
วันที่ 26 กันยายน 2567 เวลา 13.30 น. นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน ระหว่างสำนักงานประกันสังคมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับนายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ พร้อมกันนี้ คณะกรรมการประกันสังคม คณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน คณะผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม คณะผู้บริหารธนาคารอาคารสงเคราะห์ คณะผู้บริหารกระทรวงการคลัง แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมให้การต้อนรับ ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม ชั้น 3 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า รัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างหลักประกันความมั่นคงให้แก่ผู้ใช้แรงงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น
โครงการสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน พ.ศ. 2567 นี้ เป็นความร่วมมือของ กระทรวงแรงงาน และ กระทรวงการคลัง โดย สำนักงานประกันสังคม และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีเป้าหมายร่วมกัน คือ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” โดยจะช่วยให้ผู้ประกันตนทุกคน ทั้งมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 สำนักงานประกันสังคมจึงดำเนินการผลักดันให้เกิดมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยต่ำ ภายในวงเงินจำนวนไม่เกิน 10,000 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการประกันสังคมได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ให้ดำเนิน "โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน พ.ศ. 2567” สามารถขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 1.59 ต่อปี คงที่เป็นระยะเวลา 5 ปี และในปีที่ 6 – 8 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ MRR (Minimum Retail Rate) – 2 ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 9 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 0.5 ต่อปี โดยผู้ประกันตนจะได้รับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไม่เกินรายละ 2,000,000 บาท

ผมเชื่อมั่นว่า โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตนนี้ จะสามารถช่วยเหลือให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของตนเอง และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนได้อย่างแท้จริง "นายพิพัฒน์" กล่าวท้าย
ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมและธนาคารอาคารสงเคราะห์มีเป้าหมายร่วมกันที่จะช่วยเหลือให้ผู้ประกันตน สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ภายในวงเงินจำนวนไม่เกิน 10,000 ล้านบาท โดยโครงการนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 สามารถขอสินเชื่อได้ 3 วัตถุประสงค์ ได้แก่ 1.เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย 2.เพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย และ 3.เพื่อซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างที่อยู่อาศัย แต่ไม่สามารถขอสินเชื่อเพื่อ Refinance ได้ โดยกำหนดสัดส่วนวงเงินสินเชื่อสำหรับผู้ประกันตน จำแนกตามจังหวัดที่ผู้ประกันตนมีชื่ออยู่ในฐานทะเบียน

ผู้ประกันตนที่สนใจสามารถขอหนังสือรับรองสถานะความเป็นผู้ประกันตนได้จาก Application SSO Plus ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 และสามารถยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ตามวันที่ระบุในหนังสือรับรอง พร้อมกับเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อตามที่ธนาคารกำหนด สำหรับผู้ประกันตนที่ได้รับหนังสือรับรองเป็นคิวสำรอง สามารถตรวจสอบการเรียกคิวได้ตามช่องทางที่แจ้งในหนังสือรับรอง และยื่นขอสินเชื่อตามช่วงวันที่ประกาศแจ้ง ทั้งนี้ การพิจารณาวงเงินสินเชื่อ เป็นไปตามระเบียบของธนาคาร โดยโครงการนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 หรือจนครบวงเงินที่ได้รับอนุมัติโครงการ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ ทั้ง 12 แห่ง สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขาที่ท่านสะดวก หรือ โทรสายด่วน 1506 ติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sso.go.th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้ประกันตนเฮ! เพิ่มสิทธิ์ทำ ฟัน มีผลตั้งแต่1พ.ค.
ข่าวดีผู้ประกันตน ตั้งแต่ 1 พ.ค. ปรับสิทธิทันตกรรม เพิ่มวงเงินรักษาผ่าฟันคุด สูงสุด 2,500 บาท ฟันปลอมถอดได้ สูงสุด 6,000 บาท ฟันปลอมถอดไม่ได้ จ่ายค่าผ่าตัด 17,500 บาท
สรุปสิทธิทำฟันประกันสังคม หลังปรับปรุงครั้งใหญ่เริ่มแล้ววันนี้
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อผู้ประกันตน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต เดินหน้าลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
สินเชื่อบ้าน กคช. ทะลุ 2.5 พันล้านบาท หนุนประชาชนเกือบ 4,000 รายเข้าถึงที่อยู่อาศัย
การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดผลการดำเนินงาน “โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย” ตั้งแต่ปี 2563 – 2569 อนุมัติสินเชื่อรวมกว่า 2,511 ล้านบาท ช่วยพี่น้องประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้แล้ว 3,937 ราย สะท้อนบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำด้านที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรในการพัฒนา
เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน
'ดีอี'ยันข่าวจริงอนุมัติเพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 400 บาท
ดีอี ยันข่าวจริง "อนุมัติเพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 400 บาท เริ่ม 13 เม.ย.-12 พ.ค. 69" ขอเลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลทางการเท่านั้น

