โรงเรียนต้นแบบปลอดเหล้า-บุหรี่ เด็กขับเคลื่อนผู้ปกครองร่วมใจลงมือ

เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โดยการสนับสนุนของสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานเวทีเชิดชูเกียรติ 10 โรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่และแอลกอฮอล์ พื้นที่กรุงเทพฯ ณ ห้องราชเทวี 2 โรงแรมเอเชีย เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีสาระที่น่าสนใจ และสมควรแก่การปรบมือ เพราะหลังจากขับเคลื่อนงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 นั้น ตัวเลขของเด็กและเยาวชน ตลอดจนผู้ปกครอง ที่ตระหนักถึงโทษภัยของบุหรี่และแอลกอฮอล์นั้น มีนัยสำคัญลดลงตามเป้าประสงค์ นอกจากนั้นยังมีการส่งต่อ "โมเดล" โรงเรียนปลอดบุหรี่ด้วยการเผยแพร่แนวทางต่างๆ อย่างกว้างขวาง

.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า หากเปรียบเทียบข้อมูลอัตราการสูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-19 ปี จากสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ.2564 อัตราการสูบบุหรี่เป็นร้อยละ 6.2 ซึ่งลดลงจากปี พ.ศ.2560 ที่มีอัตราการสูบบุหรี่เป็นร้อยละ 9.7 ขณะที่จำนวนนักสูบหน้าใหม่เมื่อปี พ.ศ.2560 เท่ากับ 447,084 คน

ในปี พ.ศ.2564 จำนวนนักสูบหน้าใหม่ลดลงเหลือเท่ากับ 155,813 คน ซึ่งคุณครูทุกท่านมีส่วนที่ทำให้ภาพรวมอัตราการสูบบุหรี่ของเยาวชนเราลดลงไป และหากทุกโรงเรียนทั่วประเทศกำหนดนโยบายการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแนวทาง 7 มาตรการเพื่อสถานศึกษาปลอดบุหรี่ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ในกลุ่มเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ร่วมกับการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนและกิจกรรมนอกหลักสูตร เกี่ยวกับความรู้เรื่องโทษ พิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง หากโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครและโรงเรียนภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ  สนับสนุนและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่สังคมเกี่ยวกับ 9 เหตุผลที่ประเทศไทยต้องคงมาตรการห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ตลอดทั้งสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโทษ พิษภัย อันตรายและผลกระทบของการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ร่วมกับการรู้เท่าทันกลยุทธ์ทางการตลาดของธุรกิจยาสูบ ก็จะทำให้อัตราการสูบบุหรี่ของเด็กและเยาวชนลดลงได้

ข้อควรรู้เกี่ยวกับบุหรี่ มีสารเคมี 7,000 ชนิด มีสารก่อมะเร็ง 70 ชนิด เป็นสาเหตุให้เกิดโรคร้ายแรง เป็นภัยร้ายสำหรับเยาวชนที่เป็นนักสูบหน้าใหม่ โรงเรียนเป็นบ้านหลังที่ 2 ของเยาวชนช่วยกันสร้างสังคมปลอดบุหรี่ จุดเริ่มต้นของมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมมือกับโรงเรียน สร้างโรงเรียนปลอดบุหรี่ในปี 2548 ปี 2563 ขยายพื้นที่โรงเรียนปลอดบุหรี่ใน 9 จังหวัดทั่วประเทศ สถิติคนไทย 70% เลิกบุหรี่ไม่ได้ตลอดชีวิต คนไทย 30% เลิกสูบบุหรี่ได้แต่ต้องใช้เวลาถึง 21 ปี เด็กอายุ 20 ปีขึ้นไปไม่ได้สูบบุหรี่ โอกาสสูบบุหรี่น้อยลง ดังนั้นโรงเรียนต้องจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรม เพื่อจะไม่สนใจทดลองสูบบุหรี่กลายเป็นสิงห์อมควันหน้าใหม่ โรงเรียนต้องมีกิจกรรมเชื่อมโยงผู้ปกครองมีส่วนร่วมรับผิดชอบเพื่อไม่ให้เด็กติดบุหรี่

สอดคล้องกับข้อมูลของ รศ.ดร.จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่เผยผลการสำรวจจากการวิจัยเรื่อง ผลการสำรวจโอกาสเสี่ยงในการสูบบุหรี่ของนักเรียนในภูมิภาคของประเทศไทย (Susceptibility to smoking and determinants among never-smoking high school students : A representative nationwide study in Thailand) ที่ทำร่วมกับคณะ สนับสนุนโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เปิดเผยว่า  การสำรวจนักเรียนระดับชั้น ม.2 จาก 12 จังหวัดทุกภูมิภาคของไทย จำนวน 3,156 คน พบว่ามีนักเรียน 72.4% ระบุว่าเรียนอยู่ในโรงเรียนที่จัดกิจกรรมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่แบบเป็นประจำ ในขณะที่เหลืออีก 27.6% ระบุว่าเรียนอยู่ในโรงเรียนที่จัดกิจกรรมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่แบบนานๆ ครั้ง โดยโรงเรียนที่จัดกิจกรรมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่แบบเป็นประจำมีนักเรียนที่อยากทดลองสูบบุหรี่ 13.6% ในขณะที่โรงเรียนที่จัดกิจกรรมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่แบบนานๆ ครั้งมีนักเรียนที่อยากทดลองสูบบุหรี่ 23.9% สรุปได้ว่า โรงเรียนที่จัดกิจกรรมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่แบบเป็นประจำมีนักเรียนที่อยากทดลองสูบบุหรี่น้อยกว่าโรงเรียนที่จัดกิจกรรมแบบนานๆ ครั้งเกือบ 2 เท่า เช่นเดียวกับการได้รับข้อความรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ทางโทรทัศน์ หรืออินเทอร์เน็ต ที่พบว่านักเรียนในกลุ่มที่พบเห็นข้อความรณรงค์ไม่สูบบุหรี่แบบเป็นประจำมีสัดส่วนของคนที่อยากทดลองสูบบุหรี่น้อยกว่านักเรียนในกลุ่มที่พบเห็นข้อความรณรงค์ไม่สูบบุหรี่แบบนานๆ ครั้งเกือบ 2 เท่า

สำหรับโรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 10 แห่งสังกัดกรุงเทพมหานคร

 ได้แก่ 1.โรงเรียนวัดปากบ่อ สำนักงานเขตสวนหลวง มีผลงานเด่นคือ มีนวัตกรรมเรื่องบุหรี่ที่เกิดจากการสอดแทรกในการเรียนการสอนและมีการทดลองใช้กับผู้สูบบุหรี่ ได้แก่ นวัตกรรมชาโปร่งฟ้าบอกลาบุหรี่ และคุกกี้ anti-smoking 2.โรงเรียนวัดพระเชตุพน สำนักงานเขตพระนคร มีผลงานเด่นคือฤๅษีดัดตน ช่วยแก้อาการอยากสูบบุหรี่ สมุนไพรช่วยเลิกบุหรี่ ซึ่งได้สอนให้แก่นักเรียนและได้ไปถ่ายทอดให้กับผู้ปกครองที่สูบบุหรี่ และมีการสอนนวดกดจุดเลิกบุหรี่ โดยให้นักเรียนไปนวดให้ผู้ปกครองที่สูบบุหรี่ 3.โรงเรียนวัดสุวรรณคีรี สำนักงานเขตบางกอกน้อย มีผลงานเด่นคือ มีการสอนหลักสูตรเกราะป้องกันชีวิต ใช้สอนให้นักเรียนรู้จักการปฏิเสธหรือหน้าที่ของคำว่า “ไม่” เป็นวิธีสำคัญที่สุดวิธีหนึ่งที่จะช่วยป้องกันนักเรียนจากภัยรูปแบบต่างๆ ซึ่งบุหรี่เป็นภัยใกล้ตัวที่นักเรียนพบเจอทั้งในบ้านและชุมชน 4.โรงเรียนวัดอัมพวา สำนักงานเขตบางกอกน้อย มีผลงานเด่นคือ บรรยากาศปลอดบุหรี่ ณ โรงเรียนวัดอัมพวา

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ได้แก่ 1.โรงเรียนจันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม มีผลงานเด่นคือ ส่งเสริมให้นักเรียนทำกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง 2.โรงเรียนทวีธาภิเศก มีผลงานเด่นคือ โครงการตาสับปะรด แจ้งเบาะแส เฝ้าระวังพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ด้วยการนำ QR แจ้งเบาะแสไปติดในชุมชน เพื่อให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลและเฝ้าระวังพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักเรียน 3.โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล มีผลงานเด่นคือ นักเรียนแกนนำกลุ่ม We care ถ่ายทอดการทำงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น 4.โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม มีผลงานเด่นคือ นักเรียนแกนนำที่สามารถจัดกิจกรรมสร้างกระแสรณรงค์ในโลกออนไลน์ แม้อยู่ภายใต้สถานการณ์โควิดและสามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เรื่องบุหรี่แก่น้องนักเรียนใหม่ 5.โรงเรียนศรีอยุธยาในพระอุปถัมภ์ฯ มีผลงานเด่นคือ การดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เลิกบุหรี่ แบบ Case Conference : ให้คำปรึกษาแก่นักเรียนที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ทางระบบออนไลน์ (ภายใต้สถานการณ์โควิดที่เด็กเรียนออนไลน์ 100%)

6.โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน์ มีผลงานเด่นคือ นักเรียนแต่งเพลงรณรงค์ไม่สูบบุหรี่และยาเสพติด โดยมีครูเป็นพี่เลี้ยง

สำหรับโรงเรียนที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนการทำงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ โดยใช้ 7 มาตรการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.smokefreeschool.net/ หรือติดตามความเคลื่อนไหว และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่เพจ https://www.facebook.com/smokefreeschool และหากต้องการขอสื่อรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เพื่อใช้จัดกิจกรรมในโรงเรียนสามารถขอรับสื่อฟรีได้ที่ www.smokefreezone.or.th หรือติดต่อที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2278-1828.

***

.ช.กวิน ช้างคำ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รร.วัดปากบ่อย ย่านสวนหลวง ร.9 หัวหน้าทีม

ในฐานะผู้นำนักเรียนร่วมกับเพื่อนๆผู้หญิงที่เป็นแกนนำนักเรียน ชักชวนเพื่อนๆ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ไม่ให้สูบบุหรี่ ลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ มิฉะนั้นจะกลายเป็นสิงห์อมควันในอนาคต เริ่มต้นด้วยการรณรงค์ให้ออกกำลังกาย เล่นกีฬา ให้ข้อมูลกับชุมชนได้รู้ถึงพิษภัยของบุหรี่ ทั้งยังจัดเป็นซุ้มเพื่อให้ชิมชาโปร่งฟ้า คุกกี้ พร้อมอธิบายว่า ชาโปร่งฟ้ามีสารคาบาโซนช่วยลดบุหรี่ได้ อีกทั้งยังช่วยต้านมะเร็ง ลดน้ำตาลในกระแสเลือด ขณะนี้ที่ รร.ทำแปลงเกษตรปลูกต้นชาโปร่งฟ้า ขณะนี้ทำเพื่อการทดลองเป็นเวลา 3 เดือนมาแล้ว ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ยังไม่ได้จำหน่ายแต่อย่างใด ในคุกกี้มีสารสกัดหญ้าดอกขาวทำให้ไม่อยากบุหรี่.

***

.ญ.สะลินดา แก้วประเสิด นักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 รร.วัดพระเชตุพน

ต่อยอดความรู้จาก รร.สอนนวดเขตวัน เพื่อสาธิตการแสดงท่าฤาษีดัดตนจำนวน 4 ท่า ท่าขี้ (เกียจ) แก้วิงเวียนศีรษะ แก้ลมในแขน แก้เข่าขัด นักเรียนจดจำได้แล้วนำไปสอนพ่อแม่ที่บ้าน ถือว่าเป็นบูรณาการนอกหลักสูตร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสส. หนุนใช้ "สื่อสร้างสรรค์" ขับเคลื่อนเรื่องเพศและสุขภาพจิต

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)

สสส.-สผผ. จับมือแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตเชิงระบบ แบบไร้รอยต่อ

สสส. ผนึกกำลังผู้ตรวจการแผ่นดิน ยกระดับความร่วมมือเชิงรุก ผสานกลไก "น้ำมันหล่อลื่น" และการ "ขันน็อต" เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความเหลื่อมล้ำในสังคมแบบบูรณาการ

ปักหมุด “อุบล อยู่ดี” สสส. สานพลังสุขภาวะ ขับเคลื่อนอุบลราชธานีสู่เมืองสุขภาวะต้นแบบ ผ่าน Iconic RUN Fest 2026

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ จ.อุบลราชธานี เทศบาลนครอุบลราชธานี ภาคีด้านสุขภาพ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ชุมชน และเครือข่ายกว่า 10 องค์กร จัดเทศกาลวิ่ง กิน เที่ยวเพื่อสุขภาพ Iconic RUN Fest 2026 : Run Ubon ปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “อุบล อยู่ดี” ต้นแบบการพัฒนาเมืองสุขภาวะอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ค. 2569

"LEARN ไม่นิ่ง" เมื่อชุมชนกลายเป็นห้องเรียน เปลี่ยนการศึกษาจากการท่องจำสู่การเรียนรู้

เสียงจั๊กจั่นดังแว่วมาจากแนวป่าชายเลน ลมทะเลพัดผ่านต้นโกงกางและแสมทะเล เด็กนักเรียนกลุ่มเล็กๆ กำลังจดบันทึกสิ่งที่พบตรงหน้า บางคนก้มสังเกตรากค้ำยันของต้นโกงกาง