
วันนี้ (17 มีนาคม 2566) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อม ณ โรงแรมแม่ยมพาเลส อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เป็นการพัฒนาศักยภาพให้เครือข่าย ทสม. มีความรู้ ความเข้าใจ ในการเขียนข้อเสนอโครงการ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการขับเคลื่อนงาน รวมถึงบูรณาการความร่วมมือด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมตามบริบทพื้นที่

นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีนโยบายพัฒนาศักยภาพเครือข่าย ทสม. ให้สามารถเข้าถึงกองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปใช้ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเองร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนในทุกมิติ มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจใหม่ (BCG model) เชื่อมโยงสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) รวมถึงส่งเสริมบทบาทและสนับสนุนการทำงานให้เครือข่าย ทสม. เป็นกลไกสำคัญในฐานะ “โซ่ข้อกลาง” ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน สื่อสารนโยบาย ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับชุมชน เป็นผู้ปฏิบัติ การพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และติดตามประเมินผลการทำงาน ร่วมกับหน่วยงานภาคีด้านสิ่งแวดล้อม เพราะ ทสม. (ท-ทำทุกสิ่งทุกอย่าง ส.-สิ่งแวดล้อม ม.-มีประสิทธิภาพ) ถือเป็นกลไกเครือข่ายที่มีความใกล้ชิดกับชุมชนและฐานทรัพยากร มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นทุกมิติ ซึ่งการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมนั้น เป็นไปตามกรอบทิศทางการสนับสนุนเงินกองทุนสิ่งแวดล้อมตามมาตรา 23 (4) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2570 (โครงการทั่วไป ไม่เกิน 5 ล้านบาท) ในด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้านการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองและมลพิษ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อขับเคลื่อนการสนับสนุนเงินกองทุนสิ่งแวดล้อมให้แก่เครือข่าย ทสม. ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ รวมถึงเกิดความต่อเนื่องจากการดำเนินโครงการขนาดเล็ก (วงเงินโครงการละไม่เกิน 5 แสนบาท) ประเด็นการจัดการไฟป่าและลดหมอกควัน ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเครือข่าย ทสม. ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมไปแล้วจำนวน 47 พื้นที่ ใน 16 จังหวัด (ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มกราคม 2564 - 31 สิงหาคม 2565) รวมถึงเพื่อเป็นการเพิ่มบทบาทสำคัญในการสื่อสาร สร้างการรับรู้ เตรียมความพร้อมชุมชน ในการตั้งรับปรับตัวการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความต่อเนื่อง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงร่วมกับ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้อง จัด “การประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อม” มีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ จำนวน 140 คน ประกอบด้วย เครือข่าย ทสม. ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เจ้าหน้าที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ประสานความร่วมมือและพัฒนาเครือข่าย องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน ผู้สังเกตการณ์ ผู้ติดตาม ภาคีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับสาระความรู้จากกิจกรรมการบรรยาย อภิปราย เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประชุมกลุ่มย่อย รวมถึงลงพื้นที่ศึกษาดูงานจริง เพื่อเสริมสร้างเครือข่าย ทสม. ให้มีองค์ความรู้ ทักษะในการเขียนโครงการและบริหารโครงการ สามารถต่อยอดเสนอโครงการขอรับเงินจากกองทุนอื่นๆ ได้ต่อไป นายสมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“รมว.สุชาติ” เดินหน้าฟื้นฟูเคหะร่มเกล้า–ลาดกระบังต่อเนื่องวันที่ 2 ระดม “ทส.หนึ่งเดียว” 105 นาย ลุยทำความสะอาด ฟื้นคืนชุมชนหลังน้ำลด
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูและทำความสะอาดพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัด ทส. เข้าร่วมปฏิบัติการ เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด
“สุชาติ” เผย “นายกอนุทิน” สั่งระดม “ทส.หนึ่งเดียว” ฟื้นเคหะร่มเกล้า–ลาดกระบังหลังน้ำลด ล้าง–เก็บ–ขนขยะให้จบใน 2–3 วัน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จึงเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
“สุชาติ” สั่งมองภัยให้ไกลกว่าวันนี้ รับมือโลกเดือด เร่งทำ “ดัชนีพหุภัย–แผนที่ความเสี่ยง” ชี้จุดเสี่ยงล่วงหน้าถึงปี 2100
จากสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก ทั้งน้ำท่วม ดินถล่ม พายุ และฝนตกหนัก รวมถึงสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยที่ส่งผลกระทบแล้วกว่า 31 จังหวัด สะท้อนความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่มีความแปรปรวนและเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้น ซึ่งกระทบต่อชีวิตประชาชน เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
'รมว.สุชาติ' เปิดปฏิบัติการค้นหา 3 คนไทยสูญหายดอยจ้อง เชียงราย ระดม 'กรมอุทยานฯ' ผนึกทุกภาคส่วน ล่าสุดพบแล้ว 2 เร่งค้นหาอีก 1 คน
นายสุชาติ ชมกลิ่น เปิดเผยถึงกรณีคนไทย 3 คนสูญหายบริเวณดอยจ้อง ใกล้อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า ได้สั่งการด่วนให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง มูลนิธิกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่ เร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้สูญหายอย่างเต็มกำลัง พร้อมกำชับให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ
'รมว.สุชาติ' สั่งกรมอุทยานฯ เปิดสายด่วน 1362 รับแจ้งเหตุน้ำท่วม 24 ชม. หวั่นประชาชนตกค้าง ย้ำเดินหน้าตามนโยบาย 'นายกอนุทิน' ช่วยผู้ประสบภัยทั่วถึง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นายสุชาติกล่าวว่า การเปิดสายด่วน 1362 ในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถแจ้งพิกัดและขอความช่วยเหลือได้โดยตรง โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมสูง พื้นที่ที่รถไม่สามารถเข้าถึง หรือมีผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน
'สุชาติ' เผย 'ทช.' ระดมกำลัง-เรือ3ลำ ลุยช่วยน้ำท่วมราชบุรี เคลื่อนย้ายประชาชน-ลำเลียงสิ่งของ เร่งบรรเทาความเดือดร้อนเต็มกำลัง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ถึงการระดมกำลังเจ้าหน้าที่และทรัพยากรของกรมฯ ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยยึดหลัก “ทส.หนึ่งเดียว” ผนึกกำลังทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง

