STeP เดินหน้าระดมความคิดเห็น ออกแบบมาตรการเชิงนโยบาย เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรและอาหารในพื้นที่ NEC สู่ Global Value Chain

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมเชิงนโยบายเพื่อยกระดับห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรและอาหารในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC) สู่การเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain) ผ่านการเปิดเวทีระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อร่วมวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบแนวทาง และกำหนดมาตรการเชิงนโยบายที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง

​วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นในการออกแบบมาตรการเชิงนโยบายเพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรและอาหาร
ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC) ภายใต้โครงการพัฒนานวัตกรรมเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบเชื่อมโยง (System and Portfolio Approach) เพื่อการส่งเสริมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเป้าหมายสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain) ระยะที่ 3 โดยมี คุณหนึ่ง พิชาติ อินทราวุธ ผู้จัดการทั่วไปอุทยานฯ ให้การกล่าวเปิดการประชุมพร้อมชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ ณ Exhibition hall อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จ.เชียงใหม่)

​ในการนี้ รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานฯ ได้ให้เกียรติเข้าร่วมการประชุม พร้อมกล่าวปิดการประชุมและกล่าวถึงขั้นตอนต่อไปของโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันถึงทิศทางการดำเนินงาน และการนำข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไปใช้ประกอบการออกแบบมาตรการเชิงนโยบายสำหรับการเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรและอาหารในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC) ต่อไป

การประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมกันสะท้อนสถานการณ์และข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ โดยมีการนำเสนอผลการศึกษาสถานการณ์ห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรและอาหาร
ในพื้นที่ NEC รวมถึงผลการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) ระหว่างความต้องการใช้สินค้าเกษตรของภาคอุตสาหกรรมกับศักยภาพการผลิตวัตถุดิบในพื้นที่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมทบทวนและยืนยันประเด็นช่องว่าง (Gap Validation) จากมุมมองและประสบการณ์ของแต่ละภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และความคิดเห็น เพื่อสะท้อนภาพรวมของห่วงโซ่คุณค่าในพื้นที่อย่างรอบด้าน

ภายในการประชุมยังจัดให้มีกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) วิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกของปัญหา (Root Cause Analysis) ด้วยเครื่องมือ Causal Layered Analysis (CLA) รวมถึงร่วมออกแบบแนวทางการเปลี่ยนแปลง (Transformation) และจัดทำ Action Plan เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรและอาหารที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง โดยมีการแบ่งกลุ่มตามประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมวิเคราะห์ปัญหา จัดลำดับความสำคัญของปัจจัยเร่งด่วน และออกแบบแนวทางและมาตรการ
เชิงนโยบายที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ โดยภายหลังการทำกิจกรรมกลุ่ม ได้มีการนำเสนอผลการดำเนินงานของแต่ละกลุ่ม พร้อมเปิดรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วม เพื่อนำไปสู่การทบทวนและปรับปรุงแนวทางให้มีความเหมาะสม
และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง ก่อนสรุปประเด็นสำคัญ จัดลำดับความสำคัญของมาตรการเชิงนโยบาย และกำหนดแนวทาง
การขับเคลื่อนในระยะต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แจ่ม (ไม่) ชัด นิทรรศการสื่อสร้างสรรค์เพื่อแม่แจ่ม เสียงสะท้อนที่ถูกฝุ่นกลบ

“แม่แจ่ม” จังหวัดเชียงใหม่ ชื่อของพื้นที่เล็กๆ กลางหุบเขาที่กลายเป็นภาพจำของ "พื้นที่เผา" และ "ต้นตอของฝุ่น PM2.5" มานานหลายปี ท่ามกลางความพยายามในการแก้ไขเชิงนโยบายที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

STeP คว้าตราสัญลักษณ์มาตรฐานสถานที่จัดงานระดับอาเซียน พร้อมร่วมผลักดัน MICE Academic Cluster ยกระดับเชียงใหม่สู่ศูนย์กลางไมซ์ภูมิภาค

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ยืนยันศักยภาพการเป็นศูนย์กลางพื้นที่จัดงานคุณภาพระดับสากล ด้วยการได้รับ ตราสัญลักษณ์มาตรฐานสถานที่จัดงาน ทั้งในระดับอาเซียนและระดับประเทศ ได้แก่ ASEAN MICE Venue Standard (AMVS) และ Thailand MICE Venue Standard (TMVS) ประจำปี 2568