
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ( ปลัด พม.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกรมการกงสุล เข้าร่วมการประชุมทวิภาคีไทย-เมียนมา ครั้งที่ 31 ด้านการบริหารจัดการรายกรณี การส่งกลับและคืนสู่สังคมผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยมี Dr. San San Aye อธิบดีกรมสวัสดิการสังคม และ Dr. Min Thien อธิบดีกรมฟื้นฟูเยียวยา กระทรวงสวัสดิการสังคม การบรรเทาทุกข์ และการตั้งถิ่นฐานใหม่ เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายเมียนมา ณ โรงแรม Park Royal เมืองย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
นายอนุกูล กล่าวว่า ราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นประเทศคู่ภาคีที่มีความตกลงร่วมกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งการประชุมความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 31 จัดโดยกระทรวงสวัสดิการสังคมการบรรเทาทุกข์ และการโยกย้ายถิ่นฐานใหม่ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อหารือถึงความร่วมมือและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานต่างๆ ในการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ส่งมอบเงินค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยในคดีค้ามนุษย์ ให้กับหัวหน้าคณะผู้แทนเมียนมา เพื่อนำไปมอบให้กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ ยังได้หารือในประเด็นความร่วมมือเกี่ยวกับระบบการคุ้มครองเด็กและสตรี กลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะบริเวณชายแดนระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นบทบาทภารกิจสำคัญของทั้ง 2 กระทรวง ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือกันต่อไป

นายอนุกูล กล่าวว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถดำเนินการเพียงลำพังได้ ที่ผ่านมาการทำงานของราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นเสมือนต้นแบบการทำงานของประเทศอื่นๆ ในแถบภูมิภาคนี้ ถือว่าเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือร่วมกัน และจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหาการค้ามนุษย์ยังคงเกิดขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการใช้เทคโนโลยี นำไปสู่การใช้วิธีการทางออนไลน์ เป็นอาชญากรรมข้ามชาติทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดความซับซ้อนและเกิดความเสียหายในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อประชากรในประเทศต่าง ๆ จึงถือเป็นความท้าทายในการทำงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ความร่วมมือของทั้งสองประเทศจะยังคงดำเนินต่อไป เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางมาตรการใหม่ๆ ในการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ให้สามารถกลับคืนสู่สังคม และภูมิลำเนาบ้านเกิดของผู้เสียหายได้อย่างปลอดภัย
นายอนุกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนในฐานะคณะผู้แทนฝ่ายไทย กระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ขอย้ำและสร้างความมั่นใจต่อผู้แทนของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา อีกครั้งว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง รัฐบาลไทยได้บูรณาการทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา และพยายามทุกวิถีทางที่จะสกัดกั้นการเกิดขบวนการค้ามนุษย์ และผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่อยู่ในความดูแลของรัฐบาลไทย ไม่ว่าจะสัญชาติใดจะได้รับการดูแลตามหลักกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงหลักการสากล เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เสียหายเป็นสำคัญ
"การประชุมความร่วมมือครั้งนี้ จะทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของความร่วมมือกันหลายประการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตั้งแต่ในอดีต และปัจจุบัน รวมถึงผู้เสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และได้ข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาการทำงานด้านการบริหารจัดการรายกรณี การส่งกลับและคืนสู่สังคม ที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ อันเกิดขึ้นต่อตัวผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในอนาคต" นายอนุกูล กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปลัด พม. เผยความคืบหน้า พร้อมเตรียม Kick Off การประเมินความพิการฉบับใหม่ พร้อมกันทั่วประเทศ มี.ค. นี้
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)
พม. ขอให้ ปชช. มั่นใจ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์กว่า 3,800 แห่ง ยังบริหารงานเข้มแข็ง ย้ำ ถูกยกเลิกแค่ 10 แห่ง
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยถึงกรณีการแชร์ในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในขณะนี้ ว่า ปัจจุบันทั่วประเทศมีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่จดทะเบียนถูกต้องและดำเนินกิจการได้ตามปกติจำนวน 3,839 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมีความเข้มแข็ง มีสมาชิกและคณะกรรมการบริหารสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ดำเนินงานอยู่
พม. แจง การเลิกสมาคมฌาปนกิจฯ ต้องผ่านการพิจารณาและการสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)
'ภูเก็ต' กวาดบาร์รัสเซียพ่วงจ้างต่างด้าวเมียนมา
บุกจับ บาร์รัสเซีย ลักลอบเปิดสถานบริการ ลักลอบจำหน่าย บารากู่ จ้างชาวเมียนมา ทำงานยึดของกลางจำนวนมาก

