
สสส. ผนึกกำลังผู้ตรวจการแผ่นดิน ยกระดับความร่วมมือเชิงรุก ผสานกลไก "น้ำมันหล่อลื่น" และการ "ขันน็อต" เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความเหลื่อมล้ำในสังคมแบบบูรณาการ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สานพลังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (สผผ.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อบูรณาการการดำเนินงานด้านการแก้ไขความเดือดร้อน การเสริมสร้างความเป็นธรรม และการสร้างเสริมสุขภาวะของประชาชน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ถือเป็นเรื่องที่กว้างขวางและครอบคลุมมากกว่าแค่เรื่องของสุขภาพเพียงอย่างเดียว เพราะทุกมิติต่างเชื่อมโยงถึงกันทั้งหมด นับตั้งแต่เศรษฐฐานะของบุคคลเมื่อแรกเกิด ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุข โอกาสทางการศึกษา ตลอดจนโอกาสในการประกอบอาชีพในอนาคต การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำจึงจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการในทุกๆด้าน
ด้วยปัญหาทั้งหมดนี้ สสส. ไม่สามารถดำเนินงานได้เพียงองค์กรเดียว แต่ สสส.พร้อมเป็น "น้ำมันหล่อลื่น" ปลุกพลังภาครัฐ ภาคประชาสังคม และประชาชนให้เคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้ "ขันน็อต" เชื่อมประสานกลไกเหล่านั้นให้ไร้รอยต่อ ด้วยการร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ยึดโยงทุกความต่าง และสร้างสังคมที่เท่าเทียมให้เกิดขึ้นจริง

นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า สสส. และสผผ. ได้ยกระดับความร่วมมือที่ยาวนานมาตั้งแต่ปี 2565 โดยขยายผลจากเรื่องความปลอดภัยทางถนนและทางม้าลาย ไปสู่การดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ คนไร้บ้าน การคุ้มครองผู้บริโภค และรถรับส่งนักเรียน โดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เล็งเห็นว่า สสส. มีเครื่องมือและกลไกในการรณรงค์ที่มีประสิทธิภาพ จึงได้เข้ามาช่วยประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ขับเคลื่อนการรณรงค์ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงระบบและป้องกันปัญหา ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
“การลงนามครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินในการลงพื้นที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การเร่งขยายเขตไฟฟ้าให้ชุมชนบ้านม้งใหม่พัฒนา จังหวัดตาก ที่ไร้ไฟฟ้าใช้นานกว่า 19 ปี รวมถึงการแก้ไขปัญหาน้ำประปา ระบบขนส่งสาธารณะ และวิกฤตฝุ่นควันมลพิษ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกัน จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขอย่างเป็นระบบ” นายทรงศัก กล่าว

ปัจจุบัน สผผ. และ สสส. กำลังร่วมมือกันขับเคลื่อนโครงการรถบริการประเภทไม่ประจำทาง ซึ่งครอบคลุมทั้งรถรับส่งที่โรงเรียนเลือกใช้บริการ และรถโดยสารของประชาชนทั่วไปในช่วงเทศกาลต่างๆ การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นถึงการยกระดับความร่วมมือเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับสังคมไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการดูแลประชาชนอย่างครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งทั้งสองหน่วยงานพร้อมที่จะจับมือทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเตรียมจัดกิจกรรมใหม่ๆ ในระยะต่อไปเพื่อดูแลและให้บริการประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ
ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ
เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา
จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570
สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก
สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย
เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง

