‘สินิตย์’ นำทัพลุยร้อยเอ็ด ชี้ช่องข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้-ชาใบข้าว ใช้ประโยชน์ FTA ขยายส่งออกตลาดต่างประเทศ

สินิตย์’ นำทัพกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่ร้อยเอ็ด พบปะเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านเหม้า พบสินค้าข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ ชาใบข้าวหอมมะลิอินทรีย์ มีศักยภาพส่งออกทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ หนุนเพิ่มช่องทางจำหน่ายบนตลาดออนไลน์ พร้อมใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายส่งออก

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์จากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามการดำเนินนโยบาย “การประกันรายได้เกษตรกร” ของกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งส่งเสริมสินค้าเกษตรให้มีราคาดี โดยเฉพาะสินค้าหลัก ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมถึงนโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” เพื่อหาตลาดรองรับสินค้าและบริการทั้งในและต่างประเทศ และนโยบาย “การหาตลาดใหม่” จากการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) พร้อมทั้งได้รับฟังความต้องการของเกษตรกรเรื่องสถานการณ์การผลิต การค้าของสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว รวมทั้งแนะนำการทำตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกรอย่างมั่นคงในระยะยาว

          นายสินิตย์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้หารือกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านเหม้า อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มมูลค่าสินค้าข้าว ในรูปแบบของการทำเกษตรอินทรีย์ มีการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของสินค้าข้าวหอมมะลิ และมีการนำนวัตกรรม งานวิจัย และเทคโนโลยีมาพัฒนาต่อยอดสินค้าข้าว เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้าและเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาใบข้าวหอมมะลิอินทรีย์ การแปรรูปข้าวเพื่อทำเครื่องดื่มจมูกข้าวหอมมะลิ และครีมผงข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นครีมเทียมชงในเครื่องดื่ม นอกจากนี้ วิสาหกิจชุมชนยังทำ OEM ผลิตสินค้าชาใบข้าวให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยวางจำหน่ายในห้างโมเดิร์นเทรด และพัฒนาสินค้าให้ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ GAP และ อย. ทั้งการผลิตและการแปรรูป ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเกษตรกรที่ต้องการยกระดับสินค้าให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีคุณภาพและความปลอดภัย

“กระทรวงพาณิชย์พร้อมช่วยสนับสนุนเกษตรกร เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งให้ความรู้เรื่องการส่งออกและการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ ชาใบข้าวหอมมะลิอินทรีย์ และสินค้านวัตกรรมข้าวของร้อยเอ็ด ให้สามารถวางจำหน่ายได้ทั่วประเทศและขยายส่งออกตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น รวมทั้งเพิ่มช่องทางจำหน่ายบนตลาดออนไลน์ได้อีกด้วย” นายสินิตย์ เสริม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประธาน กมธ.พาณิชย์ ยันขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 31 ส.ค. ยึดกรอบเดิม AFTA

ประธานกมธ.พาณิชย์ หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ระบุครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านถึง 31 ส.ค. 2569 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบ AFTA มาตั้งแต่ปี 2554 ไม่ใช่การขยายเวลาเพิ่ม พร้อมย้ำปีนี้ยังต้องบริหารสมดุลระหว่างผลผลิตในประเทศกับความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้กระทบราคาและเกษตรกรในระยะยาว

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์  เสริมแกร่งสินค้าไทย สู่ความยั่งยืน จัดกิจกรรม “T Mark Clinic ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569”

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์  เดินหน้าส่งเสริมและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยด้วย กิจกรรม “T Mark Clinic ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569”

กรมการค้าภายใน ชวนปักหมุดเที่ยวงาน 'Village to Town : เริ่ดจากถิ่น ช้อปฟินในเมือง' เซ็นทรัลปิ่นเกล้า 24-28 มิ.ย.นี้

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนร่วมงาน “Village to Town : เริ่ดจากถิ่น ช้อปฟินในเมือง” งานมหกรรมรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ ที่ยกขบวนของดี ของเด่น และสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น จาก ‘หมู่บ้านทำมาค้าขาย-ตลาดต้องชม’ ทั่วประเทศ กว่า 50 บูธ มาให้ชาวกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงได้เลือกซื้อกันอย่างจุใจ

'เอ็ดดี้' วิเคราะห์ 'ศุภจี' เปลี่ยน ก.พาณิชย์ จาก 'ตามแก้ปัญหาราคา' ให้เป็น 'อ่านสัญญาณตลาดก่อนเกิดวิกฤต'

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คุณศุภจีกำลังเปลี่ยนกระทรวงพาณิชย์จากหน่วยงานที่ “ตามแก้ปัญหาราคา” ให้เป็นหน่วยงานที่ “อ่านสัญญาณ

บอร์ดธ.ก.ส.สั่งลุย‘สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ช่วยเกษตรกร

ข่าวดี! ‘บอร์ด ธ.ก.ส.’ สั่งลุย ‘โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เคาะปล่อยกู้เกษตรกรรายละไม่เกิน 100,000 บาท หนุนลดต้นทุน-เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน