
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการบูรณาการการพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายทางถนนร่วมกันระหว่างกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยมี นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง นายสมชาย ลีลาประภาภรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท และนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง และมี นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และประธานกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2565 ณ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การบริหารงานของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานโดยยึดหลักการบูรณาการ การมีส่วนร่วม และสร้างการรับรู้ควบคู่การประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการกำหนดแนวทางในการพัฒนาโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง โครงการทางหลวงชนบท และโครงการทางพิเศษ โดยให้ความร่วมมือในการวางแผน การศึกษา และออกแบบโครงการ พร้อมทั้งส่งเสริม สนับสนุน เรียนรู้ และพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ของทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ทางหลวงชนบท และทางพิเศษร่วมกัน เช่น การบริหารจัดการแบบ Single Command เพื่อให้เกิดการสั่งการที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ การเชื่อมโยงข้อมูลการจราจรเพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาการจราจรในโครงข่ายคมนาคมทางถนนของประเทศ โดยมีโครงข่ายที่จะบูรณาการการพัฒนาโครงการร่วมกัน ได้แก่

1.โครงการทางพิเศษสายเมืองใหม่ - เกาะแก้ว - กะทู้ จังหวัดภูเก็ต ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งเดิมกรมทางหลวง (ทล.) ได้เคยศึกษาออกแบบเป็นทางหลวงแนวใหม่สายเมืองใหม่ - เกาะแก้ว นั้นให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการเป็นรูปแบบทางพิเศษเชื่อมต่อกับโครงการทางพิเศษสายกะทู้ - ป่าตอง
2.โครงการทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 305 (ปทุมธานี - รังสิต - องครักษ์) ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ที่ ทล. ได้ศึกษาออกแบบไว้ ให้ กทพ. เป็นผู้ดำเนินการเป็นโครงการทางพิเศษสายอุดรรัถยา - ปทุมธานี

3.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายทางยกระดับศรีนครินทร์ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร ที่ ทล. ได้ศึกษาออกแบบไว้ ให้ กทพ. เป็นผู้ดำเนินการเป็นทางพิเศษ โดยให้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
4.โครงข่ายทางสนับสนุนการเชื่อมต่อระบบขนส่งหลักของประเทศ ช่วงจังหวัดสมุทรสาคร - สมุทรปราการ (สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ และถนนเชื่อมต่อ) ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร ที่กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ศึกษาและออกแบบไว้นั้น รวมทั้งได้เสนอรายงาน EIA ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการและเตรียมนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้ความเห็นชอบ ให้ กทพ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ โดยบูรณาการร่วมกับโครงการถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านใต้ และให้ ทช. เป็นผู้ดำเนินโครงการถนนโครงข่ายรองที่เชื่อมต่อช่วงถนน จาก ทล.3 บรรจบ ทล.34 ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร
5.โครงการสะพานเชื่อมเกาะสมุย จากอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปยังอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร ให้ กทพ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ

สำหรับการบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมและโครงข่ายทางถนนร่วมกันระหว่าง ทล. ทช. และ กทพ. ในครั้งนี้ เป็นมิติใหม่ในการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐในการวางแผนการดำเนินงานเพื่อลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการดำเนินงาน สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้ทางได้รับความสะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้มากยิ่งขึ้น นับเป็นการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางถนนของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เยี่ยมชมศูนย์บริหารการจราจรทางพิเศษ กทพ. (Expressway Traffic Management Center: ETM) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นศูนย์บริหารจัดการแบบ Single Command เพื่อให้เกิดการสั่งการชัดเจนและมีประสิทธิภาพ มีการเชื่อมโยงข้อมูลการจราจรเพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาการจราจรในโครงข่ายคมนาคมทางถนนของประเทศ
มูลค่าโครงการที่ MOU กับ ทล. ทช.
1. เมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ 30,456 ล้านบาท
2. อุดรรัถยา-ปทุมธานี 38,557 ล้านบาท
3. ศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ 43,186 ล้านบาท
4. สามสมุทร (MR10 ด้านใต้) 96,600 ล้านบาท
5. สะพานเชื่อมเกาะสมุย 25,000 ล้านบาท
รวม 233,799 ล้านบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พิชญุตม์' การันตีผลงานรัฐบาล 'อนุทิน' 4 เดือน รับมือวิกฤตพลังงาน ดันราคาข้าว-ยาง-ปาล์ม พุ่งต่อเนื่อง พร้อมอัดมาตรการช่วยลดต้นทุน-ขยายตลาดโลก
นายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ว่า ภายหลังรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าบริหารประเทศ 4 เดือน สามารถรับมือกับวิกฤตพลังงานและสงครามตะวันออกกลางได้ดี ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรหลักปรับตัวสูงขึ้น
'ลลิดา' สอน 'ไอซ์' บอกงบน้ำบาดาลเคาะพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง!
รองโฆษกรัฐบาล แจง 'รักชนก' ปมงบน้ำบาดาล ย้ำโครงการกำหนดพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง ชี้คำขอกว่า 900 แห่ง อนุมัติ 858 แห่งตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่จัดสรรตามการเมือง
167 ปี 'เจ้าท่า' เดินหน้าขับเคลื่อนคมนาคมทางน้ำสู่อนาคต
167 ปี "เจ้าท่า"เดินหน้าขับเคลื่อนคมนาคมทางน้ำสู่อนาคต พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับความปลอดภัย สร้างเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

