
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุลอบวางระเบิดบนถนนเส้นศรีสาคร-จะแนะ บ้านไอร์กือเนาะ ตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชายอายุ 56 ปี ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตืองอช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ 13 และลูกชาย อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นครูโรงเรียนเดียวกัน โดยทั้งสองคนมีภูมิลำเนาจังหวัดพัทลุง ว่า ตนขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นการสูญเสียบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณค่าของประเทศ ทั้งนี้ ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวง พม. ได้รายงานว่าเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 68 ทีม ศรส. จังหวัดพัทลุง นำโดยพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตเพื่อพูดคุยเยียวยาให้กำลังใจ และสอบถามข้อเท็จจริงเพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจของกระทรวง พม. ซึ่ง พบว่า สมาชิกในครอบครัวผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย ชายผู้เสียชีวิตผู้เป็นบิดา ภรรยา และชายผู้เสียชีวิตผู้เป็นบุตรชาย ซึ่งมีภรรยาประกอบอาชีพขายเสื้อผ้าออนไลน์ และบุตร 3 คน อายุ 9 เดือน 6 ปี และ 8 ปี ตามลำดับ

นายวราวุธ กล่าวว่า ในเบื้องต้น กระทรวง พม. โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุง ได้ประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนราธิวาส เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดส่งเอกสารประกอบการพิจารณาช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตตามภารกิจของกระทรวง พม. เป็นเงินยังชีพรายเดือนให้กับบุตรของผู้เสียชีวิต จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี อีกทั้งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุง และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพัทลุง ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นและของเล่นสำหรับเด็ก พร้อมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะมีการวางแผนติดตามเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อประเมินครอบครัวเป็นระยะ พร้อมทั้งติดตามพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กเป็นรายบุคคล รวมทั้งใช้กลไกอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในการเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุงได้ประสานเทศบาลตำบลคลองทรายขาวในการตรวจสอบคุณสมบัติการรับเงินตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดสำหรับเด็กวัย 9 เดือน จากการยื่นเอกสารก่อนหน้านี้ที่รายได้ของบิดาทำให้รายได้รวมของครัวเรือนเกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งเมื่อบิดาผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวเสียชีวิต ทำให้รายได้ครัวเรือนลดลง ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในเกณฑ์รายได้ตามคุณสมบัติ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบคุณสมบัติพร้อมอำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียน เพื่อเป็นการเพิ่มสวัสดิการในการดูแลเด็กของครอบครัว อีกทั้วประสานโรงพยาบาลพัทลุงในการประเมินสุขภาพจิตเพื่อเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตภายหลังการสูญเสีย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ยศชนัน ควง นิกร” คิกออฟโครงการต้นแบบ “หนุนพลังงานทางเลือก” พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตบ้านมั่นคง
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
พัทลุงจัดใหญ่ '397 ปี ชัยบุรี' ปลุกเสน่ห์เมืองเก่า ชมแสง สี เสียงสุดอลังการ 8-10 ส.ค.นี้
จังหวัดพัทลุง ร่วมกับ ททท. แถลงความพร้อมจัดงาน “397 ปี ชัยบุรี ปาฏิหาริย์แห่งรักพัทลุง By Amazing Thailand” ระหว่างวันที่ 8–10 สิงหาคม 2569 ณ วัดเขาเมืองเก่าชัยบุรี ชูประวัติศาสตร์ ศรัทธา วัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่น และการแสด
'ผบ.ตร.' สั่งปูนบำเหน็จ 2 ตำรวจตากใบ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ติดยศ 'พล.ต.ต.'
สตช.แสดงความเสียใจต่อครอบครัวตำรวจ สภ.ตากใบ 2 นาย ที่เสียชีวิตจากการตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ ‘ผบ.ตร.’สั่งดูแลสวัสดิการเต็มที่ และดูแลรักษาอย่างดีที่สุด 4 ตำรวจที่บาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว
เลื่อนเจรจากลุ่มผู้เห็นต่างจากกันยาไม่มีกำหนด จนกว่าจะได้รับคำตอบปมก่อเหตุที่นราธิวาส
นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบห
‘สุรเดช’ ซัด ‘รมว.กลาโหม’ พูดบั่นทอนทหาร ลั่นเหตุยิงทหารพรานต้องไล่ล่าถึงที่สุด
'สุรเดช' ประณามผู้ก่อเหตุยิงทหารพราน จวก 'รมว.กลาโหม' พูดบั่นทอนกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา ลั่น อุกอาจแบบนี้ต้องไล่ล่า ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่อย่างนั้นย่ามใจ ติง พูดคุยสันติสุข ถูกฝาถู
อดีตบิ๊กข่าวกรอง ตบปากนักสันติวิธี ลั่นใช้กฎอัยการศึก ‘มาถูกทาง’
อดีตบิ๊กข่าวกรอง หนุนประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วนราธิวาส ชี้ไม่ใช่เรื่องคิดต่าง แต่เป็นการก่อการร้าย ย้ำกฎอัยการศึกเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย และ “มันไม่ใช่กฎแห่งป่า”

