
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงสถานการณ์การแข่งขันกันในเรื่องสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนตํ่า เพื่อลดภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขั้นตอนการผลิต ซึ่งข้าวก็เป็นหนึ่งในสินค้าเป้าหมาย ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกว่า 4.9 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ นาปี - นาปรัง รวมกว่า 70 ล้านไร่ คิดเป็นพื้นที่เกือบกึ่งหนึ่งของพื้นที่ภาคการเกษตรของประเทศไทย จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้การผลิตข้าวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เมื่อปี 62 ภาคการเกษตรมีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับ 2 รองจากภาคพลังงาน โดยการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรเกิดจากการผลิตข้าวกว่าร้อยละ 40
ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนที่เกิดขึ้น กรมการข้าวจึงได้ปรับวิธีการปลูกข้าว มาเป็นการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งเป็นเทคนิคการจัดการน้ำในแปลงนาให้มีทั้งสภาพเปียก และสภาพแห้งที่เหมาะสม กับความต้องการน้ำของข้าวในแต่ระยะการเจริญเติบโต โดยปล่อยให้น้ำแห้งตามธรรมชาติ เพื่อให้ดินมีการระบายน้ำและอากาศที่ดี กระตุ้นให้รากและลำต้นข้าวมีความแข็งแรง โดยช่วงที่เหมาะสม โดยเทคนิคการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งดังกล่าวสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนในนาข้าวได้ ซึ่งขณะนี้กรมการข้าวได้เริ่มทดลองกับเกษตรกรที่เป็นสมาชิกศูนย์ข้าวชมชนในพื้นที่ 22 จังหวัด และมีเกษตรกรเข้าร่วมประมาณ 3,300 คนแล้ว
”การปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งถือว่าเป็นวิธีที่สะดวก ประหยัด และมีประสิทธิภาพ เพราะนอกจากเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำแล้ว ยังสามารลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งถือได้ว่าเป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตข้าวได้กว่าร้อยละ 30 ปี ถือว่าเป็นการพลิกโฉมการผลิตข้าวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และลดสาเหตุการเกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นแนวทางส่งเสริมให้เกิดตลาดพรีเมี่ยม เปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และที่สำคัญ คือ เป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร“ศ.ดร.นฤมล กล่าว
ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า อีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญก็คือ การย่อยสลายฟางข้าว ที่เป็นเศษวัสดุเหลือใช้ที่เกิดขึ้นจากการเกษตรจำนวนมาก ที่ผ่านมาวิธีที่เกษตรกรจะใช้กันก็คือ การเผา ซึ่งทำให้เกิดผลเสียต่อระบบนิเวศ ทำลายสภาพแวดล้อม และเป็นการเพิ่มมลภาวะทางอากาศอย่างมาก กระทรวงเกษตรจึงมีการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายฟางและตอชังข้าวแทนการเผา นอกจากเป็นการพัฒนาระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนแล้ว ยังได้เพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของข้าวให้แก่ดิน
รวมถึงปรับปรุงโครงสร้าง และความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วย
“ปัจจุบันเราสามารถผลิตข้าวคาร์บอนต่ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 10 ล้านไร่ โดยการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง และการใช้ปุ๋นไนโตรเจนอย่างเหมาะสม รววมถึงลดการเผาตอซังข้าว ด้วยการการใช้จุลินทรีย์ เพื่อเร่งการย่อยสลายฟางและตอชังข้าวหลังการเก็บเกี่ยว เป็นทางเลือกให้เกษตรกรกรลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร โดยกรมการข้าวมีการพัฒนางานวิจัย เพื่อพัฒนาเชื้อจุลินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายตอซังข้าว และลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนในระหว่างการย่อยสลายตอซังอีกด้วย“ศ.ดร.นฤมล กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท
รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง
“รมช.ปิยะรัฐชย์” เร่งเครื่องนโยบาย DRIVEs ยกระดับความเข้มแข็งสหกรณ์ทั่วประเทศ นำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้สมาชิกสหกรณ์
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา
'รมช.ปิยรัฐชย์' เดินหน้าแก้หนี้สหกรณ์ทั้งระบบ ชู Quick Win มั่นใจคลอดผลงานใน6เดือน
“รมช.ปิยรัฐชย์”เร่งหารือหน่วงงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้ในระบบสหกรณ์แบบ Quick Win มั่นใจ เห็นผลเป็นรูปธรรมใน 6 เดือน
กปร. ผนึกกระทรวงเกษตรฯ ยกระดับศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี สู่ศูนย์เรียนรู้เกษตรคุณภาพ พัฒนาพันธุ์ไม้ผลไทยอย่างยั่งยืน
สำนักงาน กปร. ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าสืบสาน รักษา และต่อยอด “ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี” มุ่งพัฒนาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์คุณภาพ ทั้งด้านความต้านทานโรค คุณภาพผลผลิต และ ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมถึงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมขยายองค์ความรู้สู่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีประชาชนและเกษตรกรเข้าศึกษาดูงานมากกว่า 2,000 คนต่อปี
รมช.ปิยะรัฐชย์ ชู 'สหกรณ์นักเรียน' หัวใจสำคัญถ่ายทอดอุดมการณ์สหกรณ์สู่เยาวชนไทย ครบรอบ 35 ปี มีโรงเรียนสอนวิชาสหกรณ์และดำเนินกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน 35,596 แห่ง
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน“7 มิถุนายน วันสหกรณ์นักเรียน ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “35 ปี สหกรณ์นักเรียน เรียนรู้ร่วมกัน สร้างสรรค์อนาคต” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
สั่ง 'สารวัตรเกษตร Cyber' เดินหน้าปราบสินค้าเกษตรผิดกฎหมายออนไลน์
รัฐบาลสั่ง 'สารวัตรเกษตร Cyber' เดินหน้าปราบสินค้าเกษตรผิดกฎหมายออนไลน์ ยกระดับมาตรฐานเกษตรไทย-คุ้มครองความปลอดภัยผู้บริโภคทั้งระบบ

