คปภ. เร่งช่วยเหลือด้านประกันภัย กรณีเพลิงไหม้ผับดังสัตหีบ“เม้าส์เทน บี”

เลขาธิการ คปภ. สั่งตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือด้านประกันภัยให้กับผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมแนะผู้ประกอบสถานบริการทุกประเภทให้ความสำคัญทำประกันอัคคีภัยเพื่อนำระบบประกันภัยเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ผับชื่อดังในสัตหีบ “เม้าส์เทน บี MountainB” เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 1 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 522 ตารางเมตร ตั้งอยู่เลขที่ 2/84 หมู่ 7 ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี  ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 14 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากไฟคลอก จำนวน 33 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 เบื้องต้นได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สายกลยุทธ์องค์กร สำนักงาน คปภ. ภาค 6 (ชลบุรี) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดชลบุรี ให้ลงพื้นที่จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือด้านประกันภัยให้กับผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งการรับแจ้งเรื่องการทำประกันภัย ตรวจสอบข้อมูลและเอกสารการทำประกันภัย และติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อใช้ระบบประกันภัยเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัยและครอบครัวของผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม พร้อมสำรวจความเสียหายผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงาน คปภ. จังหวัดชลบุรีได้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยให้กับผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างใกล้ชิดแล้ว

ทั้งนี้ ได้รับรายงานจาก สำนักงาน คปภ. จังหวัดชลบุรี ว่า จากการลงพื้นที่และตรวจสอบด้านการทำประกันภัย เบื้องต้นพบว่า สถานบริการ “เม้าส์เทน บี MountainB” ไม่ได้ทำประกันภัยไว้ ในส่วนของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จำนวน 14 ราย มีการทำประกันภัยจำนวน 4 ราย ไว้กับบริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท พรูเด็นเชียล

ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) วงเงินเอาประกันภัยรวม 4,760,000 บาท

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ 33 ราย โดยเบื้องต้นตรวจสอบพบมีการทำประกันภัยจำนวน 14 ราย ไว้กับบริษัท ทีไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)  บริษัท ธนชาต

ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) วงเงินเอาประกันภัยรวม 12,993,733 บาท

สำหรับการติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ สำนักงาน คปภ. จังหวัดชลบุรี

ได้ประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้แล้ว โดยมีการจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือ

ด้านประกันภัย ตั้งอยู่ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยอย่างเต็มที่ ทั้งการรับแจ้งเรื่องการทำประกันภัย ตรวจสอบข้อมูลและเอกสารการทำประกันภัย และติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อใช้ระบบประกันภัยเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัยและครอบครัวของผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างการบูรณาการร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกัน

วินาศภัยไทย เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ครั้งนี้มีการทำประกันภัยประเภทอื่น ๆ ไว้ด้วยหรือไม่ หากตรวจสอบพบภายหลังว่าผู้ประสบภัยมีการทำประกันภัยประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก ก็จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามสัญญาประกันภัยที่ระบุไว้ทุกประการ

“สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้

แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ จึงฝากเตือนมายังผู้ประกอบการสถานบันเทิง ควรให้ความสำคัญกับการทำประกันอัคคีภัยหรือการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินภายในสถานประกอบการ รวมถึง

การประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ที่ให้ความคุ้มครองกรณีที่ผู้ประกอบการมีความรับผิดต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่บุคคลอื่น เพื่อที่ระบบประกันภัยเข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยง และเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสำนักงาน คปภ.จะเร่งรัดให้มีการเยียวยาด้านประกันภัยเพื่อบรรเทาความสูญเสียและความเดือดร้อนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านประกันภัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือLine [email protected] ข้อมูลอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คปภ. คว้าระดับ AA สูงสุดที่ 96.51 คะแนน เป็นปีที่สองติดต่อกัน ในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปี 2565

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้

สำนักงาน คปภ. บังคับใช้กฎหมายจริงจัง เดินหน้าแจ้งความตำรวจเอาผิดผู้กระทำความผิด ฐานการฉ้อฉลประกันภัย จำนวน 22 ราย พร้อมใช้เทคโนโลยี AI ตรวจจับพฤติกรรมการฉ้อฉลประกันภัย

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ได้มอบหมายให้ นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ

คปภ. ลงพื้นที่ทันทีเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัย กรณีสะพานกลับรถพังถล่ม ย่านถนนพระราม 2 จังหวัดสมุทรสาคร โดยระบบประกันภัยพร้อมเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีสะพานกลับรถหน้าโรงพยาบาลวิภาราม กม.ที่ 34 ตำบลบางกระเจ้า อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ที่อ

เริ่มแล้ว! สัญญาประกันภัยสุขภาพตามมาตรฐานใหม่ ยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัย ตั้งแต่ 1 ก.ค. 65 เป็นต้นไป

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน

คปภ. เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล โดยเดินหน้าภารกิจวิเคราะห์ผลกระทบจากกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย เชิญกูรูกฎหมายจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จัด Workshop ติวเข้มพนักงาน คปภ.

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)

คปภ. จัด “Workshop” พลิกโฉมบทบาท “กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย” ก้าวสู่ Smart Fund

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ