ประชุมนัดแรก 'บอร์ดศึกษาแลนด์บริดจ์' ตั้งอนุฯ 3 คณะ หากไม่ทันใน 90 วันต้องขอขยายเวลา

คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ นัดแรก มีมติตั้งอนุฯศึกษา 3 ชุด ดูความเป็นไปได้ของโครงการ - สิ่งแวดล้อม ระบุ รับฟังความเห็นทุกกลุ่ม ยึดดูด้านเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์ เล็งนำผลการศึกษา สนข. - สว. นัดถกครั้งสอง มิ.ย.นี้ ยืนยัน เร่งศึกษาให้ทันกรอบ 90 วัน หากไม่ทันพร้อมขอนายกฯขยาย

15 พฤษภาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ให้สัมภาษณ์ภายการประชุมนัดแรก ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงข้อมูลพื้นฐานต่างๆในการทำงาน ซึ่งมีเวลา 90 วัน ดังนั้น การจะศึกษาใหม่ตั้งแต่ต้นจึงเป็นไปไม่ได้ คณะกรรมการจึงใช้ผลการศึกษาที่มีอยู่ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งเป็นผลการศึกษาล่าสุดที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก รวมถึงรายงานจากวุฒิสภาที่ได้ศึกษาไว้มาประกอบในการทำงานด้วย

นายดนุชา กล่าวว่า เกณฑ์การพิจารณาจะดูสมมติฐานแนวโน้มของปัญหาต่างๆในปัจจุบัน และอนาคต การขนส่งสินค้าของโครงการแลนด์บริดจ์ที่จะเชื่อมทั้งสองฝั่ง รวมถึงความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ พร้อมยืนยันว่า การทำงานจะพิจารณาผลกระทบทุกมิติ รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม และจะมีการรับฟังความเห็นภาคประชาชนด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน และนักวิชาการเข้าร่วมด้วย 2.คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อม และผู้แทนหน่วยงานเป็นกรรมการ และ 3.คณะอนุกรรมการพิจารณาและขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารสาธารณะ โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ซึ่งจะมีการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ รวมถึงการปรึกษาเชิงสาธารณะ โดยพิจารณาทั้งข้อกังวล รวมถึงนำความห่วงใยในพื้นที่มาร่วมประกอบการพิจารณาด้วย

ทั้งนี้ อนุกรรมการทั้ง 3 คณะ จะรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไปในช่วงเดือนมิถุนายน

เมื่อถามว่า จะรับฟังเสียงนักวิชาการรวมถึงเอ็นจีโอด้วยหรือไม่ นายดนุชา กล่าว่า จะต้องนำมาประกอบการพิจารณาด้วยทั้งหมด

เมื่อถามว่า จะออกเป็นลักษณะของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เหมือนกับ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า อันนั้นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งต้องไปดูก่อนว่าถ้าโครงการมีลักษณะในเชิงธุรกิจ กลไกในแง่ข้อกฎหมายก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เบื้องต้นจะดูเรื่องความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการก่อน ส่วนเรื่องของกฎหมายยังไม่มีการพูดถึงในขณะนี้ แต่ยืนยันว่า จะรีบดำเนินการ โดยกรอบ 90 วันจะนับจากวันที่ประกาศตั้งคณะกรรมการชุดนี้

นายดนุชา ยืนยันด้วยว่า จะนำเรื่องเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ มาประกอบการพิจารณาด้วย แต่ก็ต้องดูว่าการศึกษาในอดีตกับปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ซึ่งผลการศึกษาของสนข. ทำไว้เมื่อปี 2566 ดังนั้น วันนี้ต้องดูเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และจะต้องปรับให้เป็นปัจจุบัน

เมื่อถามว่า คิดว่ากรอบการศึกษา 90 วันเพียงพอหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า จะพยายามทำให้เต็มที่ แต่หากไม่ทันก็จะขอนายกรัฐมนตรีขยายเวลา

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' บอกอย่ากังวลรัฐบาลจะอยู่ใต้อิทธิพลของใคร พวกเราฟังประชาชนเท่านั้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ได้พบปะพูดกันแล้วหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้มีการเจอและพูดกัน และอย่างที่ตนบอกคือแสดงความยินดี รู้สึกโอเค

'ยุทธพร' ชี้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' คือนวัตกรรมการคลัง พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60:40” ว่า ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางการคลังที่มีความลุ่มลึกและทรงประสิทธิภาพมากที่สุดของไทย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความผันผวน ทั้งปัญหาเงินเฟ้อเชิงโครงสร้าง การเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานโลก และกำลังซื้อประชาชนที่อ่อนแรง

'กรณ์' ซัดรัฐบาลเล่นลิ้น ออกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำลายยับ 'วินัยการคลัง-ความมั่นคงประเทศ'

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอญัตติ ว่า เป็นหนึ่งในคนที่เสนอญัตติให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องติดตาม เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งก็ต้องคอยรอดูว่าจะวินิจฉัยใ

ผู้นำฝ่ายค้าน ฉะรัฐบาลฉวยวิกฤต กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังเงินทอนให้บางพรรคในระบอบสีน้ำเงิน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ​ อภิปรายเสนอญัตติว่า การใช้เงินกู้ตามพ.ร.ก.ดังกล่าวพบพิรุธในหลายประเด็น เช่น เงินกู้ส่วนที่ใช้เยียวยา วงเงิน 1.8หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในกองทุนประชารัฐสวัสดิการ

ลำบากก็ต้องมา! ผู้สูงอายุเหมารถมาธนาคาร ยืนยันตัวตน 'บัตรคนจนรอบใหม่' บางคนดีใจจนน้ำตาไหล

บรรยากาศการยืนยันตัวตนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน วันแรก เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เดินทางมาใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้า บางรายรวมกลุ่มกันเช่ารถพ่วงข้างและรถกระบะ หารค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินทางมายังธนาคาร เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง

ตีปี๊บรายวัน รัฐบาลเผย 'ไทยช่วยไทยพลัส' ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 6,214 ล้านบาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งเริ่มเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน