
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงการกินเจอย่างไรให้มีสุขภาพดี ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ ในช่วงเทศกาลอาหารเจที่กำลังจะมาถึงนี้ว่า การกินเจเป็นการปรับเปลี่ยนมิติการรับประทานอาหาร โดยงดบริโภคเนื้อสัตว์แล้วหันมากินอย่างอื่นแทน อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงการเลือกวัตถุดิบทดแทนด้วยเพื่อให้ได้ทั้งสุขภาพที่ดีและได้บุญตามความเชื่อที่ปฏิบัติกันมา ซึ่งส่วนใหญ่การกินเจหนีไม่พ้นใช้อาหารแปรรูปประเภทแป้ง ประเภทมีไขมันสูง ซึ่งมีส่วนผสมทั้งหวาน มัน เค็ม โดยเฉพาะโซเดียมหรือเกลือที่กำลังเป็นที่นิยม เพราะช่วยให้รสชาติดี อาหารเก็บได้นานขึ้น ซึ่งถ้ามีโซเดียมเยอะไปเกินความพอดีของร่างกาย ส่งผลให้เสี่ยงโรคอ้วนและมีโรคต่างๆตามมา เช่น โรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สสส.กำลังรณรงค์การลดการกินเค็มหรือลดปริมาณโซเดียม ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะคนไทยบริโภคเค็มเป็น 2 เท่าในปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้บริโภคไม่เกิน 2000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยเฉพาะอาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูปที่เก็บนานๆ มีเกลือเป็นส่วนผสมหลัก ไม่ว่าในน้ำซุป หรือเครื่องปรุงต่างๆ รวมทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใน 1 ซองก็มีปริมาณโซเดียม 1000 มิลลิกรัม ซึ่งการควบคุมไม่ให้ทานโซเดียมมากเกินไปเราสามารถคุมได้ โดยควรเลือกอาหารที่ปรุงสด ปรุงเอง เพื่อให้รู้ปริมาณโซเดียมที่ใส่ลงไปในอาหาร เพราะร้านอาหารทั่วไปเราไม่สามารถรู้ได้ว่ามีปริมาณโซเดียมมากน้อยแค่ไหน ซึ่งแต่ละคนย่อมรู้ตัวว่าเราควรกินรสชาติแบบไหนถึงพอ หรือใช้เทคนิคการเลือกกินอย่างไรเพื่อไม่ให้กินเค็มมากเกินไป เช่น กินเฉพาะเนื้อไม่กินน้ำซุป หรือ การไม่ปรุงเพิ่ม

ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า สสส.ได้รณรงค์การรับประทานอาหารให้เหมาะสมมาต่อเนื่องภายใต้ข้อมูลทางวิชาการ โดยใช้สูตร 2:1:1 ในอาหาร 1 จานแบ่งเป็น 4 ส่วน โดย 2 ส่วนเป็นผัก 1 ส่วนเป็นอาหารประเภทโปรตีนหรือเนื้อสัตว์ในช่วงเทศกาลเจ อาจเปลี่ยนเป็นโปรตีนทดแทนจากธรรมชาติ และอีก 1 ส่วนเป็นแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต วิธีนี้จะช่วยให้ได้ปริมาณอาหารที่เพียงพอ อย่างไรก็ตามเราไม่จำเป็นต้องงด หวาน มัน เค็มทั้ง 3 มื้อ แต่บริหารการรับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อให้สมดุล และให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ สำหรับการเลือกบริโภคโปรตีนแปรรูปทดแทนเนื้อสัตว์ในช่วงเทศกาลเจนี้ ขอให้เลือกจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน ถูกหลักอนามัย และควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เพราะส่วนใหญ่มีแป้งเป็นส่วนผสมซึ่งหากกินมากจะทำให้อ้วนได้ และควรเลือกกินผักหรือถั่วแทน เพราะผักสามารถกินได้ในปริมาณมาก

“โรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อ ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการทานอาหารไม่เหมาะสม ไม่ออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และมลภาวะทางอากาศ ถือเป็น 5 ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรค NCDs โดยมีประเด็นเรื่องอาหารสำคัญที่สุด มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญกับโรค เบาหวาน ไขมัน ความดัน มะเร็ง โรคปอด โรคหัวใจ เป็นสาเหตุการตาย 3 ใน 4 ของคนไทยในปัจจุบัน ซึ่งคนไทยควรให้ความสำคัญและระมัดระวังพฤติกรรมความเสี่ยงของตัวเองด้วย” ผู้ช่วยผู้จัดการ สสส.กล่าวย้ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เพิ่มทักษะ “องค์ความรู้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน” บทเรียนจากความสูญเสีย... สู่พลังการเรียนรู้ร่วมกัน
อุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณะสำคัญของประเทศไทย ที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องเดินทางไป
หยุดเหล้า-หยุดพนัน หยุดความรุนแรงในบ้าน
ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่ “เรื่องในบ้าน” อย่างที่สังคมไทยคุ้นชิน หากแต่เป็นปัญหาโครงสร้างที่กัดกินความมั่นคงของครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม
โลกเผชิญปัญหาสังคมสูงวัย ! ชี้ ไทยเข้าสู่งสังคมสูงวัยสมบูรณ์ ผู้สูงอายุทะลุ 14 ล้านคน ห่วงผู้ป่วยระยะประคับประคองล้นโรงพยาบาล
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในเวทีประชุมข้างเคียงของการ ประชุมนานาชาติรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2569 (Prince Mahidol Awards Conference หรือ PMAC 2026) ในหัวข้อ “เมื่อสังคมสูงวัย: การออกแบบระบบสุขภาพที่เคารพต่อชีวิต ความตาย ความหมาย และมิติด้านจิตวิญญาณของการดูแล” ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลง ขณะที่จำนวนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สสส. สานพลัง 2 อำเภอต้นแบบ จ.สกลนคร หนุนพลังชุมชนล้อมรักษ์ เปิดเส้นทางฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดระยะยาว 1 ปี ดูแลด้วยใจไม่ให้กลับไปเสพซ้ำ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วม มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ (มสวร) ลงพื้นที่อำเภอบ้านม่วง และอำเภอวานรนิวาสจังหวัดสกลนคร ร่วมกันขยายผลการขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ในระดับอำเภอ




