
วันนี้ ( 5 ม.ค. 2565 ) นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กรุงเทพฯ เขตบางกอกน้อย-บางพลัด พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ร่วมดำเนินการประสานงานกับทีม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการร่วมของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความยากจนและการพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (คจพ.) ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ลงพื้นที่เพื่อสำรวจฐานข้อมูล 40 ครัวเรือน ใน 6 ชุมชน เขตบางกอกน้อยและบางพลัด ทั้งทางด้านของสุขภาพ สภาพชีวิตความเป็นอยู่ การศึกษา สถานะทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงบริการของรัฐ เพื่อให้ครอบคลุมการพัฒนาตามหลัก 5 มิติสำคัญ ที่สอดคล้องกับแนวนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องการแก้ปัญหาความยากจนอย่างเป็นรูปธรรมและตรงเป้าหมาย ที่จะให้ประชาชนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิต และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะมีการนำไปสู่การพัฒนาเป็น "บางกอกน้อยโมเดล"

นายจักรพันธ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่สำรวจในครั้งนี้เพื่อต้องการข้อมูลในการนำไปวิเคราะห์แนวโน้มความยากจนของแต่ละครัวเรือนมาจากปัจจัยใดบ้าง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลระบบเพื่อบริหารจัดการในการพัฒนาคนแบบชี้เป้า สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย ซึ่งที่ผ่านมาสภาพัฒน์ ได้ดำเนินการพัฒนาแบบสอบถามการพัฒนาคนทุกช่วงวัยระดับครัวเรือนและบุคคล เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ของฐานข้อมูลระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (TPMAP) โดยได้มีการทดลองเก็บข้อมูลในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก สงขลา นครสวรรค์ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะนำไปสู่การวิเคราะห์สถานการณ์ แนวโน้มปัญหาความยากจนในระดับประเทศและพื้นที่ รวมทั้งออกแบบนโยบายและแนวทางการพัฒนาคนทุกช่วงวัยให้ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม
ในการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลชุมชนในครั้งนี้ เป็นกระบวนการที่จะนำไปสู่การวางนโยบายในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของรัฐบาล ที่สอดคล้องกับแนวทางของพรรคพลังประชารัฐ และเป็นไปตามแนวทางของ ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคน ทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้าในการจัดทำข้อมูล ที่นำไปสู่การวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อการให้ความช่วยเหลือแต่ละชุมชนได้อย่างตรงจุด โดยไม่ใช่เป็นการให้เปล่าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนาเพื่อวางรากฐานจุดเริ่มต้น และให้คนกลุ่มนี้สามารถต่อยอดในการยกระดับคุณภาพชีวิต ในการช่วยเหลือตัวเองได้ บนการวางแผนที่ครอบคลุมในทุกมิติตามหลักพัฒนาของพรรคพลังประชารัฐที่จะสามารถแก้ปัญหาความยากจนของคนในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

“ความยากจนเป็นปัญหาที่มีการสั่งสมมานาน และขยายตัวเพิ่มขึ้นในกรุงเทพฯ ตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกรุงเทพฯเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ ทีมีการเคลื่อนย้ายประชากรจำนวนมาก แต่ยังพบช่องว่างของผู้มีรายได้น้อยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สามารถแก้ได้ เนื่องจากที่ผ่านมา จะเป็นเพียงการช่วยเหลือเฉพาะหน้า และเป็นการให้เปล่าเท่านั้น โดยที่ไม่ได้รู้ข้อมูลจริงๆ ว่าในแต่ละชุมชน แต่ละครอบครัวมีบริบทที่แตกต่างกัน มีความต้องการความช่วยเหลือไม่เหมือนกัน จึงทำให้การแก้ปัญหาที่ผ่านมาไม่ตรงจุด ส่งผลให้กลุ่มคนเหล่านี้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านฉลุย สศช.แนะคลังทำแผนใช้หนี้ให้ชัด
หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงาน
รอเลย! 'คนละครึ่ง เฟส 2' รัฐบาลใหม่ลุยทันที หลังแถลงนโยบาย
'สภาพัฒน์' จ่อชงรัฐบาลใหม่ เร่งคลอด 'คนละครึ่งพลัส เฟสใหม่' หลังแถลงนโยบาย ก่อนวางงบปี 70 ทำเฟสต่อไป เร่งช่วยประชาชนท่ามกลางวิกฤตพลังงาน
‘เอกนิติ’เรียกถกผู้บริหารคลัง! รับมือผลกระทบสงคราม
‘เอกนิติ’ เรียกถกผู้บริหารคลังเตรียมรับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง หลังสถานการณ์จ่อยืดเยื้อ จากเดิมที่คาดหากจบได้ใน 1 เดือน ดันราคาน้ำมันพุ่ง 10 ดอลลาร์ต่อบาเรล ทุบจีดีพีดิ่ง 0.2%
‘สศช.‘ห่วงจ้างงานหดตัวหนี้เสียพุ่ง
‘สภาพัฒน์’เผยไตรมาส4/68 ว่างงาน 2.8 แสนคน จ้างงานหดตัว หนี้ครัวเรือนลดแต่ NPL พุ่ง แนะเร่งพัฒนาทักษะแรงงาน รับมือ AI ชี้’ทรัมป์‘ขึ้นภาษีสหรัฐฯ 15% สร้างสนามแข่งขันเท่าเทียมในระดับเดียวกันทั่วโลก
‘เอกนิติ’ปักธงเข็นลงทุนปูพรมดันจีดีพีปี69โต3%+
‘เอกนิติ’ สุดปลื้มหลังสภาพัฒน์เผยตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 โตแรง 2.5% ฟุ้งรับบท ‘หมอเอก’ ผ่าตัดเศรษฐกิจไทยพ้น ICU ปักธงเข็นลงทุนปูพรมดันจีดีพีปี 69 วิ่งทะลุ 3%+ เตรียมพร้อมคนละครึ่ง พลัส-เที่ยวดีมีคืน บูมต่อเนื่อง

