“สุชาติ” ประกาศลุย “ฉก.คพ.” กวาดล้างขบวนการลักลอบทิ้งกากพิษ ปราบโรงงาน–นายทุน–ผู้มีอิทธิพล ทำลายสิ่งแวดล้อม กระทบสุขภาพประชาชน

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกันเปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีนโยบายยกระดับการป้องกันและปราบปรามปัญหามลพิษจากการลักลอบทิ้งของเสียและการจัดการของเสียที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การท่องเที่ยว และเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ

นายสุชาติได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 405/2569 ลงวันที่ 7 กันยายน 2569 จัดตั้ง “คณะทำงานและชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ในพื้นที่กลุ่มภาคตะวันออก เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ สุขภาพอนามัย และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมเดินหน้าจัดการกับโรงงาน นายทุน ผู้มีอิทธิพล เครือข่ายขบวนการ รวมถึงตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนการกระทำผิด กรณีลักลอบทิ้งของเสียหรือจัดการของเสียโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับคณะทำงานฯ มีนางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะทำงาน พร้อมด้วยรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมป่าไม้ และเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นคณะทำงาน เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน ได้จัดตั้ง ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ (ฉก.คพ.) โดยมี พล.ต.ท. อิทธิพร โพธิ์ทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ นายจำลอง ช่วยรอด ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองหัวหน้าชุดฯ และ พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ผู้อำนวยการในพื้นที่ของ ทส. พร้อมด้วย ผบก.สส.ภ.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวม 38 คน ร่วมปฏิบัติการ

ทั้งนี้ “ฉก.คพ.” จะทำงานแบบบูรณาการไร้รอยต่อกับหน่วยงานในพื้นที่ โดยมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ ขยายผล และดำเนินการกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นการตัดวงจรการลักลอบทิ้งของเสียและของเสียอันตราย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่ามหาศาล

นายสุชาติกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชน การประกอบกิจการอุตสาหกรรมต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและต้องไม่ผลักภาระมลพิษให้กับประชาชนหรือชุมชน ดังนั้น ผู้ประกอบการที่กระทำถูกต้องไม่ต้องกังวล แต่สำหรับผู้ที่ลักลอบทิ้งกากพิษ ของเสียอันตราย หรือใช้ช่องโหว่ของกฎหมายสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม จะต้องถูกตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างจริงจัง

“การตั้งชุดเฉพาะกิจครั้งนี้ต้องการให้การทำงานของภาครัฐมีความรวดเร็ว เข้มข้น และเข้าถึงพื้นที่ หากพบการกระทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน นายทุน ผู้มีอิทธิพล หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำผิด เพราะปัญหามลพิษไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน” นายสุชาติกล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องเรียนหรือร้องทุกข์เกี่ยวกับการลักลอบทิ้งของเสีย การจัดการของเสียที่ไม่ถูกต้อง การทิ้งกากพิษ ขยะมีพิษ หรือการกระทำอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยผู้ร้องสามารถใช้นามจริงหรือนามแฝงได้ และข้อมูลของผู้ร้องเรียนจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ประชาชนสามารถส่งเรื่องร้องเรียนหรือร้องทุกข์ทางไปรษณีย์ โดยจ่าหน้าซองโดยตรงถึง นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประธานคณะทำงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชั้น 19 เลขที่ 92 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 โดยเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเร็ว เพื่อหยุดยั้งการกระทำที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน พร้อมปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“สุชาติ” เปิดเผยได้รับรายงาน เดินหน้าดันชุมชนรับคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชน 100% สร้างรายได้จูงใจอนุรักษ์ป่า มุ่งสู่ Net Zero

วันนี้ (9 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“รมว.สุชาติ” ร่วมหารือ รมว.กสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว เดินหน้าความร่วมมือแก้ปัญหา “ไฟป่า–หมอกควัน–PM2.5” ข้ามแดน เน้นแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และเทคโนโลยี ยกระดับการรับมือร่วมกัน

วันนี้ (9 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ไทย–สปป.ลาว จับมือยกระดับความร่วมมือสิ่งแวดล้อม ลงนาม MOU แก้หมอกควันข้ามแดน–PM2.5 พร้อมส่งมอบอุปกรณ์ดับไฟป่าและเครื่องวัดอากาศ

“สุชาติ” เดินหน้าความร่วมมือไทย–ลาว แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เตรียมส่งทีมถ่ายทอดองค์ความรู้รับมือไฟป่า พร้อมพาคณะลาวศึกษาระบบ War Room เชียงใหม่

คพ.เผยกำจัดน้ำเสีย-ตะกอนปนเปื้อนน้ำมัน Data Center พระราม 9 แล้วเสร็จ ค่าก๊าซพิษ-การลุกติดไฟเป็นศูนย์

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้กรมควบคุมมลพิษติดตามและสนับสนุนการจัดการกรณีน้ำมันรั่วไหลจากศูนย์ข้อมูล Data Center พระราม 9 ซึ่งไหลเข้าสู่ระบบท่อระบายน้ำสาธารณะอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งเก็บกู้และกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากพื้นที่โดยเร็ว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

“สุชาติ” เปิดผลตรวจ 2 จุดต้องสงสัยลักลอบทิ้งกากของเสียปราจีนบุรี พบโลหะหนักหลายชนิด สั่งสาวถึงต้นตอ–เอาผิดเด็ดขาด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)

“รมว.สุชาติ” สั่งหน่วยงาน ทส. ลงพื้นที่ไทรโยค เร่งตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากลักลอบทำเหมือง เก็บตัวอย่างน้ำ–ตะกอนดิน ตรวจหาโลหะหนัก ห่วงกระทบประชาชน

วันนี้ (7 กันยายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม