ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 ธ.ค.65 มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานฯได้พิจารณารายงานประจำปี 2564 ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 โดยมี ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. พร้อมคณะฯเข้าชี้แจง โดย ส.ส.อภิปรายอย่างกว้างขวาง พร้อมเสนอแนวทางการทำงานเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพแก่ สสส.อย่างหลากหลาย

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวชื่นชมต่อนโยบายของ สสส.โดยเฉพาะนโยบายลดนักสูบหน้าใหม่ที่ลดลง ซึ่งปัจจุบันนักสูบหน้าใหม่เหลือเพียง 10 ล้านคนถือว่าต่ำสุดเท่าที่เคยมีมา แต่ก็ยังผู้ที่เจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่จำนวนมาก ดังเช่นในประเทศญี่ปุ่นที่มีป้ายห้ามสูบบุหรี่ติดไว้ในหลายสถานที่ของประเทศ และสิ่งที่จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต คือเรื่องของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพราะบริษัทข้ามชาติพยายามพุ่งเป้าให้เยาวชนหันมาเสพบุหรี่ไฟฟ้า โดยอ้างว่าจะเป็นภัยน้อยกว่า ซึ่งจริงๆแล้วบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายไม่แพ้บุหรี่แบบปกติ ฉะนั้น ขอให้ สสส.จริงจังกับบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้ประชากรไทยติดบุหรี่ไฟฟ้า
นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตลอด 20 กว่าปี สสส.ได้รับรางวัลทั้งในประเทศ ต่างประเทศ มีผลงานมากมาย ทั้งการณรงค์ลดการบริโภคเหล้า บุหรี่ ป้องกันอุบัติเหตุ ในช่วงปีหลังมีผลงานที่โดดเด่นมาก ด้านการสร้างความเข้มแข็ง เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควรบูรณาการการทำงานกับกระทรวงศึกษาธิการ สภาเด็กและเยาวชน รณรงค์ป้องกันปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้า และแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วย
นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. เป็นสิ่งที่งดงามของประเทศไทย การทำงานหลายอย่างประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายรณรงค์งานบุญปลอดเหล้า สามารถเปลี่ยนทัศนคติของสังคม จากเดิมที่กลัวว่าหากปลอดเหล้างานจะไม่คึกคัก ขายของไม่ได้ แต่เมื่อจัดขึ้นจริงกลับทำให้มีคนเที่ยวงานมากขึ้น เพราะรู้สึกปลอดภัย เป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรสุขภาพ ที่ทำงานร่วมกับหลากหลายเครือข่าย มีผลงาน อาทิ เทศกาลปลอดเหล้า ถนนข้าวเหนียวปลอดเหล้า ปัจจุบัน สสส. ไม่ได้สนับสนุนงบประมาณ ท้องถิ่นยังคงเป็นเจ้าภาพดำเนินการเอง แต่ สสส. ต้องปรับการทำงานให้เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอด้วย
นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ส.ส ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจ สสส. ในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพที่บูรณาการกับทุกภาคส่วนทุกระดับ หลายงานเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ทำให้เกิดต้นแบบการทำงานที่เป็นรูปธรรมจำนวนมาก เช่น ประเด็นผู้สูงอายุ มีโครงการโรงเรียนผู้สูงอายุ โครงการธนาคารเวลา ที่พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โครงการธนาคารใบไม้ ที่นำใบไม้ผสมกับมูลสัตว์ ผลิตเป็นปุ๋ย ไม่เพียงแค่เกิดรายได้ แต่ช่วยลดปัญหา P.M 2.5 จากการเผาอีกด้วย
นางอนุรักษ์ บุญศล สส สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สสส.จัดทำสื่อที่เป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะประเด็นรณรงค์ป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชน จึงอยากให้มีการเผยแพร่ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ สสส. ดำเนินงานบุญปลอดเหล้าได้ดี แต่ไม่อยากให้มีเฉพาะพื้นที่ต้นแบบ ควรกระจายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น พื้นที่อีสาน ประเพณีฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ซึ่งมีงานบุญทุกเดือน และเกือบทุกงานมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอให้ สสส.สนับสนุนแนวคิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยในชนบท โดยเฉพาะโครงการธนาคารเวลา โรงเรียนผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น หากมีกิจกรรมให้ผู้สูงอายุรวมตัวกันก็จะสามารถลดภาวะซึมเศร้า ลดภาวะความอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ รวมทั้ง สสส.ต้องเร่งวางนโยบายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 มหัตภัยที่มองไม่เห็น และสนับสนุนให้กลุ่มผู้สูงอายุจัดทำปุ๋ยหมัก ทำเกษตรเกษตรอินทรีย์ เพื่อเป็นโมเดลให้กับพื้นที่ต่างๆ แต่ยังขาดการบูรณาการร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงอยากให้ สสส.ช่วยสนับสนุนด้านนี้ด้วย

นายนิกร จำนง ส.ส.ระบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา และประธานเครือข่ายสมาชิกรัฐสภาด้านความปลอดภัยทางถนนภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก กล่าวสนับสนุนการทำงาน สสส.ในทุกมิติ เพราะได้ร่วมงานในฐานะภาคีมาอย่างยาวนานหลายสิบปีเพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะการร่วมทำงานด้านรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนที่ตนได้ร่วมทำงานกับ สสส.อย่างใกล้ชิดหลากหลาย พร้อมให้กำลังใจ สสส.ที่มีแผนงานเป้าหมายสำคัญในการลดอุบัติเหตุท้องถนนให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องยาก แต่ก็เป็นเรื่องท้าทาย เพราะความสำเร็จถือเป็นความสำเร็จของประเทศไทย และเป็นความสำเร็จภาพรวมในระดับสากลด้วย จึงพร้อมสนับสนุนทำงานอย่างเต็มที่อย่างต่อเนื่อง
ด้านนายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ชี้แจงว่า 20 ปีของ สสส.ได้ดำเนินงานด้านสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลา ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ประจำปี 2564 ส่วนมาตรการป้องกันบุหรี่ไฟฟ้านั้น สสส.และทุกหน่วยงานพยายาม สร้างความเข้าใจกับประชาชนถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งหลายหน่วยงานระดับโลก อย่างเช่นองค์การอนามัยโลก ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะลดสารนิโคตินลงได้ ฉะนั้น ยังเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง แต่ในภาพรวม สสส.ก็เป็นเพียงหนึ่งในส่วนนั้นและทำงานภายใต้นโยบาย พร้อมย้ำว่า สสส.ดำเนินการภายใต้ความโปร่งใส มีระบบการตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลทาง สสส.ได้คะแนนเต็มมาโดยตลอด อีกทั้ง ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนกรณีที่มีคณะกรรมการบอร์ดไปดำรงตำแหน่งกรรมการแผนก็จะคล้ายกับการที่สมาชิกเป็น สส.และสามารถนั่งเป็นกรรมาธิการได้ เชื่อว่าไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มติ611ลุยร่างกม.34ฉบับค้างท่อ
มติรัฐสภาเอกฉันท์ 611 ต่อ 3 เสียง เดินหน้าร่าง กม. 34 ฉบับค้างท่อต่อในสภา
'อภิสิทธิ์' จัดหนัก! รัฐบาลเมินกม.ภาคปชช. ทิ้งกระทั่ง 'อสม.'
'อภิสิทธิ์"'จัดหนักกลางสภา อัดรัฐบาลเมินกฎหมายภาคประชาชน ช่วงเลือกตั้งบอกรัก อสม. พอได้เป็นกลับทิ้ง จี้เคารพมติประชาชนแก้ รธน. หวั่นตั้งต้นใหม่สร้างความขัดแย้งประเด็นละเอียดอ่อนอีกครั้ง
'กธ.' ชงสภาฯ ตั้ง กมธ.สางที่ดินอุทยานทับซ้อนสาธารณูปโภค
'ดาชัย' เสนอญัตติชงสภาฯ ตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ปัญหาที่ดินอุทยานทับซ้อนสาธารณูปโภค ชี้ระบบราชการล่าช้าฉุดคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
“Be Healthy More Productivity” เมื่อสุขภาพคนทำงาน คือคานงัดผลิตภาพประเทศ
วันที่ 30 เมษายนของทุกปี คือวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย แต่ในปี 2569 วันดังกล่าวถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นของบทสนทนาอีกมิติหนึ่งที่ลึกกว่าเรื่องสิทธิผู้บริโภค นั่นคือ “สิทธิในการมีสุขภาพที่ดีของคนทำงาน” เพราะในโลกความเป็นจริง
'เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ'ครั้ง25 สสส.จัดยิ่งใหญ่ ปลุกพลังขยับประเทศสู้NCDs
สสส. ร่วมกับสมาพันธ์เดินวิ่งฯ-ภาคี ใช้พลังศาสนา “ผลักดันคนไทยมีกิจกรรมทางกายสู้โรค NCDs” จัดกิจกรรม “เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข ปี 2569 ” ครั้งที่ 25 พร้อมกัน70 พื้นที่ทั่วประเทศ ดีเดย์ 31 พ.ค. 2569 จุดกระแสเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยลดเนือยนิ่ง วิ่งด้วยสติ“หยุดนิ่ง = เสี่ยงโรค ลุกวิ่ง = เปลี่ยนชีวิต”
ปลดล็อก “ความเหลื่อมล้ำ” ด้วยบ้านและครอบครัว นวัตกรรมเชิงนโยบายคืนศักดิ์ศรีคนไร้ที่พึ่ง สู่หลักประกันระยะยาวของสังคมไทย
ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ จากสังคมสูงวัย อัตราการเกิดที่ลดลง และจำนวนกลุ่มเปราะบางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาพของ “คนไร้ที่พึ่ง”

