
รอบตัวเราเต็มไปด้วยวัสดุมากมายที่ทำมาจากโลหะ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ยานพาหนะ สิ่งก่อสร้าง ฯลฯ แต่เคยสงสัยกันมั้ยว่าจริงๆ แล้ว โลหะคืออะไร มาจากไหน ต้องผ่านการชุบโลหะหรือไม่ และเหตุใดจึงมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก ชนิดที่เรียกว่าขาดไม่ได้ ตามไปหาคำตอบกันได้ในบทความนี้เลย
โลหะมาจากไหน ?
โลหะ ได้มาจากการถลุงแร่โลหะที่ถูกขุดขึ้นมาจากใต้ดิน และนำไปผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณสมบัติให้เหมาะสมกับการใช้งาน จึงมีทั้งโลหะบริสุทธิ์ เช่น ทองคำ เงิน ทองแดง แพลทินัม ฯลฯ และโลหะผสม ที่เกิดจากการนำโลหะสองชนิดขึ้นไปมาผสมกัน เช่น เหล็กกล้าที่ได้จากการผสมเหล็กกับคาร์บอน ทองเหลืองที่ได้จากการผสมทองแดงกับสังกะสี เป็นต้น สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะรีดเป็นแผ่น หลอมให้เป็นรูปทรงที่ต้องการ หรือนำไปผ่านการชุบโลหะด้วยวิธีต่างๆ เพื่อเพิ่มความคงทน และผิวที่เงาสวยเป็นมันวาว
คุณสมบัติเด่นที่ทำให้โลหะเป็นที่นิยมในอุตสาหกรรม
- แข็งแรงทนทาน
โลหะมีสถานะเป็นของแข็ง มีความเหนียว และความแข็งแรงสูงมาก รองรับน้ำหนักได้ดี ทนต่อแรงกระแทกได้เยี่ยม ไม่เสียรูปทรงง่าย อีกทั้งยังทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมี รวมถึงสภาพแวดล้อม เช่น แสงแดด น้ำ ความชื้น จึงสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำปฏิกิริยากับสารต่างๆ แล้วผุกร่อน หรือเกิดอันตราย ยิ่งถ้าผ่านการชุบโลหะ จะช่วยเพิ่มความทนทาน ลดการเกิดสนิม ลดการถูกกัดกร่อน ทำให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้นด้วย
- นำไฟฟ้าได้ดี
อีกหนึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นของโลหะคือ การเป็นตัวนำไฟฟ้าและความร้อนที่ดี จึงนิยมใช้ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าและเทคโนโลยีต่างๆ เช่น สายไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยโลหะที่สามารถนำไฟฟ้าได้ดีที่สุดคือ เงิน ตามมาด้วย ทองแดง ทองคำ และอะลูมิเนียม
- จุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง
การที่โลหะมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง ทำให้โลหะสามารถทนต่อความร้อน หรืออุณหภูมิที่สูงมากๆ ได้โดยที่ไม่ละลาย ไม่เสียรูปทรง จึงสามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับความร้อนสูง เช่น เครื่องยนต์ เครื่องจักร รวมถึงพวกภาชนะบรรจุ นอกจากนี้การชุบโลหะยังช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการป้องกันการเผาไหม้ โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันไม่ให้ไฟลามเข้าไปถึงเนื้อโลหะ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเชื้อเพลิง และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน รวมถึงวัสดุที่เป็นโลหะด้วย
- ความยืดหยุ่นในการใช้งาน
โลหะสามารถนำมาผ่านกรรมวิธีขึ้นรูปและปรับแต่งได้หลายรูปแบบ ทั้งการขึ้นรูปแบบร้อน และแบบเย็น ไม่ว่าจะเป็นการตี ปั๊ม หล่อ ดึง ดัด พับ ยืด อัด ฯลฯ จึงสามารถเปลี่ยนรูปร่างของโลหะจากสภาพเดิมให้เป็นชิ้นส่วนที่มีรูปร่างและคุณสมบัติต่างๆ ได้ตามต้องการ และนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
คงจะหายสงสัยกันแล้วใช่ไหมว่าทำไมแทบทุกอุตสาหกรรมต้องใช้โลหะ ปัจจุบันอาจจะมีการคิดค้นวัสดุอื่นๆ มาทดแทน แต่คุณสมบัติเหล่านี้ก็ยังทำให้โลหะมีความจำเป็นต่อกระบวนการผลิต รวมถึงตัวผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมา และถึงแม้โลหะจะเป็นวัสดุที่แข็งแกร่งมาก ก็แนะนำว่าควรเพิ่มการชุบโลหะ เเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นเพื่อเสริมความแข็งแรงและคงทน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลหนุน B20 เพิ่มทางเลือกพลังงาน ลดต้นทุนขนส่ง
รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มทางเลือกด้านพลังงาน ส่งเสริมใช้น้ำมันดีเซล B20 ลดต้นทุนภาคขนส่ง-อุตสาหกรรม พร้อมสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยควบคู่กัน
‘คลัง’เตรียมเข็นมาตรการอุ้ม5กลุ่มสู้วิกฤติพลังงาน
‘เอกนิติ’ เตรียมเข็นมาตรการอุ้ม 5 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน เล็งอัดฉีดเงินใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผุดคูปองดิจิทัลเติมน้ำมันราคาพิเศษช่วยกลุ่มขนส่งสาธารณะ ปั้มซอฟโลนต์ต่อลมหายใจภาคอุตสาหกรรม
สนพ.ชี้ภาคอุตฯขยายตัวต่ำอากาศที่ไม่ร้อนกดการใช้พลังงานปี 68ลดลง 1.6%
สนพ.เผย ภาคอุตสาหกรรมมีการขยายตัวต่ำ สภาพอากาศที่ไม่ร้อน กดความต้องการใช้พลังงานปรับตัวลดลง1.6%ขณะที่น้ำมันเครื่องบินโต 7.5% สอดคล้องท่องเที่ยวขยายตัว
WHAUP ทุ่ม 2.9 พันล้านลงทุน 2ธุรกิจหลักน้ำ-พลังงานไฟฟ้า
WHAUP กางแผนปี 69 ทุ่ม 2.9 พันล้านบาทปั้นระบบนิเวศน้ำ–ไฟฟ้าอัจฉริยะ รับอุตสาหกรรมอนาคต จ่อปิดดีลโปรเจกต์ Data Center เพิ่มในไตรมาส 2

