ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสวนแตง จ.สุพรรณบุรี เน้นเตรียมแปลงปลูกเพิ่มผลผลิตข้าวพันธุ์ดี

ศูนย์เข้าชุมชนทั่วประเทศ ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งผลิตพันธุ์ข้าวคุณภาพดี และเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตข้าวให้กับชุมชน เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดีและช่วยให้ชาวนาที่เป็นสมาชิกแปลงใหญ่มีทางเลือกในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจำหน่ายมากกว่าที่จะผลิตข้าวส่งโรงสีเพียงอย่างเดียว เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวเกษตรกร

ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสวนแตง จังหวัดสุพรรณบุรี ถือเป็นอีกหนึ่งศูนย์ข้าวชุมชนต้นแบบในด้านการรวมกลุ่มและผลิตข้าวพันธุ์ดีมีคุณภาพออกจำหน่ายให้กับคนในชุมชนและเกษตรกรทั่วไป โดยมีนายพิชิต เกียรติสมพร นั่งเป็นประธานศูนย์ฯ ปัจจุบันมีสมาชิก 21 ราย พื้นที่ปลูกประมาณ 600 ไร่ เน้นผลิตเมล็ดข้าวพันธุ์ดี ได้แก่พันธุ์ข้าวกข 41 ปทุมธานี 1 และกข 43 ซึ่งกรมการข้าว และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติสุพรรณบุรี นำเมล็ดพันธุ์มาให้  นอกจากนี้กรมการข้าว ยังจัดส่งเจ้าหน้าที่มาให้องค์ความรู้ และสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่

ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสวนแตง กล่าวว่า ทุกศูนย์ข้าวชุมชนทั่วประเทศ จะต้องมีพื้นที่ปลูกข้าวพันธุ์ดีไม่น้อยกว่า 200 ไร่ เพื่อให้มีพันธุ์ข้าวเพียงพอในแต่ละชุมชน สำหรับศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสวนแตง สามารถผลิตพันธุ์ข้าวดีมีคุณภาพในสัดส่วนพื้นที่ 300 ไร่ ได้จำนวน 250 ตัน โดยเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้จะจำหน่ายให้กับเกษตรกรสมาชิกก่อนอันดับแรก จากนั้นจะจำหน่ายให้กับเกษตรกรกลุ่มอื่น

“ประโยชน์ของการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวดี ที่เห็นได้ชัดคือเกษตรกรสมาชิกสามารถจำหน่ายข้าวพันธุ์ได้ราคาที่สูงกว่าการจำหน่ายข้าวเปลือกให้โรงสี ถึงตันละ 1,000 บาท ยังไม่รวมมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการนำไปแปรรูปอีก ดังนั้นนอกจากราคาที่ได้เพิ่มขึ้นจากการขายเมล็ดพันธุ์ข้าวดีแล้ว ยังมีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นอีก เพราะทางศูนย์ฯจะเน้นให้เกษตรกรสมาชิกเตรียมแปลงปลูกให้ดีก่อน โดยแปลงปลูกต้องมีธาตุอาหารที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าว เพราะปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้ข้าวมากหรือน้อยคือการเตรียมแปลงปลูกให้พร้อมก่อนลงมือปลูกข้าวนั่นเอง”

นอกจากนี้ยังเน้นให้เกษตรกรสมาชิก ได้สำรวจแปลงข้าวอยู่เสมอ  เพื่อให้เห็นถึงการเจริญเติบโต และรีบกำจัดศัตรูข้าว ป้องกันการระบาดไปยังแปลงปลูกอื่น ๆ โดยหากพบมีศัตรูข้าวก็ให้เร่งกำจัด แต่หากมีศัตรูข้าวที่สามารถกำจัดได้โดยธรรมชาติ ก็ให้ระบบนิเวศน์ทำหน้าที่ โดยหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี เพื่อให้ได้พันธุ์ข้าว และข้าวเปลือกที่จะจำหน่ายมีคุณภาพจริง ๆ

ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสวนแตง กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำเกษตรทุกชนิด สำคัญที่สุดคือการเตรียมแปลงปลูก พื้นที่ปลูกต้องมีธาตุอาหารเพียงพอต่อพืชนั้นๆ โดยเฉพาะการปลูกข้าวที่ต้องการธาตุอาหารสูง ดังนั้นสมาชิกทุกคนของศูนย์ฯจะไม่มีการเผาตอซังข้าว แต่จะใช้วิธีไถกลบ เพื่อให้ตอซังข้าวกลายเป็นปุ๋ยหล่อเลี้ยงต้นข้าวต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บ้านมั่นคงคนสุพรรณบุรี บ้านที่มากกว่าคำว่าบ้าน พัฒนาเมืองน่าอยู่ชุมชนเข้มแข็ง

สถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของจังหวัดสุพรรณบุรี ถ้ามาแล้วไม่ควรพลาด!!! นั่นก็คือ "ตลาดสามชุก" นับว่าเป็นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีของกินอร่อย

นายกฯ ชมเปาะ 'วราวุธ' เก่ง ดูแลตัวเองได้ หลังเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณฯขอฝากด้วย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ สักการะพระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ (หลวงพ่ออู่ทอง) ที่วัดเขาทำเทียม ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง โดยเมื่อมาถึงนายกฯได้ทักทายชาวบ้าน ซึ่งเป็นชาวไทยทรงดำ -ลาวเวียง -ลาวครั่ง ที่สวมชุดเรือธรรมพื้นถิ่นมาต้อนรับ

นายกฯ ชมสุพรรณบุรีบริหารจัดการน้ำดีที่สุด ตั้งแต่ยุคบรรหารทำไว้เป็นที่ประจักษ์

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พูดคุยประเด็นปัญหาในพื้นที่ โดยทันทีที่นายกฯเดินทางมาถึง นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัด สุพรรณบุรี ได้ร้องเพลงผู้ว่าฯมาหานะเธอ ที่เป็นการนำคำขวัญจังหวัดใส่ในเนื้อร้อง

เครือข่ายสวัสดิการชุมชนจัดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนระดับภาค ที่สุพรรณบุรี “สวัสดิการชุมชน พลังสร้างสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ แก้วิกฤตประชากรไทย”

สุพรรณบุรี : เครือข่ายสวัสดิการชุมชน ร่วม กระทรวง พม. พอช. จัดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนระดับภาค ภาคกลางและตะวันตก และภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก

“วราวุธ” รมว.พม. วอน ช่วยกันสร้างชุมชนคุณภาพ สังคมน่าอยู่ ปลื้ม กว่า 70% ย้ายเข้าโครงการเคหะฯ (อู่ยา 1) สุพรรณบุรี

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีมอบโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนเชิงสังคม จังหวัดสุพรรณบุรี (อู่ยา 1) โดยมี นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม.