'โอฬาร' ชูภารกิจ UNGA81 ยกระดับไทยบนเวทีโลก ดึงเชื่อมั่นนักลงทุน ชม 'อนุทิน' ใช้การทูต-กฎหมายสากลคลี่คลายข้อพิพาท

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า

มีความสำคัญต่อประเทศไทยทั้งในมิติการเมืองระหว่างประเทศและเศรษฐกิจ เพราะเป็นการแสดงสถานะ ตัวตน และการยอมรับประเทศไทยในสายตานานาชาติความแตกต่างจากการเดินทางตามพิธีการทั่วไป คือ นายกรัฐมนตรีนำทิศทางนโยบายของรัฐบาลไปเชื่อมโยงกับบริษัทการเงิน บริษัทพลังงาน และกลุ่มทุนระดับโลก เปรียบเสมือนการโรดโชว์ประเทศไทย เพื่อแสดงศักยภาพด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความพร้อมของบุคลากร และนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

รศ.ดร.โอฬารประเมินว่า นายอนุทินทำงานด้านการเมืองระหว่างประเทศได้ดี มีการเตรียมตัว และสามารถสร้างความสัมพันธ์ได้ทั้งในระดับทางการและไม่เป็นทางการ ที่สำคัญคือยังไม่ปรากฏข้อผิดพลาดสำคัญจากการกล่าวถ้อยแถลงบนเวทีโลก

สำหรับสาระของถ้อยแถลง นายอนุทินวางบทบาทประเทศไทยไว้ในฐานะประเทศที่สนับสนุนการแก้ปัญหาระหว่างประเทศผ่านการเจรจา กติกา และความร่วมมือ โดยเชื่อมโยงปัญหาเฉพาะหน้าอย่างความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา เข้ากับโจทย์ใหญ่เรื่องความเชื่อมั่นและประสิทธิภาพของระบบพหุภาคี

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหัวข้อการประชุม UNGA81 ที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการปรับตัวของสหประชาชาติให้สามารถตอบสนองต่อประเทศสมาชิกทุกฝ่ายได้อย่างแท้จริง

รศ.ดร.โอฬารกล่าวว่า การยืนยันใช้แนวทางเจรจากับกัมพูชาสะท้อนภาวะผู้นำที่เลือกใช้การทูตลดความตึงเครียด ท่ามกลางสถานการณ์ที่ความขัดแย้งอาจถูกขยายด้วยกระแสชาตินิยม การประกาศต่อประชาคมโลกว่า ไทยยึดการเจรจาและกลไกทางกฎหมาย จึงเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลพร้อมจัดการข้อพิพาทด้วยเหตุผลและความรับผิดชอบ

แนวทางนี้เป็นผลดีต่อประชาชนทั้งสองประเทศ เพราะช่วยเปิดพื้นที่ให้การแก้ปัญหาดำเนินไปอย่างสันติ โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงจากการเผชิญหน้า

ขณะเดียวกัน การกล่าวถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS อย่างมีขอบเขต ช่วยทำให้ประเด็นทางกฎหมายชัดเจนขึ้น โดยแยกข้อพิพาททางทะเลออกจากปัญหาเขตแดนทางบกอย่างเป็นระบบ

การใช้กลไกภายใต้ UNCLOS จึงไม่ได้หมายความว่า ข้อพิพาททุกด้านระหว่างไทยกับกัมพูชาจะถูกรวมอยู่ในกระบวนการเดียวกัน แต่เป็นการเลือกใช้กลไกทางกฎหมายให้ตรงกับประเภทของปัญหา ซึ่งช่วยลดความสับสนของสังคมและป้องกันการขยายความทางการเมืองเกินข้อเท็จจริง

ส่วนข้อเสนอปฏิรูปสหประชาชาติ สะท้อนว่านายกรัฐมนตรีเข้าใจปัญหาความชอบธรรมของสถาบันระหว่างประเทศ โดยเฉพาะคำถามเรื่องความเป็นธรรมในการเป็นตัวแทนและการเปิดพื้นที่ให้ประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กมีเสียงในการกำหนดอนาคตร่วมกัน

เมื่อประเทศสมาชิกเห็นว่ากติกาและกระบวนการตัดสินใจเปิดรับเสียงของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง ความเชื่อมั่นต่อระบบระหว่างประเทศก็จะเพิ่มขึ้น จุดยืนดังกล่าวจึงทำให้ประเทศไทยไม่ได้พูดเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความต้องการของประเทศที่ไม่ใช่มหาอำนาจอีกจำนวนมากด้วย

รศ.ดร.โอฬารกล่าวอีกว่า การนิยามสันติภาพให้มีความหมายมากกว่าการไม่มีสงคราม ถือเป็นแนวคิดที่มีคุณค่าทางนโยบาย เพราะสันติภาพที่ยั่งยืนต้องประกอบด้วยความร่วมมือ การแก้ปัญหาข้ามพรมแดน และการสร้างผลประโยชน์ร่วมกันให้แก่ประชาชน

ปัญหายาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์ ล้วนเป็นภัยคุกคามที่ไม่มีประเทศใดแก้ไขได้โดยลำพัง การยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นกล่าวบนเวทีโลก จึงเป็นการเชื่อมโยงแนวคิดเรื่องสันติภาพเข้ากับปัญหาที่กระทบชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

“ในภาพรวม ถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีช่วยยกระดับประเทศไทยจากผู้เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเฉพาะหน้า ไปสู่ประเทศที่สนับสนุนการเจรจา กฎหมายระหว่างประเทศ และการปฏิรูประบบพหุภาคี เป็นทิศทางการทูตที่ควรสนับสนุน เพราะรักษาผลประโยชน์ของไทยควบคู่กับเสถียรภาพของภูมิภาค” รศ.ดร.โอฬารกล่าว

อย่างไรก็ตาม ความน่าเชื่อถือของจุดยืนดังกล่าวจะชัดเจนยิ่งขึ้น หากรัฐบาลรักษาความต่อเนื่องของการเจรจา ปฏิบัติตามกติกาที่ประกาศยึดถือ และสื่อสารต่อประชาชนอย่างตรงไปตรงมาถึงขอบเขตและความคืบหน้าของแต่ละประเด็น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' โรดโชว์อังกฤษ โชว์เสถียรภาพรัฐบาล ชวนยักษ์ใหญ่ลงทุน AI-พลังงานสะอาด

นายกฯ โรดโชว์อังกฤษ ชูเสถียรภาพรัฐบาล ช่วยเดินหน้านโยบายต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่น ชวนเอกชนสหราชอาณาจักรลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต AI -วิทยาศาสตร์ -เทคโนโลยี-นวัตกรรม

โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ บินด่วนกลับไทยเร็วขึ้น 2 ชม. พร้อมลุยน้ำท่วมทันทีหลังลงเครื่อง

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เลื่อนกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยให้เร็วขึ้น โดยจะออกเดินทางจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร