ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยแห่งความสุข ป้องกันซึมเศร้า"ไทย"ติดอันดับโลก

จากสถานการณ์โรคซึมเศร้าในประเทศไทยประจำปี 2560 ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่าวัยรุ่นไทยอายุ 10-19 ปี มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าถึงร้อยละ 44 มีอัตราการป่วยด้วยโรคซึมเศร้าร้อยละ 18 และพบว่าวัยรุ่นฆ่าตัวตายเพราะโรคซึมเศร้าประมาณปีละ 4,000 ราย ถือเป็นอันดับ 3 ของโลก อีกทั้งผลจากการสำรวจข้อมูลสุขภาวะนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระหว่างปี 2557-2559 พบว่าแนวโน้มนิสิตที่มีปัญหาทางสุขภาวะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 23% และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในปี 2563 มีจำนวนผู้เข้ารับบริการปรึกษาเกี่ยวกับด้านสุขภาวะด้านต่างๆ รวม 531 คน โดยผ่านช่องทางการให้บริการด้านต่างๆ ที่เป็นทางเลือกแก่ผู้รับบริการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19        จำนวนผู้เข้ารับบริการจำแนกตามประเด็นปัญหาปี 2563 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับแรก คือ 1) การเรียน จำนวน 184 คน คิดเป็น 35% 2) ส่วนตัว จำนวน 127 คน คิดเป็น 24% และ 3) สุขภาพจิต จำนวน 79 คน คิดเป็น 15%

ในปี 2564 มีจำนวนผู้เข้ารับบริการปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาวะด้านต่างๆ เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ถึง 50% โดยมีจำนวนผู้เข้ารับการปรึกษารวม 1,046 คน สามารถจำแนกตามประเด็นปัญหา โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับแรก คือ 1) ส่วนตัว จำนวน 234 คน คิดเป็น 22% 2) การเรียน จำนวน 226 คน คิดเป็น 22% และ 3) รับคำแนะนำเบื้องต้นด้านสุขภาวะ จำนวน 189 คน คิดเป็น 18%

ทั้งนี้ ไม่เฉพาะปัญหาสุขภาวะทางจิตเท่านั้น แต่สำหรับปัญหาสุขภาพทางกาย โดยเฉพาะโรคอ้วนในประเทศไทย ปี 2557 ถึงปัจจุบัน ยังพบว่าคนไทย 19.3 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 34.1 มีภาวะ “อ้วน” หรือคนที่เดินเข้ามา 3 คน จะมีคนที่มีภาวะอ้วน 1 คน และมีคนไทยที่มีรอบเอวเกิน “อ้วนลงพุง” กว่า 20.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 37.5

นายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. (สำนัก 8) กล่าวว่า สสส.ต้องการสร้างองค์กรสุขภาวะที่ดี เป็นต้นแบบมาตรฐานขับเคลื่อนให้เป็นตัวอย่างของนานาชาติ การขับเคลื่อนในเชิงนวัตกรรมทางวิชาการตีพิมพ์เป็นเอกสารขับเคลื่อนเป็นนโยบายของประเทศ พร้อมยกตัวอย่าง มหาวิทยาลัยมหิดล วางแผนระบบเครือข่ายการสร้างมหาวิทยาลัยแห่งความสุข สร้างโมเดลมหาวิทยาลัยต้นแบบของอาเซียน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิจัยนำร่องสุขภาพกายเน้นโรค NCDs นำความรู้ส่งผ่านนิสิต นักศึกษา บุคลากรมหาวิทยาลัย พัฒนาเป็นนวัตกรรมเก็บข้อมูลและส่งต่อเข้าถึงบริการสุขภาพ ขับเคลื่อนเป็นนวัตกรรมเชิงธุรกิจ ทำเป็นริสต์แบนด์ ม.เชียงใหม่ เชิญชวนมหาวิทยาลัยทางภาคเหนือร่วมกันทำวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนชุมชน สถานประกอบการภาคเหนือ

ล่าสุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็เป็นอีกสถาบันที่เปิดตัวโครงการต้นแบบเครือข่ายมหาวิทยาลัยแห่งความสุขเพื่อการทำงานสร้างเสริมสุขภาพครบวงจร (Happy University Prototype @KU หรือ Kasetsart University) ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า

“มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีศักยภาพทำงานอย่างเป็นระบบ ในการสร้างผลงานด้านความยั่งยืน (SDGs) ขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นับเป็นงานที่ท้าทายมาก โครงการแยกและใช้ประโยชน์จากขยะของคณะวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ม.เกษตรศาสตร์จัดประกวดโครงการ Best Suggestion Awards ด้วยแนวคิดในการพัฒนาปรับปรุงส่วนต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม มีการจัดทำ

1.โครงการรณรงค์เพิ่มการบริโภคน้ำดื่มจากตู้น้ำดื่มเพื่อลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความตระหนักโดยมีส่วนร่วมกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ลดปริมาณขยะพลาสติก ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.โครงการขยะรีไซเคิลกล่องยูเอชที ภาควิชาวิศวกรรมเคมีรวบรวมเข้าโครงการสนับสนุนการคัดแยกจัดเก็บขยะรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้ว ส่งให้กองยานพาหนะอาคารและสถานที่ มหาวิทยาลัยเกษตรฯ ส่งมอบให้โครงการหลังคาสีเขียว   มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

3.โครงการคัดแยกขยะหลอดพลาสติกมาทำความสะอาด เพื่อรวบรวมส่งให้มูลนิธิพัฒนาป่าตอง จ.ภูเก็ต นำไปทำหมอนสับปะรดรักษ์โลก เพื่อให้ผู้ป่วยติดเตียงและคนพิการ จ.ภูเก็ต ขยายต่อโครงการด้วยแนวคิด Zero Waste ขยะเหลือศูนย์ที่โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์"

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวด้วยว่า ม.เกษตรศาสตร์จะเปิดคณะแพทยศาสตร์ในปีการศึกษาใหม่ ด้วยความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ รพ.พระมงกุฎเกล้า ในการฝึกงาน

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวหลังเปิดตัวโครงการต้นแบบเครือข่ายมหาวิทยาลัยแห่งความสุขเพื่อการทำงานสร้างเสริมสุขภาพครบวงจร ว่าขณะนี้มหาวิทยาลัยมีจำนวนนิสิตและบุคลากรในภาพรวมประมาณ 92,800 คน จำแนกเป็นนิสิตและบุคลากรทุกระดับชั้นจำนวน 83,000 คน และ 9,800 คน จึงได้มีแนวคิดที่จะพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาให้มีสุขภาวะที่ดี และพัฒนาให้เป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบ ร่วมกับวิทยาเขตทั้ง 5 ได้แก่ วิทยาเขตบางเขน, วิทยาเขตกำแพงแสน, วิทยาเขตศรีราชา, วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร และโครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรี

“โมเดลความสุขด้วยการจัดกิจกรรมชมรมให้นิสิต เล่นดนตรี กีฬา กิจกรรมฝึกการพูด ฯลฯ การทำให้บุคลากรทำงานอย่างมีความสุข ใช้ความเป็นพี่น้องเป็นต้นแบบ มีการเต้นแอโรบิก ฟิตเนส โรงอาหารที่นี่เป็นต้นแบบอาหารราคาถูกเพียง 10-20 บาทก็อิ่มได้ มหาวิทยาลัยเกษตรฯ แต่ละสาขามีเอกลักษณ์โดดเด่นเรื่องความสวยงาม ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์บานที่วิทยาเขตกำแพงแสน   อินทนิลที่วิทยาเขตสกลนคร ความสุขของวิทยาเขตแต่ละแห่งเผื่อแผ่ถึงประชาชนที่เข้าไปเที่ยวด้วย เป็นความภาคภูมิใจของเรา ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยยังให้ทุนเรียนดีแก่นิสิตหลายพันคน เปิดโอกาสให้นิสิตทำงานเป็น part time ระหว่างการเรียนเพื่อมีรายได้ บางวิชาจัดสรรเป็นหน่วยกิตเมื่อทำงานภาคปฏิบัติ”

กระบวนการสร้างผู้นำสุขภาวะผ่านการอบรมนักสร้างสุข การพัฒนาทักษะชีวิตนอกตำราให้แก่นิสิต นักศึกษา ทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม การพัฒนา good health and wellbeing ทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการสร้าง happy heart เพื่อร่วมส่งเสริม  ป้องกัน และแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะ มุ่งเน้นการให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต สังคม  และทางอารมณ์ ในภาพรวมทั้งบางเขนและวิทยาเขต ให้มีมาตรฐานและคุณภาพเท่าเทียมกัน เพื่อนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดี (Wellbeing) ของประชาคม ตลอดจนส่งเสริมให้นิสิต บุคลากร มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งด้านร่างกายและสุขภาวะ ตระหนักถึงการวางแนวทางในการป้องกัน ส่งเสริม สุขภาพกาย และสุขภาพจิตนิสิตและบุคลากร ให้มีสุขภาวะที่ดี มีความพร้อมทั้งในการศึกษาเล่าเรียน การทำงาน และดำเนินชีวิตเหมาะสมกับช่วงวัยอย่างมีความสุข

การดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้ สำรวจความสุขบุคลากร และนิสิต โดยใช้เครื่องมือวัดความสุขระดับบุคคล (Happinometer) ร่วมกับข้อมูลสุขภาพและคุณภาพชีวิต เพื่อใช้เป็นข้อมูลการออกแบบกิจกรรม การติดตามและวัดผลการเปลี่ยนแปลงในอนาคต หลังการดำเนินการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความสุข-พัฒนาผู้นำสุขภาวะให้แก่ผู้แทนบุคลากรและผู้แทนจากนักศึกษา อบรม เพื่อเป็นผู้นำร่วมออกแบบกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ที่สอดคล้องกับความต้องการ (Happy 8/ ประเด็นสุขภาพ สสส.7+1)

-ส่งเสริมกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่สอดคล้องกับประเด็นสุขภาพ เป้า 10 ปี สสส. (2565-2574) อาทิ กิจกรรมทางกาย การบริโภคผักและผลไม้ ความปลอดภัยทางถนน สุขภาพจิต ยาสูบ สุราและสิ่งเสพติด สิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหาสุขภาพอุบัติใหม่ หรือสอดคล้องกับแนวคิดความสุข8ประการ อาทิ Happy Body,  Relax, Brain, Family, Heart, Soul, Money หรือ Society

-​สนับสนุนการพัฒนานิสิตให้มีทักษะชีวิตที่จำเป็น เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ชีวิตการทำงาน และสนับสนุนกิจกรรมสุขภาพอื่นๆ ดังนี้ 1.KU Happy Brain: จัดกิจกรรม Hackathon เพื่อให้นักศึกษาร่วมออกแบบกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ พร้อมสนับสนุนการสร้างพื้นที่ทดลองดำเนินกิจกรรมจริง พร้อมมีทีมพี่เลี้ยงสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มนิสิตที่เข้าร่วม​.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสส.ชูแผนสร้างเด็กเข้มแข็ง ผ่านแนวคิด “ชุมชนนำ” –“เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”

เด็กไทยเกือบครึ่งมีชีวิตเปราะบาง จากปัญหาครอบครัวไม่พร้อมหน้า สสส.ระดมเครือข่ายสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต ชุมชนนำ-เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน

เด็กไทย 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชม. รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” มอบ สสส. สรุปบทเรียน "ลดเวลาหน้าจอ" ต้องบูรณาการออกกฎเหล็กคุมเข้มอนาคตชาติ

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการที่ สสส. ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ พบว่า คนไทยเฉลี่ย 93.10%

“อายุยืนแต่อย่าป่วยนาน” สังคมสูงวัยรอบรู้คู่สุขภาพ

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากเป็นคำถามสำคัญว่า คนไทยจะสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพเพียงใด เ

“20 ปี กับการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม” จุฬาราชมนตรี-สสส. เดินหน้าผนึกกำลัง MOU สานต่อยอดความสำเร็จ มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่โรงแรมอัล มีรอซ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)

รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.-ภาคีเครือข่าย ได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ”

“รองนายกฯทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.และภาคีเครือข่ายได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง มีเด็ก-ครอบครัวได้รับประโยชน์ 14,730 คน เด็กมีความสุขเพิ่มขึ้น 73.95 %

วันที่ 16 มิ.ย.2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”