
‘พิพัฒน์’ เรียกประธานบอร์ด รฟท.-ผู้ว่า รฟท.ถกด่วน หาทางออกแอร์พอร์ตลิ้งก์วิ่งให้บริการหลัง 30 ก.ย. ด้าน ซีพี ส่งหนังสือด่วนยอมวิ่งให้บริการต่อ 4 เดือน แบบมีเงื่อนไข ห้ามฟ้องร้อง หากฟ้องร้องหยุดเดินรถทันที พร้อมขอค่าบริหารจัดการเดินรถ60ล้านบาทต่อเดือน เล็ง ชง บอร์ด รฟท. 10 ก.ย.นี้ พิจารณา
9 ก.ย. 2569 – นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัท เอเซีย เอราวัณ จำกัด (บริษัทในเครือซีพี) ซึ่งเป็นบริษัทที่รับสัมปทานในการดำเนินงานโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) และเดินรถให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอิร์ต เรลลิ้งก์ ได้ทำหนังสือมายังการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เพื่อขอยุติการให้บริการเดินรถแอร์พอร์ตลิ้งก์ในวันทื่ 30ก.ย. นั้น กระทรวงคมนาคมได้พยายามหาทางออก ล่าสุดเมื่อวันที 8 กันยายน ที่ผ่านมา เอเซียเอราวัณได้ทำหนังสือตอบกลับมายัง รฟท.ว่า ยินยอมที่จะเดินรถให้บริการ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งก์ต่อไปอีก 4 เดือน แต่มีเงื่อนไข
นายอนันต์ กล่าวว่าดังนั้นในวันที่ 9ก.ย. ตนและนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) ในฐานะประธานบอร์ด รฟท.จึงได้เข้ามารายงาน รวมถึงแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป ก่อนที่จะมีนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ บอร์ด รฟท. วันที่ 10 ก.ย. ต่อไป โดยข้อเสนอของ เอเซียเอราวัณ ทำหนังสือนำเสนอมาแบบมีเงื่อนไขนั้น นอกจากจะยินยอมที่จะเดินรถให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งก์ต่ออีก4 เดือนหลังสัญญาหมดในวันที่30 ก.ย. จะต้องไม่นำไปเกี่ยวข้องกับประเด็นที่บริษัท ขอสงวนสิทธิ์ในการขอยกเลิกสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเป็นสัญญาหลัก และ หากมีการฟ้องร้องหรือข้อพิพาทเกิดขึ้น ทางบริษัทจะสิ้นสุดการเดินรถทันที
นอกจากนี้ทางบริษัทยังเสนขอให้ รฟท.สนับสนุนค่าบริหารจัดการเดินรถในอัตราเดือนละ 60 ล้านบาท ซึ่งจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเดินรถ ซึ่งหากคิดตลอดระยะเวลา 4 เดือน ระหว่างวันที่ 1ต.ค.69-30-ม.ค.70 จะมีวงเงินรวมกว่า 240 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในเงื่อนไขต่างๆที่ทาง เอเซียเอราวัณ เสนอเงื่อนไขมานั้นทาง รฟท. ได้รายงานให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคมรับทราบแล้ว และจะรวบรวมรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ เสนอให้ที่ประชุมบอร์ด รฟท. ที่มี นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ในฐานะประธานบอร์ด รฟท พิจารณาหาแนวทางในการแก้ไขจปัญหาต่อไป
นายอนันต์ กล่าวว่า รฟท.เห็นว่าหน้าที่การเดินรถในช่วงเวลานี้ ยังเป็นความรับผิดชอบของคู่สัญญาเดิมของเอกชน โดยเฉพาะก่อนครบกำหนดวันที่ 30 ก.ย. นี้ ส่วนการดำเนินการภายหลังจากนั้นจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดของสัญญาหลักให้มีความชัดเจนเสียก่อน แปต่อย่างไรก็ตามการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งก์ ยังถือเป็นการบริการสาธารณะที่กระทรวงคมนาคมจะต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อการบริการ ขณะที่กรณีเอกชนขอสิ้นสุดสัญญาในสัญญาหลักนั้น ก็มีขั้นตอนและกระบวนการพิจารณาตามสัญญารองรับอยู่แล้ว
“ส่วนกรณีที่เอกชนเสนอเงื่อนไข ว่าหากมีการฟ้องร้องจะหยุเดินรถนั้น ถือเป็นการข่มขู่หรือไม่นั้น ในเรื่องนี้ไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นการระบุสิทธิของเอกชน ขณะที่ รฟท.มีหน้าที่ต้องคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและดูแลไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการหยุดให้บริการ โดยที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายมีการเจรจากันอย่างต่อเนื่อง และจะต้องหารือเพื่อหาข้อยุติในเงื่อนไขที่ยังเห็นต่างกันต่อไป”นายอนันต์ กล่าว
นายอนันต์ กล่าวถึงกรณีล้อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์สึก ส่งผลให้สามารถนำขบวนรถให้บริการประชาชนได้เพียง 5 ขบวน จากทั้งหมด 9 ขบวน ว่า ทางผู้รับสัมปทานได้ว่าจ้างบริษัทซีเมนส์ (Siemens) ให้เข้ามาทำการตรวจสอบความพร้อมของการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการตรวจเช็กมาโดยตลอด จนกระทั่งพบล้อสึก ทางเอกชนยืนยันว่ามีการซ่อมบำรุง และการดูแลรักษาตามรอบเป็นปกติมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้เป็นการตรวจพบกรณีที่มีความเสียหายหนัก อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ปกติแล้วล้อรถไฟฟ้าจะไม่ได้สึกได้ง่าย จึงคาดว่าน่าจะมีส่วนหนึ่งส่วนใดที่มีปัญหาเกิดขึ้น และขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทั้งล้อ และรางรถไฟฟ้าเพิ่มเติมด้วย เพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียด ทั้งนี้ได้กำชับให้เอกชนเร่งปรับปรุงขบวนรถให้แล้วเสร็จ คาดว่าจะครบทั้งหมดในวันที่ 14 ก.ย.2569

