สดช.เตรียม 8 โครงการเด่นปี 66 นำประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภูมิทัศน์การพัฒนาดิจิทัลระยะที่ 3 : Full Digital Transformation

นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินงานของ สดช. ตลอดปี 2565 ได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญๆ เพื่อเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกมิติ ผลักดันคนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งจะสนับสนุนการขยายผลสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ให้ประเทศไทยเกาะติดโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสังคม สอดรับกับบริบทที่มีการเปลี่ยนแปลงไปของโลกยุคใหม่

โดยที่ผ่านมา สดช. ได้ดำเนินโครงการที่ส่งเสริมและสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหลากหลายโครงการ ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ถือเป็นปัจจัยหลักที่จะสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ และหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร อย่างเครือข่าย 5G ถือเป็นเทคโนโลยีกระแสหลัก ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น จากการศึกษาของ สดช. พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสัญญาณ 5G ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด เข้าถึงประชากร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 76 แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพที่จะต่อยอดการใช้ประโยชน์ ทั้งในเรื่องการสร้างสินค้า/บริการ การพัฒนานวัตกรรม หรือการใช้ประโยชน์ในมิติอื่นๆ เพิ่มแรงส่งให้ประเทศไทยสามารถขยับขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกได้

“จากตัวเลขการเติบโตของ Digital GDP ล่าสุดประจำปี 2564 ที่ภาพรวมอยู่ที่ 12.97% ขยายตัว 14.07% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยบวกจากการผลิตและบริการดิจิทัล สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ว่ายังมีอีกมากสำหรับระบบเศรษฐกิจไทย ที่สามารถปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายภุชพงค์กล่าว

สำหรับแผนงานในปี 2566 สดช. เตรียมขยายผลและต่อยอดรากฐานที่วางไว้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ประโยชน์ได้เท่าทันเทคโนโลยีที่มีความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง เพิ่มการมองหาโอกาสจากเทคโนโลยีใหม่ การรู้เท่าทันความเสี่ยงและความมั่นคงปลอดภัยด้านดิจิทัล ตลอดจนการเพิ่มความรู้ ทักษะ และยกระดับศักยภาพบุคคล ทั้งในกลุ่มประชากรทั่วไป ประชากรในพื้นที่ห่างไกล และบุคลากรของรัฐ เพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างได้ประโยชน์สูงสุด

นายภุชพงค์ กล่าวว่า ปี 2566  มี 8 โครงการสำคัญที่ สดช. ตั้งเป้าหมายดำเนินการ เพื่อให้สอดคล้องกับพลวัต   ทางเทคโนโลยี และสถานการณ์เศรษฐกิจ และสังคมของโลก และของประเทศไทย รวมทั้งแนวโน้มทิศทางการพัฒนาในอนาคต เพื่อเตรียมนำประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภูมิทัศน์การพัฒนาดิจิทัลระยะที่ 3 : Full Digital Transformation ในปี พ.ศ. 2570 และก้าวเข้าสู่ระยะที่ 4 : Global Digital Leadership ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการพัฒนาทักษะความรู้ที่เกี่ยวข้องการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล

ได้แก่ 1. โครงการบริหารจัดการและติดตามผลการรับรองหลักสูตรของหน่วยงานภาครัฐ ตั้งเป้าปีงบประมาณ 2566 จะพิจารณารับรองหลักสูตรหรือเทียบเคียง ให้ได้อีก 70 หลักสูตร จากที่มีอยู่แล้วกว่า 60 หลักสูตร เพื่อให้หน่วยงานของรัฐจัดฝึกอบรมในหลักสูตรที่ได้รับการรับรอง และมีมาตรการส่งเสริมและพัฒนากำลังคน            ด้านดิจิทัลของประเทศไทย ผลที่ได้คือ ประชาชน จะได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันเนื่องมากจากข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ ได้รับการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลในหลักสูตรที่จะส่งมอบผลลัพธ์การเรียนให้แก่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.โครงการศึกษา Thailand Digital Outlook ประจำปี 2566 เป็นการสนับสนุนข้อมูลเพื่อใช้ในการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ซึ่งสดช. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แนวทางในการจัดเก็บตัวชี้วัด Measuring the Digital Transformation ตามองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (The Organization for Economic Co-operation and Development : OECD) และตามบริบทของ การพัฒนาประเทศ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในมิติที่สำคัญ ในการนำไปสู่การเสนอแนวทางในการพัฒนานโยบายด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย

3.โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการวัดมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Contribute to GDP) ประจำปี 2566 เพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการวัดมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลและผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศอันเป็นผลจากเศรษฐกิจดิจิทัล ที่สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ

4.โครงการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) เป็นการขยายผลจากความพร้อมด้านการเข้าถึงดิจิทัล จากการมีอินเทอร์เน็ตสาธารณะชุมชน/ศูนย์ดิจิทัลชุมชน สู่การปั้นคนดิจิทัลในระดับพื้นที่ เพื่อเป็นผู้ช่วยขยาย การเข้าถึงการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และช่วยส่งเสริมเพิ่มโอกาสสร้างรายได้สู่พื้นที่ระดับชุมชน ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับเก็บเกี่ยวประโยชน์จากเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้

5.โครงการกระตุ้นระบบนิเวศ 5G ให้เกิดประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G เชิงพาณิชย์ โดยอยู่ระหว่างจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G ระยะที่ 2 และ (ร่าง) แนวทางการบริหารจัดการการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G ในแต่ละภาคอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย (พ.ศ.2566-2570) และจัดทําแนวทางการบริหารจัดการการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G ในแต่ละภาคอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย รวมถึงการประเมินผลกระทบของเทคโนโลยี 5G ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและเชิงสังคม และ สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านเทคโนโลยี 5G

6.โครงการพัฒนาบริการโครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงปลอดภัยด้านดิจิทัล (Infrastructure and Security) กิจกรรมบริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud Service : GDCC) โดยในปี 2566 มีเป้าหมายที่จะยกระดับการให้บริการ GDCC จากบริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure as a Service : IaaS) ที่บริการเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน (Virtual Machine) ไปสู่การแบบบริการ ด้านแพลตฟอร์ม (Platform as a Service : PaaS) และบริการด้านซอฟต์แวร์ (Software as a Service : SaaS) ที่มีความหลากหลายของบริการยิ่งขึ้น ผ่าน GDCC Marketplace หน่วยงานสามารถบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์มได้สะดวกและง่ายขึ้น มุ่งไปสู่การให้บริการของภาครัฐแบบเปิด ก่อให้เกิดบริการสาธารณะอย่างก้าวหน้าต่อไป

7.โครงการส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสู่รูปแบบดิจิทัล (Digital Cultural Heritage) ระยะที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการถ่ายทอดทรัพยากรวัฒนธรรมของชาติให้อยู่ในรูปแบบ Digital Content เพื่อส่งเสริม กระตุ้น และต่อยอดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมุ่งเน้นให้เกิดการสร้าง Soft Power ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยเป็นการทำงานที่สร้างความมีส่วนร่วมกับหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ เยาวชน สถาบันการศึกษา ระดับชุมชน และภาคการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

และ 8. กองทุนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งบทบาทสําคัญ ในการส่งเสริม สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ และการให้ทุนอุดหนุนการวิจัย เพื่อสร้างนวัตกรรมและความเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลต่อไปในอนาคต โดยที่ผ่านมาในปีงบประมาณ 2565 ได้มีโครงการที่ยื่นเข้ามา 600 กว่าโครงการ และผ่านการพิจารณาสนับสนุน จํานวน 41 โครงการ ในกรอบวงเงินทั้งสิ้น 2,500 ล้านบาท

“สดช. มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ พร้อมผสานพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมขับเคลื่อนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อให้ดิจิทัลไทยก้าวไกล และชีวิตคนไทยก้าวหน้า สร้างความยั่งยืนผ่านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยียกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และพัฒนาศักยภาพด้านการแข่งขันให้กับ             ประเทศไทย” นายภุชพงค์กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสส.ชูแคมเปญ “ลดซด ลดปรุง ลดโรค” ชวนคนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อ NCDs

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่

“ศ.ดร.นฤมล”เปิดวิธีแก้จนด้วยการแก้ที่ดินทำกิน ยกระดับที่ดินส.ป.ก.ให้เข้าถึงเกษตรกรสร้างอาชีพ

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน โพสต์ Facebook ส่วนตัวระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนประชากรในภาคเกษตรมากถึง 25 ล้านคน ห

รมว.สุชาติ เปิด Skill Expo Thailand พัฒนาแรงงานสู่ทศวรรษที่ 21

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรม Skill Expo Thailand 2022 พัฒนาคนสู่โลกยุคใหม่ ครั้งที่ 4 มิติใหม่ของการพัฒนาแรงงานไทยคุณภาพ โดยมี นางสาวบุปผา เรืองสุด

ครั้งแรก ! กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเขตคลองสาน ร่วมกับ ICONSIAM และ CEA และกลุ่ม SUP! ร่วมจัดงาน “Bangkok Design Week 2023”

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และพันธมิตรหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรจัดงานยิ่งใหญ่

“วิศิษฐ์” มอบนโยบาย สกจ. ติวเข้มอาชีพสมาชิก หวังสร้างรายได้เพิ่ม สู่การแก้หนี้สหกรณ์ทั้งระบบ

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์รุกนโยบายปีกระต่ายเดินหน้าส่งเสริมอาชีพสมาชิกสหกรณ์ทั่วไทย หวังมีรายได้เพิ่ม สู่การแก้ปัญหาหนี้สินสหกรณ์ทั้งระบบ พร้อมนำร่องสหกรณ์ในพื้นที่นิคมฯ เป็นต้นแบบ

การเติบโตของ Digital platform และพฤติกรรมในตลาดที่ขาดการแข่งขัน

การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital platform) เช่น ทั้งการขายของออนไลน์ การส่งอาหารถึงที่ และการจองที่พักโรงแรม