วันที่ 3 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งตรวจสอบกรณีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นคล้ายน้ำมัน บริเวณซอยพระราม 9 ซอย 6 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยประชาชนระบุว่ามีกลิ่นแสบจมูกและทำให้เกิดอาการคันตามตัว
นายสุชาติ กล่าวว่า ตนได้กำชับ คพ. ให้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและค้นหาแหล่งกำเนิดของกลิ่นโดยเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการดำเนินงานของ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่ประชาชนร้องเรียน พร้อมประสานกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทั้งระบบ ตั้งแต่ระบบระบายความร้อน ระบบสำรองไฟฟ้า การจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนระบบระบายน้ำ เพื่อให้ทราบสาเหตุที่แท้จริงและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน
“ผมกำชับให้ คพ. รับฟังความเดือดร้อนของประชาชนอย่างจริงจัง ต้องเร่งหาต้นตอให้ชัดเจนว่าเกิดจากส่วนใด หากพบการกระทำที่ก่อให้เกิดมลพิษต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และไม่ปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ” นายสุชาติ กล่าว
ด้าน ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า คพ. ร่วมกับสำนักงานเขตห้วยขวาง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณศูนย์ข้อมูล Data Center ซึ่งอยู่ใกล้จุดร้องเรียน พบว่าศูนย์ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ และอยู่ระหว่างการทดสอบระบบทำความเย็น ขณะที่บริเวณท่อระบายน้ำจุดปล่อยออกสู่ภายนอก พบลักษณะน้ำสีน้ำตาลขุ่น มีตะกอน คราบน้ำมัน และมีกลิ่นคล้ายน้ำมัน จึงเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการของ คพ. เพื่อหาสารปนเปื้อนและใช้ประกอบการตรวจสอบแหล่งกำเนิดต่อไป
ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ประกอบการแจ้งว่า เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาทดสอบเครื่องสำรองไฟ โดยนำถังน้ำมันมาวางบริเวณบ่อพักน้ำทิ้ง ก่อนเกิดอุบัติเหตุน้ำมันรั่วไหลลงพื้นและไหลเข้าสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ อย่างไรก็ตาม คพ. จะต้องตรวจสอบผลทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันสาเหตุและความเชื่อมโยงของมลพิษ
นอกจากนี้ คพ. ได้ตรวจสอบท่อระบายน้ำสาธารณะด้านหน้าอาคาร ซึ่งเชื่อมต่อกับคลองสามเสนนอก พบลักษณะน้ำขุ่น มีตะกอน คราบ และมีกลิ่นคล้ายน้ำมัน จึงเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมอีก 1 จุด เพื่อเปรียบเทียบผลวิเคราะห์ โดยคาดว่าจะทราบผลภายในประมาณ 7 วัน
เบื้องต้น คพ. ยังตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่ายทั้งหมด หรือ TVOCs ในน้ำด้วยเทคนิค Headspace โดยใช้เครื่องตรวจวัดก๊าซแบบพกพา พบค่า TVOCs ภายในบริษัท 6 ppm และบริเวณท่อระบายน้ำสาธารณะภายนอกบริษัท 3 ppm สะท้อนว่าพบสารอินทรีย์ระเหยง่ายในน้ำ จึงจำเป็นต้องติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดและเร่งดำเนินการแก้ไข
ทั้งนี้ สำนักงานเขตห้วยขวางได้มีคำสั่งให้ผู้ประกอบการดำเนินการกำจัดคราบน้ำมันในระบบท่อระบายน้ำให้เป็นไปตามมาตรฐานน้ำทิ้ง พร้อมจัดทำมาตรการป้องกันน้ำมันรั่วไหลลงสู่ระบบระบายน้ำ รวมถึงมาตรการป้องกันกลิ่นและไอระเหยจากน้ำมันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยกำหนดให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 7 วัน
สำหรับการกำกับดูแล Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วย นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ Telehouse Thailand เขตห้วยขวาง และ DAMAC DIGITAL THAILAND (BKK02) เขตสวนหลวง เพื่อรับฟังระบบการทำงานของศูนย์ Data Center และตรวจสอบระบบสำคัญที่อาจเกี่ยวข้องกับประเด็นมลพิษและความปลอดภัย ทั้งระบบระบายความร้อน ระบบจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง และระบบสำรองไฟฟ้า เพื่อเตรียมแนวทางกำกับดูแลให้เหมาะสมกับการขยายตัวของธุรกิจ Data Center ในอนาคต
นายสุชาติ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการขยายตัวของ Data Center ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะระบบที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบระบายความร้อน และการจัดการน้ำทิ้ง ต้องมีมาตรฐานและมาตรการป้องกันผลกระทบที่ชัดเจน
“การลงทุนและการพัฒนาเทคโนโลยีต้องเดินหน้า แต่ต้องเดินไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและประชาชน เราต้องสร้างความเชื่อมั่นว่า Data Center สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างปลอดภัย หากพบปัญหา คพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปตรวจสอบและแก้ไขอย่างรวดเร็ว” นายสุชาติ กล่าว
ทั้งนี้ คพ. จะติดตามผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน คพ. 1650, Inbox แฟนเพจเฟซบุ๊กกรมควบคุมมลพิษ และ Traffy Fondue เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและติดตามการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“รมว.สุชาติ” สั่ง คพ. ลุยสางปมกลิ่นเหม็นชลบุรี พบ VOCs สูง 90 ppm สั่งหยุดกิจการ–ตรวจทุกแหล่งต้องสงสัย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)
“รมว.สุชาติ” สนองนโยบาย “นายกฯ อนุทิน” ปูพรมกวาดล้างทุนข้ามชาติ! ทลายโรงงานเถื่อนแปรรูปไม้เชียงราย ยึดไม้ประดู่แปรรูป–อายัดไม้ท่อนล็อตใหญ่ สั่งล่าตัวการใหญ่
วันนี้ (2 กันยายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเดินหน้าขานรับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
'รมว.สุชาติ' เปิด 3 มาตรการ ทส. หลังปลดล็อก 'กรงหัวจุก' เดินหน้าเพาะเลี้ยงถูกกฎหมาย ควบคู่ปกป้องนกในธรรมชาติ
นายสุชาติ กล่าวว่า การปลดล็อกครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่มีวิถีและวัฒนธรรมการเลี้ยงนกกรงหัวจุกมาอย่างยาวนาน สามารถเพาะเลี้ยงและต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาไปสู่สัตว์เศรษฐกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
'สุชาติ' สั่งการ ทช. เร่งวางมาตรการป้องกันวาฬบรูด้าถูกเรือชน จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเส้นทางเดินเรือ ลดความเสี่ยงสูญเสียสัตว์ทะเลหายาก
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และคุ้มครองวาฬบรูด้า จึงมอบหมาย ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งดำเนินการหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียวาฬบรูด้าจากการถูกเรือชน
'รมว.สุชาติ' นำคณะ ทส. ร่วม ครม.สัญจรสงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ เพิ่มน้ำต้นทุน-น้ำบาดาล ควบคู่ดูแลป่าและสัตว์ป่า ภายใต้ 'ทส.หนึ่งเดียว'
นายสุชาติ รมว.ทส. เข้าร่วมการประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จังหวัดสงขลา โดยที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานของ ทส. ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
'รมว.สุชาติ' เปิดเผย ทส. หนุน 2 สะพานใหญ่ภาคใต้ เชื่อมสงขลา-พัทลุง และเกาะลันตา ย้ำพัฒนาเดินคู่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
นายสุชาติ กล่าวว่า ทส. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีความสำคัญทั้งต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของชุมชน พร้อมบูรณาการร่วมกับกรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลระบบนิเวศทางน้ำ ลดผลกระทบต่อ โลมาอิรวดี ทรัพยากรประมง และวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ

