'กุลวลี' พร้อมกมธ.ที่ดินฯ ลุยสระบุรี ตรวจ 4 จุดน้ำเสียขั้นวิกฤต DO แทบเป็นศูนย์-ปลาตายเกลื่อน สั่งส่งแล็บหาต้นตอมลพิษ พร้อมหนุนตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วลงตรวจทันที ช่วยชาวบ้านเก็บหลักฐาน

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 15 หน่วยงาน ในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยมี นายขุนทอง แสนวิเศษ สส.สระบุรี และนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

โดยในที่ประชุม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานแก้ไขปัญหาของจังหวัด ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ไม่มีอำนาจแก้ไขปัญหาได้โดยตรง จำเป็นต้องขอให้หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายเข้ามาดำเนินการทาง คณะกรรมาธิการจึงมีมติขอให้รองผู้ว่าฯ สระบุรี ทำความเห็นตามที่ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุให้ชัดเจนว่าติดขัดที่กฎหมายหรือระเบียบฉบับใด และหน่วยงานใดคือผู้มีอำนาจที่แท้จริง เพื่อคณะกรรมาธิการจะได้นำไปสู่การแก้ไขในระดับนโยบายและระดับกฎหมายต่อไป  และยังขอให้ทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม จัดทำความเห็นตามประเด็นที่ได้เสนอต่อที่ประชุม เป็นลายลักษณ์อักษร โดยตรงไปตรงมาและไม่ปิดบังข้อเท็จจริง

จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพจริง 4 จุด ในพื้นที่ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย และพื้นที่อำเภอเมืองสระบุรี ซึ่งได้รับรายงานว่ามีสีดำและส่งกลิ่นเหม็นตั้งแต่ปลายเดือนพ.ค.69 ทั้งบริเวณด้านข้างแปลงที่ดินของผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย และจุดที่น้ำมีกลิ่นเหม็นเน่าและกลิ่นฉุน โดยบางจุดพบปลาตายลอยอยู่หลายตัว

จากการนำเครื่องมือภาคสนามแบบพกพาเข้าตรวจวัดคุณภาพน้ำในจุดเกิดเหตุ พบค่าออกซิเจนละลายน้ำ หรือ DO วัดได้เพียง 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือร้อยละ 0.2 ของจุดอิ่มตัวเ ซึ่งบ่งชี้ว่าน้ำอยู่ในภาวะขาดออกซิเจนอย่างวิกฤต จนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ สอดคล้องกับสภาพปลาตายเกลื่อน นอกจากนี้ ค่าศักย์ออกซิเดชัน-รีดักชัน (ORP) วัดได้ติดลบถึง 392.9 มิลลิโวลต์ ยืนยันถึงสภาวะไร้ออกซิเจนที่ทำให้เกิดการหมักหมมจนเกิดก๊าซเน่าเสีย ขณะที่ค่าการนำไฟฟ้า (EC) และค่าของแข็งละลายรวม (TDS) อยู่ในระดับค่อนข้างสูง สะท้อนว่ามีสารประกอบหรือเกลือแร่เจือปนอยู่มาก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้ำเสียจากบ่อหมัก

นางสาวกุลวลี เปิดเผยว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการฯ ได้เห็นในวันนี้ ถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความทุกข์ร้อนที่ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญอยู่ทุกวัน ทั้งกลิ่นเหม็นและปลาที่ลอยตาย อย่างไรก็ดี เครื่องมือพกพาในภาคสนามยังไม่สามารถแยกแยะประเภทของสารปนเปื้อนได้อย่างละเอียด ทาง กมธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำในจุดวิกฤตเพื่อส่งไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงและระบุแหล่งกำเนิดมลพิษที่แท้จริง โดยในขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าเป็นฝีมือของผู้ใด ต้องรอผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับก่อน

ต่อมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้แจ้งต่อ กมธ. ว่า ทางจังหวัดเตรียมจัดตั้งคณะทำงานรับเรื่องร้องเรียน พร้อมจัดตั้ง "หน่วยเคลื่อนที่เร็ว" เพื่อให้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุได้ทันทีที่ได้รับแจ้งจากประชาชน ซึ่งทาง กมธ.การที่ดินฯ เห็นว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องและพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ เนื่องจากปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องเร่งด่วน การเข้าถึงพื้นที่ได้เร็วจะช่วยให้สามารถเก็บพยานหลักฐานที่สำคัญได้ทันท่วงทีก่อนที่สภาพแวดล้อมจะแปรเปลี่ยนไป

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังขอให้ฝ่ายปกครองและนายอำเภอในพื้นที่ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อรวบรวมข้อมูลความเสียหายที่แท้จริงจากการที่น้ำเสียไหลเข้าท่วมพื้นที่ไร่นาและพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมทั้งสั่งการให้จังหวัดสระบุรีเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในจุดวิกฤตที่มีปลาตายโดยด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนขั้นต้นให้แก่ประชาชน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กุลวลี' ยกปมเขตรัฐทับซ้อนโป่งน้ำร้อน จันทบุรี เป็น 'กรณีต้นแบบ' สั่ง สคทช.เร่งวางกรอบแก้ One Map ทั้งประเทศ ไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ

จากการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) มาตราส่วน 1:4,000 พบว่าพื้นที่บางส่วนของเขตเทศบาลยังคงทับซ้อนกับเขตปฏิรูปที่ดิน

'กุลวลี'เร่ง ติดตามกรณีเพิกถอนโฉนดทับป่าสงวนฯ ปากท่อ ราชบุรี พร้อมผลักดันบริหารพื้นที่ยึดคืนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎรได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสมชาย หลวงละ ชาวอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี กรณีการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าออกทับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และต่อมากรมที่ดินได้มีคำสั่งเพิกถอนโฉนดจำนวน 29 แปลง และอยู่ระหว่างการเพิกถอนอีก 5 แปลง

รมว.สุชาติ สั่งตรวจเข้มน้ำเสียไหลสู่อ่างดอกกราย เร่งหาสาเหตุ-ดำเนินคดีหากพบผิด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบเหตุการณ์น้ำเสียจากพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำดอกกราย จังหวัดระยอง พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานเร่งควบคุมสถานการณ์ เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของน้ำเสียและลดผลกระทบต่อประชาชน หลังพบสัตว์น้ำตายจำนวนมาก น้ำในลำคลองมีสีดำคล้ำและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง

กนอ.จี้ “อมตะซิตี้ ระยอง - อมตะ ยู” ล้อมคอกน้ำเสียปนเปื้อนลงคลองสาธารณะ

กนอ.คุมด่วน แจ้งผู้พัฒนา “อมตะซิตี้ ระยอง - อมตะ ยู” บังคับใช้ 6 มาตรการเข้ม หลังตรวจพบปัญหาน้ำเสียและโคลนจากการก่อสร้างทะลักลงคลองสาธารณะในพื้นที่อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง สั่งบล็อคน้ำสปริงเกอร์ขุ่นมีกลิ่นทันที ย้ำชัดโครงการส่วนขยายระยะที่ 6 ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ EIA และยึดหลักมาตรการไร้การระบายน้ำทิ้งออกนอกพื้นที่

สนธิกำลัง ตรวจสอบหาต้นตอน้ำเสียจากโรงงานนิคมอุตสาหกรรม ทำสัตว์น้ำตายเกลื่อน

ปลัดอำเภอนิคมพัฒนา รองนายกเทศบาลตำบลพนานิคม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วย สาธารณสุข และเจ้สหน้าที่จากอุตวาหกรรมจังหวัด สนธิกำลังตรวจสอบน้ำเสีย สัตว์น้ำตายเกลื่อน คาดว่า น้ำเสียถูกปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรม ปลัดอำเภอหวั่นห่วงโซ่อาหารในเขตนิคมอุตสาหกรรม เหลือไว้เป็นเพียงตำนาน ถ้าน้ำเสียลงอ่างเก็บน้าดอกกราย