ดูแลสุขภาพฟันกันเถอะ ! ผู้ประกันตน อย่าลืมใช้สิทธิทันตกรรม 900 บาทต่อปี โดยไม่ต้องสำรองจ่าย

การดูแลรักษาสุขภาพในช่องปากและฟัน ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับวัยทำงานที่ต้องพบปะผู้คนในสังคม รวมทั้งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวันอีกด้วย ซึ่งหากเกิดปัญหาในช่องปากและฟัน เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ เสียวฟัน ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น หรือแม้แต่โรคปริทันต์ ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายเช่นกัน และโดยปกติควรพบทันตแพทย์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง จะช่วยยืดอายุให้สุขภาพในช่องปากและฟันแท้มีความแข็งแรงและคงอยู่ต่อไปได้นาน ๆ ดังนั้น การดูแลรักษาช่องปากและฟันให้สะอาดถูกสุขลักษณะอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกันตนต้องใส่ใจและไม่ควรมองข้าม

นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สิทธิทันตกรรมเป็นหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพเพื่อผู้ประกันตนที่สำนักงานประกันสังคมให้การดูแลมาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการใช้สิทธิปีต่อปี ไม่สามารถทบไปใช้ในปีถัดไปได้ ดังนั้นหากไม่ใช้สิทธิทำฟันภายในปี จะทำให้เสียโอกาสในการดูแลรักษาสุขภาพฟัน สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์นี้ จะต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่จ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันรับบริการ จะได้รับสิทธิทันตกรรม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ตั้งแต่ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูนและผ่าฟันคุด จะได้รับเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น ไม่เกิน 900 บาทต่อคนต่อปีปฏิทิน ซึ่งผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมได้ทันที โดยไม่ต้องสำรองจ่าย และผู้ประกันตนจะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เฉพาะส่วนเกินจากสิทธิที่ได้รับ

นอกจากนี้ ผู้ประกันตนยังได้รับสิทธิใส่ฟันเทียมได้อีกด้วย ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ ใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้บางส่วน 1-5 ซี่ ได้รับเท่าที่จ่ายตริงไม่เกิน 1,300 บาท ถ้ามากกว่า 5 ซี่ จะได้รับเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 1,500 บาท ส่วนกรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปากบนหรือล่าง จะได้รับเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 2,400 บาท และชนิดถอดได้ทั้งปากบนและล่าง จะได้รับเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 4,400 บาท ทั้งนี้ กรณีใส่ฟันเทียม สามารถเบิกใช้สิทธิได้ใหม่หลังจากพ้นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ใส่ฟันเทียม

การเข้ารับบริการ ผู้ประกันตนจะต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชน เพื่อแสดงสิทธิการเข้ารับบริการทำฟัน ณ สถานพยาบาลที่ร่วมกับสำนักงานประกันสังคม โดยสังเกตป้ายสติกเกอร์ที่ระบุว่า สถานพยาบาลแห่งนี้ให้บริการผู้ประกันตนกรณีทันตกรรม “ทำฟัน” ไม่ต้องสำรองจ่าย

อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกันตนเข้ารับบริการทันตกรรมในสถานพยาบาลที่ไม่ได้ทำความตกลงเรื่องการเบิกจ่ายไว้กับสำนักงานประกันสังคม ผู้ประกันตนสามารถนำเอกสารมายื่นขอรับประโยชน์ทดแทนได้ด้วยตัวเองผ่านทางออนไลน์ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th เพียงแนบไฟล์ ใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองแพทย์ และสำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ประกันตน หรือจะยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ โดยผู้ประกันตนสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณี
ทันตกรรมได้ ภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่เข้ารับบริการที่ระบุไว้ในใบเสร็จและใบรับรองแพทย์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง Line@ssothai และ www.sso.go.th

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อานนท์' เปิดใจหลังถูกทาบนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม ชี้กองทุน 3 ล้านล้านคือระเบิดเวลาลูกใหญ่!

ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า  ​ผมขอนำเรียนว่า ผมไม่

‘ไอซ์ รักชนก’ ทำใจชวดตำแหน่งรัฐมนตรี เล็งประธานกมธ.แรงงาน

นางสาวรักชนก ศรีนอก ว่าสส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า สิ่งที่ทำให้เสียใจมากที่สุด หลังเห็นผลการเลือกตั้ง คือ โอกาสที่พรรคประชาชนจะได้เข้

ระทึก! ถกปฏิรูปประกันสังคม ฝ่ายนายจ้างส่ง ‘ดร.อานนท์’ ชน ‘ไอซ์-ทีมก้าวหน้า’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงแรงงาน มีการประชุมคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นครั้งที่ 2 โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัด

ประกันสังคมรุดเยียวยาทายาทลูกจ้างประสบเหตุตกกระเช้ารถเครนเสียชีวิต จังหวัดตรัง

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. เกิดอุบัติเหตุลูกจ้างเสียชีวิตจำนวน 2 ราย จากการพลัดตกจากกระเช้ารถเครนขณะปฏิบัติงาน ภายในบริเวณโรงยิมเนเซียม สนามกีฬา ทุ่งแจ้ง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมมอบหมายให้ นางสาวสุมณฑา พลคง ประกันสังคมจังหวัดตรัง เร่งดำเนินการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตโดยทันที

ประกันสังคมกำชับนายจ้างรายงานค่าจ้างประจำปี 68 ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 69 ผ่าน 2 ช่องทาง ทั้งระบบ e-Wage และสำนักงานทั่วประเทศ

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า นายจ้างควรให้ความสำคัญกับการรายงานค่าจ้างประจำปีกองทุนเงินทดแทน ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่มีผลต่อการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้าง