ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก AI คำถามสำคัญของการศึกษาไทยอาจไม่ใช่อีกต่อไปว่า “โรงเรียนใช้ AI แล้วหรือยัง” แต่คือ ก่อนจะให้ AI ช่วยคิด เราสร้างเด็กให้คิดด้วยตัวเองเป็นแล้วหรือยัง
เสียงสำคัญดังขึ้นจากเวทีประชุมสัมมนาประจำปีการศึกษา 2569 ครั้งที่ 55 ของสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย ที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อผู้บริหารการศึกษา นักวิชาการ และเครือข่ายโรงเรียนทั่วประเทศ ร่วมกันชี้ทิศทางว่า การศึกษาในโลกยุคใหม่ต้องกลับมาให้ความสำคัญกับ “กระบวนการคิด” ของผู้เรียนอย่างจริงจัง
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ย้ำชัดว่า แม้ AI จะเข้ามามีบทบาทอย่างมหาศาลและสามารถช่วยมนุษย์ทำงานได้หลายด้าน แต่ AI ไม่สามารถแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะความสามารถในการคิด ตัดสินใจ คุณธรรม และความรับผิดชอบ พร้อมส่งสัญญาณสำคัญว่า “เราไม่ควรทำให้เด็กคิดน้อยลง แต่ต้องทำให้เด็กคิดเป็นมากขึ้น”
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังแสดงความชื่นชมต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps ซึ่งมีผลจากการนำไปใช้ในสถานศึกษาให้เห็นเป็นรูปธรรม และมองเห็นโอกาสในการต่อยอดและขยายผล โดยจะมีโมเดลโรงเรียนต้นแบบเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
นี่ถือเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะ Active Learning กำลังถูกยกระดับจากคำที่อยู่ในนโยบายหรือแผนการสอน ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่านั้นว่า “ทำอย่างไรให้เกิดขึ้นจริงในทุกห้องเรียน”
Active Learning ที่แท้จริงจึงไม่ใช่เพียงการให้เด็กทำกิจกรรม แบ่งกลุ่ม หรือลุกออกจากโต๊ะ แต่ต้องเป็นการเรียนรู้ที่ทำให้ “สมองของผู้เรียนทำงาน” เด็กต้องได้ค้นหาข้อมูล คิด วิเคราะห์ สร้างองค์ความรู้ ลงมือปฏิบัติ สื่อสาร และนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้กับสถานการณ์ใหม่ได้
และนี่คือจุดที่ GPAS 5 Steps เข้ามาเชื่อม Active Learning ให้เกิดเป็นกระบวนการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การคิดวิเคราะห์ การสร้างองค์ความรู้ การลงมือปฏิบัติ ไปจนถึงการสื่อสารและต่อยอดคุณค่าจากสิ่งที่เรียนรู้
บาทหลวงเอกรัตน์ หอมประทุม นายกสมาคมและเลขาธิการสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย
สะท้อนเป้าหมายของการศึกษาไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องทำให้เด็ก “เข้าใจ คิดเป็น ทำเป็น และนำไปใช้เป็น” เพราะการศึกษาที่สมบูรณ์ไม่ควรจบลงเมื่อเด็กจำบทเรียนได้ แต่ต้องพัฒนาเด็กทั้งด้านสติปัญญา คุณธรรม จิตใจ ความรับผิดชอบต่อสังคม และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน
จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทยและสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เดินหน้าความร่วมมือเพื่อขยายการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งสร้าง “กระบวนการคิด” ให้ติดตัวเด็ก เพราะโลกในอนาคตอาจเปลี่ยนเทคโนโลยีอีกนับครั้ง แต่เด็กที่เรียนรู้เป็นจะสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้
ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)
ให้ความสำคัญกับ Active Learning ที่ต้องสร้างให้ผู้เรียนเกิดทั้ง “ทักษะการคิด” และ “นิสัยการคิด” เพราะเป้าหมายของการเรียนรู้เชิงรุกไม่ควรหยุดเพียงการทำกิจกรรมให้ครบ แต่ต้องทำให้เด็กสามารถคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์และนวัตกรรมได้
เมื่อกระบวนการคิดกลายเป็น “นิสัย” เด็กจะไม่รอรับคำตอบเพียงอย่างเดียว แต่จะรู้จักตั้งคำถาม ค้นหาข้อมูล ตรวจสอบเหตุผล และสร้างคำตอบด้วยตนเอง
ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)
ย้ำถึงจุดเปลี่ยนสำคัญว่า การศึกษาต้องก้าวจากการถ่ายทอดและท่องจำ ไปสู่การสร้าง “กระบวนการคิดและกระบวนการเรียนรู้” ให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน
ให้ผู้เรียนเป็นผู้ค้นพบความจริงจากการสร้างความรู้ในแต่ละมิติ เพราะความจริงต้องเกิดขึ้นจากผู้เรียน ซึ่งจะกลายเป็นความรู้บันทึกอยู่ในความจำระยะยาวตลอดไป
การศึกษาคือชีวิต หลายคนคิดว่าจัดการศึกษา เพื่อนำไปใช้ในอนาคตแต่ความจริงการศึกษาคือชีวิตจริงในปัจจุบันที่ผู้เรียนต้องใช้ และนำวิธีการสร้างความรู้ไปใช้ออกแบบกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตได้ทุกปัญหาและตลอดไป
ครูจึงไม่ใช่คนที่ต้องมีคำตอบให้เด็กทุกเรื่อง แต่ต้องเป็นคนออกแบบสถานการณ์ที่ทำให้เด็กได้ตั้งคำถาม ค้นหา วิเคราะห์ ทดลอง ลงมือทำ และค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง
นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่วงการศึกษาไทยต้องจับตามอง
เพราะในวันที่ AI สามารถตอบคำถามได้ภายในไม่กี่วินาที การศึกษาที่แข่งขันกันเพียงว่าใคร “รู้คำตอบ” มากกว่า อาจไม่เพียงพออีกต่อไป
สิ่งที่มีค่ามากขึ้นคือ คนที่รู้จักตั้งคำถาม รู้จักคิดกับข้อมูล รู้จักตรวจสอบคำตอบ และรู้ว่าจะนำความรู้ไปใช้อย่างไร
ดังนั้น Active Learning จึงไม่ควรเป็นเพียงกระแส และ GPAS 5 Steps ไม่ควรเป็นเพียงชื่อที่อยู่ในแผนการจัดการเรียนรู้
แต่ต้องลงไปถึงห้องเรียนจริง
ลงไปถึงวิธีคิดของครู
และสุดท้าย ต้องกลายเป็น “กระบวนการคิด” ที่ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต
AI อาจเก่งขึ้นทุกวัน แต่ภารกิจของการศึกษาคือทำให้มนุษย์ไม่หยุดคิด
และหากโมเดลโรงเรียนต้นแบบ Active Learning–GPAS 5 Steps กำลังจะขยายเพิ่มขึ้นจริง สิ่งที่วงการศึกษาควรจับตาจากนี้จึงไม่ใช่เพียง “มีกี่โรงเรียน” แต่คือ โรงเรียนเหล่านั้นจะพิสูจน์ให้เห็นได้หรือไม่ว่า เราสามารถเปลี่ยนห้องเรียนจากพื้นที่ “จำคำตอบ” ให้กลายเป็นพื้นที่ “สร้างคนที่คิดเป็น” ได้จริง
นี่คือเสียงจากเขาใหญ่ที่ไม่ควรจบลงพร้อมการประชุม
แต่ควรดังต่อไปถึงทุกห้องเรียนของประเทศ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บ้านปูชูแนวคิด Skill-Based Organization ผสานศักยภาพคนและ AI
บ้านปู ได้ร่วมแบ่งปันแนวคิดการพัฒนาองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยทักษะ พร้อมชูแนวคิด Skill-Based Organization ผสานศักยภาพคนและ AIในงาน WorkTech Asia 2026
แกร็บ ผนึก OpenAI ต่อยอดโครงการ GrabAcademy อัปสกิล AI คนขับ-ร้านค้า เสริมโอกาสทางธุรกิจ
แกร็บ ผนึก OpenAI ส่งเสริมและ พัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับคนไทย ผ่านการ เปิดตัว โปรเจกต์ ‘GO Forward with AI’ ในระดับภูมิภาค โดย พัฒนาหลักสูตรการใช้งาน ChatGPT ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับคนขับและผู้ประกอบการร้านค้า
แปรเม็ดเงิน AI ให้เป็นการเติบโตที่คนไทยมีร่วมกัน โดย ซิกเว่ เบรกเก้ | ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังก่อให้เกิดคลื่นการลงทุนลูกใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานอย่างดาต้าเซ็นเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ การพัฒนาโมเดล AI ไปจนถึง AI เอเจนต์ที่สามารถลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้ การลงทุนเหล่านี้กำลังผลักให้ AI
เมื่อ AI เปลี่ยนโลกสื่อ... ทรูเปิดบ้านรับ คณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรบยสส. รุ่นที่ 5 มองอนาคตการสื่อสาร ผ่านนวัตกรรม ดิจิทัล และประสบการณ์จริง
ทรู คอร์ปอเรชั่น นำโดย นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ ต้อนรับคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารมวลชนระดับสูงด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บยสส. รุ่นที่ 5) นำโดย นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี
BDI ก้าวสู่ปีที่ 4 ชู Data Backbone เชื่อมข้อมูลพร้อมใช้ ต่อยอด ThaiLLM-กำลังคน AI ผนึกภาครัฐ-เอกชน สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้
สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้การกำกับของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดงาน “BDI Day 2026: Big Data for a Resilient Thailand” ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 4 ของการดำเนินงาน พร้อมเปิดทิศทางปี 2570 มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลให้พร้อมใช้ ต่อยอด AI ภาษาไทยและกำลังคนด้าน Data-AI
คืนเวลาและศักดิ์ศรีให้ประชาชน: ถอดบทเรียนสหรัฐฯ สู่การทลายเขาวงกตภาครัฐด้วย AI
เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้เห็นโพสต์ที่น่าสนใจมากจาก พล.อ.ต. ดร.อมร ชมเชย เกี่ยวกับหน้าเว็บไซต์ภาครัฐของสหรัฐอเมริกา (america.gov) ซึ่งเปิดหน้าแรกมาด้วยข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลังอย่างยิ่งว่า:

