
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ถึงผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการตรวจยึดไม้หวงห้ามและจับกุมผู้ต้องหาในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้และขนย้ายไม้ผิดกฎหมาย ตลอดจนปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดยนายกรัณย์พล แสงทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) พร้อมด้วยนายสมควร ห้วยหงส์ทอง ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ลำปาง นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.20 (แม่หวด) ลป.19 (แม่โป่ง) และชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ลำปาง ชุดที่ 3 ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภองาว นำโดยนายสมจิตร จุลเจริญ นายอำเภองาว พร้อมด้วยปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภองาว เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามประจำจังหวัดลำปาง สายที่ 1

จากการเข้าตรวจสอบบริเวณริมเส้นทางสัญจรด้านทิศใต้ของหมู่บ้านขุนแม่หวด หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านหวด อำเภองาว จังหวัดลำปาง ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่เมาะ เจ้าหน้าที่พบไม้ประดู่ท่อนซุกซ่อนอยู่บนรถบรรทุก 6 ล้อดัดแปลงติดตั้งเครนด้านหลัง ยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า-เทา หมายเลขทะเบียน 81-7027 ลำปาง จำนวน 2 ท่อน ปริมาตรรวม 5.17 ลูกบาศก์เมตร และพบไม้ประดู่ท่อนบริเวณสวนข้าวโพดใกล้เคียงอีก 2 ท่อน ปริมาตรรวม 3.50 ลูกบาศก์เมตร รวมไม้ของกลางทั้งสิ้น 4 ท่อน ปริมาตรรวม 8.67 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 303,534 บาท
ในการตรวจสอบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุจำนวน 1 ราย อายุ 33 ปี พร้อมตรวจยึดรถบรรทุก 6 ล้อ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สแลนพรางแสง เหล็กงัดไม้ เชือก และผ้าพลาสติก ไว้เป็นของกลางเพื่อประกอบการดำเนินคดี
ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรงาว จังหวัดลำปาง ตามคดีอาญาที่ 370/2569 และคดียึดทรัพย์ที่ 264/2569 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช 2507 พร้อมประสานการสืบสวนขยายผลเพื่อหาข้อเท็จจริงและตรวจสอบผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยให้เป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ ยังคงให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้อย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ รักษาผืนป่าให้คงความอุดมสมบูรณ์ และส่งต่อทรัพยากรป่าไม้ที่มีคุณค่าให้แก่ประชาชนและคนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“รมว.สุชาติ” เผยสวนสัตว์เปิดเขาเขียวรับ “แพนด้าแดง” เพศเมียเข้าดูแล เร่งตรวจสุขภาพ-กักโรค 30 วัน ดูแลใกล้ชิดตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์
วันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายกานตพันธุ์ พิศาลสุขสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
'สุชาติ' แจง ที่ดิน 'สามีบุ๋ม' ไม่ได้อยู่ในพื้นที่กรมป่าไม้ แต่อยู่ในเขตรับผิดชอบ มทบ.12
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงการตรวจสอบที่ดินของ ก๊อต อธิป สามีของ
“สุชาติ” สั่งด่วน กรมอุทยานฯ ส่งเจ้าหน้าที่ อช.สิรินาถ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม-ดินโคลนถล่มภูเก็ต
26 ตุลาคม 2569 — นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และพาหนะ ลงพื้นที่ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของ
"รมว.สุชาติ" เผยความคืบหน้าผู้ต้องหาลอบตัดต้นนางพญาเสือโคร่งดอยปุย พบหลักฐานล็อกเป้า 7 รายด้าน จนท.อุทยานฯ -ตำรวจ-กำนัน ลุยตรวจพื้นที่อีกรอบ
25 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยความคืบหน้าหลังได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
'สุชาติ' ลุยไม่แผ่วปราบไม้เถื่อนต่อเนื่อง! กรมป่าไม้รวบ 6 ราย ลอบตัดไม้ประดู่-ไม้แดง ยึดเลื่อยโซ่ยนต์ 3 เครื่อง คาป่าสงวนฯ กำแพงเพชร
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกป่าและลักลอบตัดไม้ทำลายป่าอย่างเข้มข้น กำชับกรมป่าไม้เร่งตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกัดกั้นขบวนการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ พร้อมขยายผลเอาผิดผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

