ส่องศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์แห่งเดียวในจังหวัดนครพนม สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด ชูผลิตภัณฑ์ข้าวจากดินแดนพญานาคริมน้ำโขง “ข้าวหอมพนมนาคา”

กรมส่งเสริมสหกรณ์นำโดยนายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายณัฐพล แป้นนอก ผู้ตรวจราชการกรม เขตตรวจราชการที่ 9 , 11 และ 13 และนายสาธิต ปานขำ เลขานุการกรม นำคณะสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด ซึ่งสหกรณ์แห่งนี้ได้ยกระดับเป็นศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์แห่งเดียวในจังหวัดนครพนม และเป็นร้าน Q Shop แลกเปลี่ยนสินค้าการเกษตรผ่านเครือข่ายสหกรณ์ส่งกระจายทั่วไทย พร้อมชูผลิตภัณฑ์เด่นข้าวหอมมะลิแท้นครพนม 100% ยี่ห้อ”พนมนาคา” อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและมีไฟเบอร์สูง บำรุงสุขภาพ

กว่า 34 ปีที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด ได้จดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นมาเพื่อดูแลลูกค้าธ.ก.ส.ที่เป็นเกษตรกรสมาชิก ผลการดำเนินงานเติบโตขึ้นทุกปี จากการสรุปรายงานผลการตรวจบัญชีและฐานะทางการเงินล่าสุด (สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569)
ปรากฎว่ามีทุนดำเนินการ 210.96 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 13.36% จากปีก่อน มีปริมาณธุรกิจรวมรายปี 358.30 ล้านบาท คิดเป็นยอดเฉลี่ย 29.85 ล้านบาทต่อเดือน โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจการขายและบริการ 313.207 ล้านบาท รองลงมารายได้เฉพาะธุรกิจอื่น 16.75 ล้านบาท โดยมียอดกำไรสุทธิประจำปี 2569 อยู่ที่ 8.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับปีก่อน (2568) มียอดกำไรสุทธิ 5.70 ล้านบาท

นายปริมัศว์ ทองโพธิ์กลาง ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด เผยว่าสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2534 ปัจจุบันมีสมาชิก 58,089 ราย ที่เป็นลูกค้าธ.ก.ส. โดยมีธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิต ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวหอมมะลินครพนมแท้ 100% ภายใต้ตราสัญลักษณ์ “ข้าวหอมพนมนาคา” รองลงมาธุรกิจ จัดจำหน่ายปุ๋ยและปัจจัยการผลิตและอื่น ๆ

“ธุรกิจหลักของเราเป็นธุรกิจรวบรวมข้าวและแปรรูปข้าว จะทำช่วงนาปี ปีละครั้ง สหกรณ์จะรวบรวมข้าวจากสมาชิกและแปรรูปเป็น “ข้าวหอมพนมนาคา” ของนครพนม เป็นข้าวหอมมะลิแท้100% นอกจากนั้นก็ยังมีข้าวอื่น ๆ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ หลังรับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกก็จะนำมาสีที่โรงสีของเรา ซึ่งมีขนาด 80 ตัน จากนั้นก็นำแพคใส่ถุงซีลด้วยสุญญากาศ ถุงละ 1 กิโลกรัม เพื่อรอจำหน่ายต่อไป” ผู้จัดการสหกรณ์ฯ คนเดิมเผย

นายปริมัศว์ กล่าวต่อว่า ในส่วนช่องทางการตลาดนั้น นอกจากจำหน่ายให้กับคู่ค้าทั่วไปแล้ว สหกรณ์ยังมีศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือ CDC สำหรับการแลกเปลี่ยนสินค้าสหกรณ์ในเครือข่ายและยังเป็นสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์เราด้วย ซึ่งการแลกเปลี่ยนสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าตามฤดูกาลเป็นหลัก

“การกระจายสินค้าในศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ส่วนใหญ่เป็นสินค้านอกพื้นที่นำมากระจายให้กับสหกรณ์เครือข่ายในจังหวัดนครพนม อย่างเช่นฤดูผลไม้โซนภาคตะวันออกหรือภาคใต้ เราก็นำมาช่วยกระจายในช่วงฤดูกาล ส่วนสินค้าในพื้นที่ที่เราส่งออกไปจำหน่ายกับคู่ค้า นอกจากข้าวหอมพนมนาคาแล้วก็ยังมีสับปะรดของท่าอุเทน แต่ก็มีปริมาณไม่มากนัก” นายปริมัศว์ กล่าว

ผู้จัดการสหกรณ์ฯคนเดิมยังกล่าวถึงการสนับสนุนชองกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่ผ่านมา โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครพนมจะส่งเจ้าหน้าที่มาให้คำแนะนำกฎระเบียบต่าง ๆ รวมถึงช่องทางการตลาด โดยเฉพาะศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ที่ทางสหกรณ์จังหวัดเข้ามาช่วยขับเคลื่อน ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด เช่น รถโฟคลิฟ เป็นต้น ส่วนที่กำลังดำเนินการขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม คือ อาคารศูนย์ฝึกอบรม เนื่องจากมีการประชุมเครือข่ายอยู่บ่อยครั้ง แต่สถานที่คับแคบไม่เอื้ออำนวย จึงอยากได้อาคารแห่งใหม่ที่ ใหญ่กว่าเดิม โดยคาดว่าจะใช้งบดำเนินการประมาณ 3 ล้านบาท

ด้าน นายอภิรักษ์ พานนูน สหกรณ์จังหวัดนครพนม กล่าวว่า สำหรับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด เป็นสหกรณ์รูปแบบพิเศษ ภายใต้การส่งเสริมของสำนักงานสหกรณ์จังหวัด และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีธุรกิจหลักการรวบรวม แปรรูปผลผลิตและจัดหาสินค้ามาจำหน่ายสมาชิก ซึ่งแตกต่างสหกรณ์ภาคการเกษตรอื่น กล่าวคือไม่มีธุรกิจรับฝากเงินและสินเชื่อ เนื่องจากจะต้องไปผูกกับลูกค้า ธ.ก.ส.

“สินค้าหลักของสหกรณ์ก็จะเป็นข้าว “ข้าวหอมพนมนาคา” เป็นข้าวหอมมะลิแท้ 100% มีชื่อเสียงมาก รสชาตินุ่ม หอมอร่อย เราสร้างสตอรี่ขึ้นมา เป็นข้าวมาจากดินแดนพญานาคที่ปลูกกันมากในพื้นที่แถบลุ่มน้ำโขง”นายอภิรักษ์ กล่าว

สหกรณ์จังหวัดนครพนม กล่าวต่อว่า นอกจากสมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ทำนาปลูกข้าวหอมมะลิส่งให้กับสหกรณ์ฯแล้ว ทางสหกรณ์แห่งนี้ก็ยังรับซื้อข้าวจากสหกรณ์ในเครือข่ายอื่นของจังหวัด เพื่อนำมาแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์ข้าวสารบรรจุถุงจำหน่าย เนื่องจากเป็นสหกรณ์เดียวที่มีโรงสีขนาด 80 ตันในการสีข้าวเปลือก เป็นข้าวสารที่ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าว ก่อนส่งจำหน่ายสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศโดยผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ฯ ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวของจังหวัดนครพนม

“ระบบการควบคุมภายในใช้โปรแกรมของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มีการควบคุมภายในที่ดี มีคะแนนประเมินอยู่ในระดับดีมาก ส่วนโครงสร้างทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่ใช้แหล่งเงินทุนกู้ยืมระยะสั้นจากภาคนอก (ธ.ก.ส.)เพื่อมาดำเนินธุรกิจข้าวเปลือก” สหกรณ์จังหวัดนครพนม กล่าวย้ำ

นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด ในการใช้ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์เชื่อมโยงกับเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ ในการช่วยกระจายผลผลิตของเกษตรกรจังหวัดนครพนม โดยใช้โปรแกรมกรมตรวจบัญชีสหกรณ์บริหารจัดการภายในองค์กรจนได้คะแนนประเมิน ในระดับที่ดีมาก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมส่งเสริมสหกรณ์ผนึกบริษัท ขนส่ง จำกัด ชุมนุมสหกรณ์เกษตรแห่งประเทศไทยและชุมนุมร้านสหกรณ์แห่งประเทศไทย คิกออฟนำร่องขนลองกองอุตรดิตถ์กว่า 600 กิโลกรัมกระจายสู่ผู้บริโภคเมืองกรุง

กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ฤกษ์คิกออฟนำลองกอง ไม้ผลขึ้นชื่อของ จ.อุตรดิตถ์ที่กำลังให้ผลผลิตออกสู่ตลาด กระจายจากศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์การเกษตรลับแล จำกัด สู่ผู้บริโภคในกทม.กว่า 600 กิโลกรัม ผ่านบริษัท ขนส่ง จำกัด ที่ได้ลงนาม MOU กับกรมส่งเสริมสหกรณ์ก่อนหน้านี้

“อธิบดีนิรันดร์”เตรียมยึดโมเดลสหกรณ์ญี่ปุ่น ยกระดับ”สหกรณ์ไทย”ครบวงจรสู่ความยั่งยืน

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ “นิรันดร์ มูลธิดา”เตรียมถอดแบบสหกรณ์ญี่ปุ่นมาทดลองใช้กับสหกรณ์ไทยตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ผนึก CDC ควบคู่ร้านค้าสหกรณ์วางจำหน่ายสินค้าสมาชิกทั้งในและต่างประเทศ    อย่างเป็นระบบครบวงจร เพื่อสู่ความมั่นคงยั่งยืนของเกษตรกรสมาชิก คาดเริ่มดำเนินการได้ในปี 2571

“รมช.ปิยรัฐชย์” ห่วงเกษตรกรชาวนาเมืองพิจิตร สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ดูแลหลังโดนโรงสีเบี้ยวหนี้

รมช.ปิยรัฐชย์ ห่วงเกษตรกร หลังโรงสีเบี้ยวหนี้ค่าข้าวสหกรณ์ฯ 12 แห่งใน จ.พิจิตร รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล. หวั่นสหกรณ์ขาดสภาพคล่องส่งผลกระทบเกษตรกรสมาชิก ขณะ “อธิบดีนิรันดร์”สั่งการด่วนสหกรณ์จังหวัดเรียกประชุมสหกรณ์ฯและกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบวันนี้(5ต.ค.69)เพื่อหาข้อสรุป พร้อมเตรียมรับมือข้าวนาปีล๊อตใหญ่ที่จะเก็บเกี่ยวในปลายปีนี้

กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งสำรวจผลกระทบอุทกภัยปี 2569 เตรียมมาตรการช่วยเหลือ-เยียวยา-ฟื้นฟูสหกรณ์และสมาชิก

กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งสำรวจความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 หลังพบสหกรณ์กลุ่มเกษตรกร และสมาชิกได้รับผลกระทบแล้ว 29 จังหวัด รวม 476 แห่ง สมาชิก 95,422 ราย พร้อมตั้งศูนย์ติดตามและให้ความช่วยเหลือ จัดโรงครัวส่งอาหารและน้ำดื่มถึงผู้ประสบภัย และระดมเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศร่วมบรรเทาความเดือดร้อน สนับสนุนข้าวสาร นม และอาหาร พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยาด้านหนี้สิน เงินทุน และการฟื้นฟูกิจการ

กรมส่งเสริมสหกรณ์ผนึกกำลังเครือข่ายสหกรณ์ ส่งต่อความช่วยเหลือถึงผู้ประสบอุทกภัย

กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภูมิภาคใกล้เคียง โดยระดมความร่วมมือจากขบวนการสหกรณ์ เครือข่ายสหกรณ์ และภาคเอกชน สนับสนุนสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อนำไปแจกจ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

“54 ปี กรมส่งเสริมสหกรณ์” เดินหน้าพัฒนาสหกรณ์สู่ความเข้มแข็ง ใช้เทคโนโลยีช่วยลดต้นทุน วางแผนการผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้า เพื่อแข่งขันในตลาดยุคใหม่

1 ตุลาคม 2569 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบ 54 ปี พร้อมขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล เดินหน้าพัฒนาศักยภาพสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกและเกษตรกร ภายใต้นโยบาย DRIVE+S พัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งมีธรรมาภิบาล สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน