DMT พร้อมสนับสนุนนโยบายกระทรวงคมนาคม ลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยการจำหน่ายคูปองผ่านทางในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. ถึง 21 ธ.ค.67

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เปิดเผยถึงกรณีแนวทางการลดผลกระทบจากการปรับใช้อัตราค่าผ่านทางทางหลวงสัมปทานตามที่กำหนดในสัญญาสัมปทานทางหลวง ในทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 ถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงดินแดง-ดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน ว่า บริษัทฯ ตระหนักถึงภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นของประชาชน เนื่องมาจากสถานการณ์วิกฤต การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน DMT มีความห่วงใยในความเดือดร้อนของประชาชน จึงพร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนโดยจำหน่ายคูปองผ่านทางในราคาพิเศษจากเดิมส่วนลด 5% เพิ่มส่วนลดขึ้นเป็น 10% ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 ถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2567 โดยคูปองผ่านทางดังกล่าวจะจำหน่ายเป็นเล่ม เล่มละ 20 ใบ ดังนี้

ประเภทรถ

อัตราค่าผ่านทาง (บาท)

ราคาปกติเล่มละ (บาท)

ราคาจำหน่าย (บาท)/เล่ม

สำหรับรถ 4 ล้อ

90

1,800

1,620

40

800

720

โดยเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม 2567 ที่อาคารศูนย์ปฏิบัติการ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:00–17:00 น. และศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ชั้น 2 ฝั่งโรบินสัน วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 11:00-20:00 น. และเพิ่มจุดจำหน่ายอีก 1 แห่ง ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B หน้า Top Supermarket วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07:00-15:00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.0-2792-6500 หรือ Tollway Call Center 1233

สำหรับทางหลวงสัมปทาน ดินแดง-ดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน มีระยะทางสัมปทาน 21 กม. เป็นทางยกระดับที่ให้บริการคมนาคมขนส่งยานพาหนะที่เดินทางเข้า-ออก ระหว่างกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลในบริเวณทิศเหนือ และเป็นเส้นทางหลักที่มุ่งสู่ภาคกลางตอนบน ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การก่อสร้างใช้เงินลงทุนสูง ได้รับสิทธิในการบริหารจัดการทางยกระดับตามข้อกำหนดในสัญญาสัมปทานฯ รวมถึงสิทธิในการจัดเก็บค่าผ่านทาง เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2537 อำนวยความสะดวกใน การเดินทางของประชาชนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ชาวกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลในบริเวณทิศเหนือ สามารถเดินทางไปยังจุดหมายด้วยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ทางหลวงสัมปทานฯ นี้ เป็นเส้นทางเลือกของประชาชนในการพิจารณาตัดสินใจที่จะเลือกใช้เส้นทางหลวงสัมปทานฯ หรือจะเลือกใช้เส้นทางอื่นได้อย่างอิสระ ซึ่งการปรับใช้อัตราค่าผ่านทางครั้งนี้เป็นการปรับทุก ๆ 5 ปี ที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าในสัญญาสัมปทานฯ แล้ว ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 22 ธันวาคม 2567 โดยปรับใช้อัตราค่าผ่านทางช่วงดินแดง-ดอนเมือง สำหรับรถประเภท 4 ล้อ และรถมากกว่า 4 ล้อ จากอัตรา 80/110 บาท เป็น 90/120 บาท และช่วงดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน จากอัตรา 35/45 บาท เป็น 40/50 บาท เป็นไปตามสัญญาสัมปทาน การจัดหาทุน ลงทุน การออกแบบก่อสร้าง และการบำรุงรักษา ช่วงดินแดง-ดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน กับกรมทางหลวง (ทล.) ทั้งนี้ DMT ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการทางหลวงสัมปทาน เพื่อส่งมอบบริการทางเลือกที่เห็นค่า เวลาของผู้ใช้บริการทางยกระดับอุตราภิมุขอย่างต่อเนื่อง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ