
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยเกษตรกรผู้ประสบเหตุอุทกภัย จากเหตุพายุดีเปรสชัน มู่หลาน และร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย และประเทศลาวตอนบน ส่งผลให้บางพื้นที่ของประเทศเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้การช่วยเหลือและเตรียมการรับมือรองรับเกษตรกรผู้ประสบภัย โดยในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ติดตามสถานการณ์การอุทกภัยจากพายุดังกล่าว โดยได้รับรายงานพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พะเยา น่าน สุโขทัย อุตรดิตถ์ เลย หนองคาย และจังหวัดอุบลราชธานี เกษตรกรได้รับผลกระทบ จำนวน 23,182 ราย มีพื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหายจำนวน 88,305.25 ไร่ แยกเป็นข้าว 71,695.75 ไร่ พืชไร่ละพืชผัก 14,758.75 ไร่ ไม้ผลไม้ผืนต้นและอื่นๆ 1,870.75 ไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2565) และขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าไปสำรวจความเสียหาย จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมการสำรวจและช่วยเหลือเกษตรกรรองรับภายหลังน้ำลด ทั้งการลงพื้นที่เพื่อสำรวจพื้นที่ความเสียหาย การเตรียมผลิตพืชพันธุ์ดี และการเตรียมเชื้อราไตรโคเดอร์มา ให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร

การเตรียมผลิตพืชพันธุ์ดี ดำเนินการโดยศูนย์ขยายพันธุ์พืชทั้ง 10 ศูนย์ และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร ภายใต้โครงการผลิตพืชพันธุ์ดีเพื่อสำรองในกรณีช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย และใช้ในภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งได้ดำเนินการเพาะพันธุ์เตรียมพร้อมรับมืออยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะพืชพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมเพาะปลูกและรับประทาน อาทิ พริก มะเขือเปราะ มะเขือเทศ มะเขือยาว มะเขือพวง กะเพรา แมงลัก กระเจี๊ยบเขียว กล้วยน้ำว้า มะละกอ ทุเรียน กาแฟ กระท่อม เป็นต้น
การสนับสนุนเชื้อราไตรโคเดอร์มา มานั้น กรมส่งเสริมการเกษตรจะทำการสนับสนุนหัวเชื้อชั้นขยาย จำนวน 5,500 ขวด ซึ่งเมื่อนำมาขยายเป็นเชื้อราไตรโคเดอร์มา พร้อมใช้ ได้เพิ่มถึง 137,500 กิโลกรัม และสนับสนุนเชื้อราไตรโคเดอร์มา มาพร้อมใช้ อีกจำนวน 9,600 กิโลกรัม ซึ่งเชื้อราไตรโคเดอร์มา สามารถใช้ในการควบคุมโรคพืชได้หลายชนิด ทั้งบริเวณราก ลำต้น และใบ เช่น โรครากเน่าโคนเน่า โรคใบติดของทุเรียน โรคเน่าคอดิน โรคกาบใบแห้งของข้าว โรคเหี่ยว โรคแอนแทรคโนสของพริก เป็นต้น โดยเกษตรกรสามารถขอรับเชื้อราไตรโคเดอร์มา ได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัด และศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช (ศทอ.)

สำหรับในส่วนเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือยังคงเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564 ในอัตราดังนี้ ข้าว 1,340 บาทต่อไร่ พืชไร่และพืชผัก 1,980 บาทต่อไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ 4,048 บาทต่อไร่ ตามพื้นที่เสียหายจริงไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ทั้งนี้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“‘สุชาติ’ ขานรับนโยบายนายกฯ ‘อนุทิน’ นำประชุมรับมืออุทกภัย–ภัยแล้งภาคตะวันออก สั่ง 8 จังหวัดเตรียมพร้อมทุกมิติ”
วันนี้ (4 สิงหาคม 2569) เวลา 14.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
'รมว.สุชาติ' สั่งด่วนกรมป่าไม้ ระดมกำลังช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบอุทกภัยจังหวัดเชียงราย พร้อมเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง หากสถานการณ์ทวีความรุนแรง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนให้กรมป่าไม้ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันรักษาป่าเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในจังหวัดเชียงราย
7 ชุมชนริมน้ำกก เตรียมรับมืออุทกภัย ร่วมซ้อมระบบเตือนภัยด้วยเสาวัดน้ำระดับน้ำ
7 ชุมชนริมน้ำกกเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย-จัดประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจเสาวัดระดับน้ำ-ชุมชนร่วมกันตัดสินใจในสถานการณ์วิกฤต-นักวิชาการ มูลนิธิพชภ.เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนข้อมูล
นายกฯ โพสต์ภาพประชุมทีมงานมหาดไทย ระบุติดตามคืบหน้าปม 'สอบท้องถิ่น' และแผนรับมืออุทกภัย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพนั่งประชุมบนตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า “ประชุมติดตามความคืบหน้าของเรื่องการสอบท้องถิ่น
สั่งกรมปศุสัตว์ทำแผนอพยพรับมือฤดูฝน
รัฐบาลกางแผนรับมือฤดูฝน สั่งกรมปศุสัตว์ทำแผนอพยพ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เฝ้าระวังโรคระบาดช่วงน้ำท่วม
7 ชุมชนลุ่มน้ำกก ถกแผนรับมืออุทกภัย ชี้ระบบเตือนภัย Cell Broadcast ยังล่าช้า รวมศูนย์เกินไป
ขมวดแผนรับมืออุทกภัยน้ำกก ชูโมเดลความร่วมมือลุ่มน้ำข้ามพรมแดน-จัดทำแผนที่ชุมชน “เสี่ยง” เผย “สารพิษ” ปนเปื้อนแม่น้ำโขงเป็นภัยเงียบจี้รัฐเร่งแก้

