การใช้ประโยชน์จากที่ดิน (Land Use) ถือเป็นบทบาทภารกิจหนึ่งขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ
เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ซึ่งระบุไว้ชัดเจนในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง อพท. โดยเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ 1 ของการจัดทำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (มาตรา 21) หรือ แผนยุทธศาสตร์ฯ รายพื้นที่ของ อพท. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญอย่างมากของการใช้ประโยชน์จากที่ดินการควบคุมการก่อสร้างให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม การวางผังเมืองและการบำรุงรักษาพื้นที่สีเขียวในเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินกับการพัฒนาการท่องเที่ยว

นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า การกำหนดเช่นนี้ เนื่องจากการนำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยนำไปพัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่มผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจสู่ชุมชนท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก ไม่ว่าจะพัฒนาขึ้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมที่พักและกิจกรรมการท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการใช้ที่ดินเพื่อจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ถนนหนทาง ที่ตั้งเสาส่งไฟฟ้า บ่อเก็บน้ำหรือระบบกำจัดขยะ โดยที่ดินที่ถูกใช้ไปในการท่องเที่ยวนั้น มีบางส่วนที่เจ้าของกิจการหรือหน่วยงานต่างๆ สามารถนำที่ดินดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้ทันที แต่มีที่ดินอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากต้องการนำมาพัฒนาตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนาการท่องเที่ยว จำเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงประเภทการใช้ประโยชน์จากที่ดินเสียก่อน เช่น จากพื้นที่ ป่าไม้ไปเป็นพื้นที่เกษตร หรือจากพื้นที่เกษตรไปเป็นโรงแรมที่พัก เป็นต้น โดยการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์จากที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมายนั้น เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาโดยละเอียดเพราะมีความเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งรวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับผังเมืองด้วย

ทั้งนี้ หลายกรณีจะพบว่า แม้ในพื้นที่ดังกล่าวจะมีอุปสงค์หรือความต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวมากเพียงใดก็ตาม หากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์จากที่ดินให้ถูกวัตถุประสงค์เสียก่อนนำไปใช้ประโยชน์ อาจทำให้เกิดการกระทำผิดกฎหมายตามมา ซึ่งนอกจากจะเป็นการเสียโอกาสทางเศรษฐกิจแล้ว ยังทำให้เกิดเป็นคดีความอีกด้วย

“ดังนั้น นักพัฒนาการท่องเที่ยวของ อพท. จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวและเป็นผู้ที่สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตามพระราชกฤษฏีกาจัดตั้ง อพท. อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการใช้อำนาจจากแผนยุทธศาสตร์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามมาตรา 21 และการใช้อำนาจในการบูรณาการตามกฎหมายของ อพท. กับหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีอำนาจในการถือข้อกฎหมายเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น กรมที่ดิน กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมธนารักษ์ เป็นต้น เพื่อพัฒนาให้การท่องเที่ยวสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ และยังเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าตามหลักการของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อพท. คว้ารางวัลเลิศรัฐ 2569 “บ่อสวกโมเดล” ต้นแบบใช้การท่องเที่ยวแก้จน สู่หมู่บ้านท่องเที่ยวระดับโลก
อพท. ตอกย้ำบทบาทองค์กรต้นแบบด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คว้ารางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 ด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดี ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม จากผลงาน “บ่อสวกโมเดล : แก้จนด้วยมนต์เสน่ห์เตาเผา 750 ปี
สอวช. จับมือ อพท. ใช้ อววน. ยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่ 'การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง' มุ่งสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ ฟื้นฟูธรรมชาติ ควบคู่คุณภาพชีวิตชุมชน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ “การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง” (Regenerative Tourism)
“อพท. ปลื้มคว้า 4 รางวัลด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับนานาชาติ PATA Gold Awards 2026 ดันชุมชนท่องเที่ยวสู่ตลาดโลก
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ดันชุมชนท่องเที่ยวไทย คว้ารางวัล PATA Gold Awards 2026
อดีตผู้พิพากษาฯ สรุปมหากาพย์ 30 ปี ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
อดีตผู้พิพากษาฯ "วัส ติงสมิตร" ไล่ปมข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ตั้งแต่การอุทิศที่ดินเมื่อปี 2533 การต่อสู้คดีจนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ไ
'ป้าสนอง' ร้องสอบอดีตนายก อบต.แม่น้ำคู้ อ้างปมสัญชาติ-สวมสิทธิ
“ป้าสนอง” พร้อมทีมทนายยื่นข้อมูลร้องขอให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะสัญชาติของอดีตนายก อบต.แม่น้ำคู้ หลังอ้างพบข้อมูลอาจเข้าข่ายการได้สัญ

