงการฯ กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการคือนำแนวทาง “3ส 3อ 1น.” มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดย 3ส ได้แก่ สวดมนต์ สมาธิ และสนทนาธรรม เพื่อเสริมสร้างสติและวินัยในการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับ 3อ คือ อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ รวมถึง 1น คือ นาฬิกาชีวิต เพื่อปรับวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติของร่างกาย แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น จนเข้าสู่ภาวะ เบาหวานระยะสงบ (DM Remission) ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งสามารถลดหรือหยุดการใช้ยาได้ ภายใต้การดูแลของแพทย์ สำหรับการดำเนินงานระยะต่อไป โครงการจะพัฒนาระบบ Digital Health Dashboard เพื่อใช้ติดตามผลลัพธ์ด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันแนวทางนี้ให้เป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันและควบคุมโรค NCDs ของประเทศ

โครงการ “สุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย” จะช่วยส่งเสริมระบบบริการสุขภาพของประเทศโดยการลดภาระของหน่วยบริการทางการแพทย์ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพในระดับชุมชน ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบ E-learning เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข และสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส. สานพลัง มรภ.อุบลฯ-อบจ.อุบลฯ พัฒนา Community Guideline-SMART-NF เชื่อม อสม.-รพ.สต.-โรงพยาบาล สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ ลดความล่าช้าเพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี (อบจ.อุบลราชธานี) และภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพระบบบริการปฐมภูมิเพื่อการคัดกรองและดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าในชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า จ.อุบลราชธานี พร้อมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานจริงของเครือข่ายบริการสุขภาพ เพื่อถอดบทเรียนการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ
ผลวิจัยชัด โรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ช่วยเซฟเด็กไทย ลดโอกาสการสูบได้จริงถึง 45%
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดงานเวทีเชิดชูเกียรติและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
“ตำบลจัดการสุขภาวะ” สสส.จับมือ 3,690 อปท. ยกระดับสุขภาวะแบบเข้าถึงพื้นที่
สสส. มุ่งสร้างสุขภาวะระดับตำบล สนับสนุนชุมชนพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพตามบริบทตน ประกอบฐานข้อมูลสุขภาพท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด Health in All Policies
สุขภาวะมุสลิมไทย วิถีวะสะฏียะฮ์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทุกช่วงวัย
ประชากรมุสลิมทั่วโลกปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 1.6 พันล้านคน คิดเป็น 23% ของประชากรโลก และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 พันล้านคน ภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.2030) ในประเทศไทย
เบาหวานระยะสงบ ด้วย E-learning DM Remission
สสส.สานพลังภาคีเพิ่มโอกาสผู้ป่วยเบาหวานควบคุมโรค ยกระดับระบบบริการสุขภาพไทยสู่การสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน ด้วย E-learning DM Remission
สมาคมเบาหวานฯ -สสส.จับมือภาคี ยกระดับบุคลากรสาธารณสุข ผ่าน E-Learning DM Remission ขยายต้นแบบดูแล ‘เบาหวานระยะสงบ’ หวังลดการใช้ยา
ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธาน สรุปผลโครงการโรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ (DM Remission) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2

