การเขียนเรียงความเป็นความรู้-ความฉลาดด้านภาษา นำมาซึ่งพหุปัญญาที่หลากหลาย

เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้ว สำหรับการประกวดเรียงความในหัวข้อ “ครูใหญ่ในใจเรา” ที่มูลนิธิเอเชียร่วมกับเหล่าพันธมิตรได้จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเสริมการรู้รักษ์ภาษาไทย และรับฟังพร้อมนำข้อคิดเห็นและเสียงสะท้อนของนักเรียนมาเผยแพร่ และสื่อสารให้ผู้บริหารสถานศึกษา ให้ได้รับรู้ถึงความต้องการที่แท้จริง โดยนักเรียนชั้น ม.1-ม.6 จากทั่วประเทศสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้-31 ต.ค.65 ซึ่งเมื่อถามถึงประโยชน์ของการเขียนเรียงความ และเรียงความที่ดีจะต้องมีลักษณะอย่างไร เรามีคำตอบจากสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย มาให้รับทราบกัน

รศ. ดร.มณีปิ่น พรหมสุทธิรักษ์ เลขาธิการสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ความรู้เรื่องการเขียนเรียงความเป็นความรู้ที่สำคัญประการหนึ่งของ “ความรู้-ความฉลาดด้านภาษา” ซึ่งเป็นความรู้-ปัญญาด้านหนึ่งในความรู้ที่หลากหลาย หรือพหุปัญญา ที่วงการศึกษาในปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศกำลังสนับสนุนให้เกิดมีขึ้นในนักเรียนนักศึกษาของเรา เพราะมีความคิดว่าความรู้ที่หลากหลายจะทำให้นักเรียนคิดได้หลายรูปแบบ มีประโยชน์ในการเข้าสังคมและทำให้เป็นคนที่สมบูรณ์ได้ การเขียนเรียงความต้องการความรู้หลายเรื่อง ทั้งความเข้าใจเนื้อหารวบยอดที่จะเขียน ความสามารถในการรวบรวมประเด็นที่จะนำเสนออย่างมีเหตุมีผล และมีศิลปะในการเลือกใช้สำนวนภาษาที่จะโน้มน้าวใจผู้อ่านให้เชื่อตามได้ โดยเรียงความที่ดีนั้น จะต้องสื่อความได้ตรงกับเรื่องที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ หรือมีใจความที่ชัดเจน และยิ่งถ้ามีการใช้ภาษาที่ดีก็จะช่วยโน้มน้าวให้คนเห็นคล้อยตามความคิดของเรา ก็จะทำให้เกิดประโยชน์ในการสื่อสารได้มากที่สุด”

สำหรับกิจกรรมการประกวดเรียงความหัวข้อ “ครูใหญ่ในใจเรา” นั้น จัดขึ้นโดยมูลนิธิเอเชีย ภายใต้ร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย (DFAT) และสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย โดยนักเรียนที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวด จะต้องเขียนเรียงความในหัวข้อครูใหญ่ในใจเรา ด้วยลายมือตนเองลงบนกระดาษมีเส้นบรรทัด ด้วยปากกาสีน้ำเงินหรือสีดำ ตัวบรรจงครึ่งบรรทัด โดยไม่เว้นบรรทัด นักเรียนชั้น ม.1-3 เขียนระหว่าง 25-30 บรรทัด ส่วนนักเรียนชั้น ม.4-6 เขียนไม่เกิน 35 บรรทัด เนื้อหาจะต้องเป็นเรียงความที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่จัดประกวด โดยต้องมีความสมบูรณ์ของเนื้อหา หลักการและวิธีการ มีการใช้สำนวนภาษาไทยถูกต้องตามอักขรวิธี เหมาะสมและสละสลวย และต้องเป็นความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง หากตรวจสอบพบว่าผลงานดังกล่าวคัดลอกหรือเลียนแบบมาจากผู้อื่น ทางคณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกคืนรางวัลและ เกียรติบัตรที่ได้รับ

หลักเกณฑ์การตัดสินจะประกอบด้วย 1)รูปแบบ 10 คะแนน คือต้องมีคำนำ เนื้อหา สรุป องค์ประกอบครบและสมบูรณ์ตามหลักการใช้ภาษาไทย 2)เนื้อเรื่อง 20 คะแนน ต้องมีเนื้อหาสอดคล้องกับหัวข้อการประกวด อาจมีบริบททางสังคมหรือท้องถิ่นที่ตั้งของโรงเรียน แสดงถึงความโดดเด่น ลักษณะพิเศษของโรงเรียน และบุคลากรผู้นำในโรงเรียน หรือประเด็นในการอยู่ร่วมกับสังคมอย่างมีความสุขที่สามารถนำมาเป็นต้นแบบได้จริง สะท้อนทัศนคติ ความคิดความต้องการของผู้เขียนอย่างเหมาะสมตามวัยวุฒิ เรียงลำดับ เหตุการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง และสอดแทรกแนวคิดที่เป็นประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์ 3)การใช้ภาษา 10 คะแนน และ 4)ลายมือ 10 คะแนน รวมเป็น 50 คะแนน โดยผู้ชนะการประกวดจะได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท (2 รางวัล), รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง 15,000 บาท (2 รางวัล), รองชนะเลิศอันดับสอง 10,000 บาท (2 รางวัล) และรางวัลชมเชย 3,000 บาท (60 รางวัล) พร้อมรับเกียรติบัตรจากมูลนิธิฯ ทุกรางวัล สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครที่ https://shorturl.asia/Zpl7T และส่งใบสมัครพร้อมผลงานมาทางไปรษณีย์มาที่ ดร.รัตนา แซ่เล้า มูลนิธิเอเชีย ประเทศไทย เลขที่ 38 อาคารชลันทิพย์ ชั้น 6 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. 10500 ได้ตั้งแต่วันนี้-31 ต.ค.65 โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook : โรงเรียนดีมีทุกที่ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 062-7341267

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เด็กนครพนม-เชียงราย สุดเจ๋ง! คว้าแชมป์ประกวดเรียงความ “ครูใหญ่ในใจเรา”

เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิเอเชีย ได้ประกาศผลการประกวดเรียงความ “ครูใหญ่ในใจเรา” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย (DFAT) และสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย

ราชบัณฑิต หนุนรักษ์ภาษาไทยกับประกวดเรียงความ “ครูใหญ่ในใจเรา” เผยภาษาเป็นตัวตนของเรา จึงต้องใช้ให้ถูกต้อง

เริ่มต้นกันแล้วสำหรับกิจกรรมประกวดเรียงความหัวข้อ “ครูใหญ่ในใจเรา” ซึ่งทางมูลนิธิเอเชีย ได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย (DFAT) และสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย

มูลนิธิเอเชีย จัดประกวดเรียงความ “ครูใหญ่ในใจเรา” สะท้อนเสียงเยาวชนถึงผู้บริหารสถานศึกษาที่นักเรียนต้องการ

ยังคงสานต่อกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการโรงเรียนดีมีทุกที่ ซึ่งทางมูลนิธิเอเชีย ได้ร่วมกับเหล่าพันธมิตร ทำการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบ