รับมือฤดูกาลท่องเที่ยว กรมอุทยานฯ เตรียมพร้อมภารกิจด้านการกู้ชีพ กู้ภัยและแผนเผชิญเหตุในอุทยานแห่งชาติ สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย นายสุธีรพันธ์ สวัสดิ์กุลดิลก ผู้อำนวยการส่วนกู้ภัยอุทยานแห่งชาติ สำนักอุทยานแห่งชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบขาน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามภารกิจด้านการกู้ชีพ กู้ภัย ในอุทยานแห่งชาติ และวนอุทยาน โดยมี น.ส.นิภาพร ไพศาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติออบขาน และ น.ส.ชลกร ช่วยเชื้อสาย หัวหน้าศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมติดตามภารกิจครั้งนี้ เมื่อมาถึง เจ้าหน้าที่ได้ทำการสาธิตการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุทั้งทางบกและทางน้ำ สาธิตการโรยตัว การปฐมพยาบาล การทำ CPR การประสานและส่งต่อผู้ป่วยเป็นต้น

จากนั้นนายสุธีรพันธ์ กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ   มีการดำเนินการด้านความปลอดภัยในอุทยานแห่งชาติ และวนอุทยาน มาอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนกู้ภัยอุทยานแห่งชาติ สำนักอุทยานแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบดำเนินการ ซึ่งภารกิจหลักที่ได้ดำเนินการ ประกอบด้วย 1) การพัฒนาและทบทวนความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน 2) การพัฒนาและจัดหาเครื่องมือ/อุปกรณ์ให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ และ 3) การกำหนดแนวทาง/มาตรการด้านความปลอดภัย ให้อุทยานแห่งชาติ และวนอุทยาน นำไปปฏิบัติ เพื่อเตรียมพร้อมและป้องกันภัย ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการตามภารกิจมีประสิทธิภาพ ส่วนกู้ภัยอุทยานแห่งชาติ มีศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติ กระจายอยู่ตามภูมิภาค จำนวน 7 ศูนย์ คือ จังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก นครราชสีมา ตราด กาญจนบุรี ภูเก็ต และสตูล

“กรมอุทยานฯ คำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ดำเนินการฝึกอบรมการกู้ชีพกู้ภัยและแผนเผชิญเหตุมาตั้งแต่ปี 2561ภายใต้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) มี 7 ศูนย์ดูแลนักท่องเที่ยวใน 155 อุทยานแห่งชาติและ 15 อุทยานฯ เตรียมการ มีรถแอมบูแลนซ์ 155 คันใน 155 อุทยานฯ มีเจ้าหน้าที่ ที่ได้รับการฝึกฝนช่วยเหลือชีวิต ดังนั้นขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมั่นใจในความปลอดภัยและสวัสดิภาพเมื่อมาท่องเที่ยวอุทยานฯ และขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสธรรมชาติในอุทยานฯ โดยในฤดูกาลท่องเที่ยวทางทะเลจะเริ่มในวันที่ 15 พ.ย.นี้เป็นต้นไป ส่วนทางบก กรมอุทยานฯ ได้เตรียมความพร้อมตลอดทั้งปี” นายสุธีรพันธ์ กล่าว

ด้าน น.ส.ชลกร กล่าวเสริมว่า ศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติ ทั้ง 7 ศูนย์ มีหน้าที่ประสานการปฏิบัติงานกับชุดกู้ภัยประจำอุทยานแห่งชาติ ดำเนินการฝึกซ้อมการกู้ชีพ กู้ภัย ให้คำแนะนำเกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องมือต่าง ๆ ที่อุทยานแห่งชาติได้รับการสนับสนุนจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ เช่น รถกระบะกู้ชีพฉุกเฉินขับเคลื่อน 4 ล้อ และให้คำแนะนำในการฝึกซ้อมตามแผนเผชิญเหตุของอุทยานแห่งชาติ จำนวน 155 แห่ง เพื่อให้เกิดทักษะและเข้าใจขั้นตอนในการปฏิบัติงานรองรับหากเกิดเหตุฉุกเฉิน และในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว เทศกาลวันหยุดยาว ศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติจะร่วมกับอุทยานแห่งชาติจัดตั้งศูนย์ให้บริการ ดูแล อำนวยความสะดวก ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชน ทั้งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและพื้นที่ใกล้เคียง หรือในช่วงเกิดภัยธรรมชาติ อุทกภัย ต้นไม้ล้มขวางเส้นทางสัญจร เจ้าหน้าที่จะเข้าให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก อพยพคน นำอาหาร และเครื่องยังชีพไปส่งตามบ้านที่ประสบภัย สำหรับศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ที่รับผิดชอบนั้น มีอุทยานแห่งชาติในความรับผิดชอบ จำนวน 34 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย ที่ผ่านมาจึงมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุในลักษณะการบาดเจ็บที่เกิดจากการหลงป่า การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ/ผู้เสียชีวิต ออกจากพื้นที่ป่า ดังนั้น นักท่องเที่ยวจึงสามารถมั่นใจได้ว่า เมื่อท่านมาท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ท่านจะได้รับการบริการด้านความปลอดภัยเป็นอย่างดี หากเกิดกรณีได้รับบาดเจ็บ ท่านจะได้รับการช่วยเหลือดูแลเบื้องต้นตามมาตรฐานระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างรวดเร็วรวมถึงการส่งต่อโรงพยาบาลอย่างทันท่วงที

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวดี 'อ่าวมาหยา' ฟื้นฟูสมบูรณ์ พบฝูงฉลามครีบดำรวมตัวใกล้ชายหาด 278 ตัว

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดย ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี เปิดเผยผลการสำรวจทรัพยากรทางทะเลประจำเดือนกันยายน 2569 ณ บริเวณอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่

'รมว.สุชาติ' สั่งระดมทีม 'เสือไฟ' 5 ศูนย์ปฏิบัติการ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน เดินหน้าภารกิจ 'ทส.หนึ่งเดียว' จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายพื้นที่ รัฐบาลมีความห่วงใยและให้ความสำคัญกับการเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

'สุชาติ' สั่งกรมป่าไม้ลุยปฏิรูปพื้นที่สูง หลังพบเขาหัวโล้นต้นน้ำปัว ย้ำทำกินได้ต้องรักษาป่า-เร่งทำความเข้าใจชาวบ้าน ยึดกติกาเข้ม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายหลังขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจพื้นที่ต้นน้ำ อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ดินสไลด์ และถนนถูกตัดขาด จนประชาชนหลายหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนและต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงเสบียงเข้าไปช่วยเหลือ

ชวนสัมผัสความอัศจรรย์ 'ดวงตาพญานาคา' ที่อุทยานฯภูลังกา

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความอัศจรรย์ทางธรรมชาติบนลานหินบริเวณถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ หลังพบปรากฏการณ์น้ำฝนขังในหลุมหินธรรมชาติ ช่วงฤดูฝน ส่องสะท้อนแสงแดดเป็นประกายคล้าย "ดวงตาพญานาคา" สะท้อนความสมบูรณ์และมิติทาง

'รมว.สุชาติ' ลุยจันทบุรี เร่งแก้ 'น้ำ-ช้างป่า-ที่ดินทำกิน' ย้ำรัฐต้องดูแลทั้งคนและผืนป่า เดินหน้าสร้างสมดุล 'คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ ป่าอยู่รอด'

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง

ให้มันจบที่รุ่นเรา! 'กุลวลี' ชวนทุกฝ่าย ลุยแก้ปัญหาช้างป่าค้างคา ชู 3 แนวทาง เซฟคน-เซฟช้าง หนุนดัน 'ภัยสัตว์ป่า' เป็นภัยพิบัติแก้เยียวยาช้า เตรียมถกกรมอุทยานฯ 25 ส.ค.นี้

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการฯ ที่ผ่านมา ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมวางกรอบและข้อเสนอในเรื่องปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ บุกรุกไร่ สวน และทำร้ายชาวบ้าน