
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นางนาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 นายภูมิศิษฏ์ คงมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง เขต 1 นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง เขต 2 คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ประชาชนในพื้นที่ และสื่อมวลชนเข้าร่วมพิธี และมีนายฉัตรชัย อุสาหะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวต้อนรับ นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวรายงานเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ณ บริเวณสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา บ้านแหลมจองถนน ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ในวันที่ 18 มีนาคม 2565

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการมุ่งมั่นพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งทั่วทั้งประเทศอย่างบูรณาการ ทั้งทางบก ราง น้ำ และอากาศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความอยู่ดีกินดีให้กับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางบนถนนและสะพานที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงคมนาคม ประกอบกับกระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านคมนาคมในเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการบูรณาการระหว่างรูปแบบการขนส่ง การกำกับดูแลการพัฒนาระบบคมนาคมให้มีความสะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชน รวมถึงการแก้ไขปัญหาจราจรเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จึงมอบหมายให้ ทช. ดำเนินโครงการการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา - ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เพื่อช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้เกิดความสมบูรณ์ เพิ่มศักยภาพในการเดินทางเชื่อมระหว่างจังหวัดพัทลุงกับสงขลา ลดระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร หรือลดระยะเวลาในการเดินทางราว 2 ชั่วโมง

“เป็นการสนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของพี่น้องประชาชนทั้งสองฝั่งทะเลสาบสงขลา เนื่องจากตลอดแนวทะเลสาบสงขลามีสะพานอยู่เพียง 2 แห่ง ได้แก่ สะพานชะแล้ ตั้งอยู่ด้านล่างของทะเลสาบสงขลาเชื่อมต่ออำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา กับอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง และสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (สะพานไสกลิ้ง - หัวป่า) ตั้งอยู่ด้านบนของทะเลสาบสงขลาเชื่อมต่ออำเภอระโนด จังหวัดสงขลา กับอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยสะพานทั้ง 2 แห่ง มีระยะทางห่างกัน 60 กิโลเมตร ทำให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ตรงกลางของทะเลสาบต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง จากปัญหาดังกล่าวองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน รวมทั้งประชาชนในพื้นที่อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง และอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา จึงขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา”นายศักดิ์สยาม กล่าว

ปัจจุบัน กรมทางหลวงชนบท ได้ดำเนินการสำรวจออกแบบโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จและได้ผ่านการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ของสำนักนโยบายและเเผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี โดยในปี 2566 ได้จัดทำคำขอภายในกรอบวงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น จำนวน 4,841 ล้านบาท มีระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี (ปี 2566 - 2568) โดยจะใช้เงินกู้และงบสมทบจากงบประมาณประจำปี ทั้งนี้ คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างประมาณ ปี 2566 คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการได้ในช่วงกลางปี 2569 ต่อไป

สำหรับโครงการดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกจากถนนทางหลวงชนบท พท.4004 (กม. ที่ 3+300) บ้านแหลมจองถนน ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง วางแนวข้ามทะเลสาบสงขลาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และมีจุดสิ้นสุดที่ถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (ถนนรอบเกาะใหญ่) บริเวณหมู่ 2 บ้านแหลมยาง ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รวมระยะทางทั้งสิ้น 7 กิโลเมตร โดยสะพานมีขนาด 2 ช่องจราจร (สามารถขยายเป็น 4 ช่องจราจรได้ในอนาคต) และมีรูปแบบสะพานที่เหมาะสม คือ สะพานคานขึง (Extradosed Bridge) และสะพานคานคอนกรีตรูปกล่องความหนาคงที่ (Box Segmental Bridge) นอกจากนี้ บริเวณราวสะพานได้ออกแบบให้มีความสวยงาม โดยนำรูปแบบทางจิตรกรรมมโนราห์ของท้องถิ่นมาประยุกต์ ประกอบกับลักษณะทางโครงสร้างของสะพานที่แตกต่างจากสะพานอื่นและสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม ทำให้สะพานแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์ก (Landmark) ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด รวมถึงจะเป็นมิติใหม่ของการเดินทางจากสงขลาถึงพัทลุง เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่ง ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน นำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้พบปะพูดคุยกับประชาชนที่มาร่วมงาน เพื่อนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนในพื้นที่ไปประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายในการขับเคลื่อนแผนงานโครงการของกระทรวงคมนาคมในอนาคต และเพื่อให้การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์’กับภารกิจเร่งด่วน ปั้นบุคลากรการบินดันไทยฮับภูมิภาค
ถ้าพูดถึง “อุตสาหกรรมการบิน” ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นเครื่องบินลำใหญ่กำลังทะยานขึ้นจากรันเวย์ ผู้โดยสารลากกระเป๋าเข้าเกต หรือสนามบินที่เต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก แต่ในมุมของกระทรวงคมนาคม
ยอดสมัครทะลุหมื่น! 'มณเฑียร' เชิญชวนเยาวชนสมัคร 'พลทหารอาสา' ไม่จำกัดวุฒิ เงินเดือนเฉียด 1.5 หมื่น การันตีต่อยอดสู่ทหารอาชีพ
นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้มอบนโยบายให้กองทัพ และกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัคร "พลทหารอาสา" ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา
จับตา! 3 ปรากฎการณ์ เขย่า 'ระบอบสีน้ำเงิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตาท่าทีอนุรักษ์นิยมต่อระบอบสีน้ำเงิน" โดยระบุว่า

