“ศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ในรูปแบบฟาร์มกลาง“ ต้นแบบการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสของสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด

ในช่วงที่เศรษฐกิจปัจจุบันอยู่ในสภาพไม่แน่นอน การดำเนินธุรกิจขนาดเล็กย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเผชิญปัญหาเรื่องราคาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันกับทุนรายใหญ่ที่มีความได้เปรียบจากต้นทุนทางการเงินที่มากกว่า โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมที่นับเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญที่มีความสัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตของคนในประเทศ

สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด สหกรณ์การเกษตรที่มีเกษตรกรสมาชิกประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ไข่เป็นหลัก เป็นหนึ่งในสหกรณ์ที่ประสบปัญหาเกษตรกรรายเล็กในพื้นที่ค่อยๆเลิกเลี้ยงไก่ไข่ เนื่องจากแบกรับต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้นไม่ไหว รวมถึงการแข่งขันในตลาดที่ต้องต่อสู้กับนายทุนขนาดใหญ่ ทำให้ช่วงที่ผ่านมาจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่จึงเพิ่มสูงขึ้น โดยมีจำนวนไก่ที่เกษตรกรเลิกเลี้ยงมากถึง 150,000 ตัว

จากปัญหาดังกล่าว สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด เล็งเห็นถึงความสำคัญของสมาชิกผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่มีเหตุจำเป็นให้ไม่สามารถเลี้ยงต่อในฟาร์มได้ด้วยปัจจัยข้างต้น แต่ยังรักในอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ สหกรณ์จึงระดมทุนจากสมาชิกเพื่อสร้าง “ศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ในรูปแบบฟาร์มกลาง” โดยจัดสรรเงินจากธุรกิจแปรรูปอากหารสัตว์ของสหกรณ์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีผลกำไรสูงสุด มาช่วยสมาชิกในการลดต้นทุนการบริหารจัดการไข่ไก่ภายในศูนย์การเรียนรู้ฯ ให้เป็นฟาร์มกลางอัจฉริยะ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนอุปกรณ์การตลาดเพื่อยกระดับกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น เครื่องคัดไข่ไก่ ห้องเย็น และเครื่องล้างถาดอัตโนมัติ ทำให้สหกรณ์ลดขั้นตอนการให้อาหารไก่ การเก็บไข่ การคัดไข่และลำเลียงไข่ ช่วยประหยัดต้นทุนแรงงานคนได้ นอกจากนี้ ศูนย์เรียนรู้ฯ ยังติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ และสร้างบ่อไบโอแก๊ส (Bio Gas) จากมูลไก่ เพื่อผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้ในโรงเรือน ช่วยลดต้นทุนพลังงานในการผลิตไข่ไก่ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้สหกรณ์สามารถผลิตไข่ไก่ได้ตามความต้องการของตลาด รักษาสมดุลตลาดที่สหกรณ์มีอยู่แล้ว และช่วยลดปัญหาการถูกกดราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกวัตถุประสงค์หลักของการสร้างศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ในรูปแบบฟาร์มกลาง คือเพื่อเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ทายาทเกษตรกร (Young Smart Farmer) นักศึกษา และประชาชนที่มีความสนใจในอาชีพเลี้ยงไก่ไข่เข้ามาศึกษาดูงานเรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเลี้ยง การบริหารจัดการภายในฟาร์ม การเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อสร้างอาชีพและสานต่ออาชีพเลี้ยงไก่ไข่ให้คงอยู่ต่อไปได้ในอนาคต

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ในรูปแบบฟาร์มกลาง ว่า “สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด เป็นตัวอย่างสหกรณ์ที่ดีของสหกรณ์ในการ“พลิกวิกฤตเป็นโอกาส” หลังจากประสบปัญหาสมาชิกรายเล็กเลิกเลี้ยงเป็นจำนวนมาก สหกรณ์จึงรวมเอาโควตาของสมาชิกรายเล็กมาเลี้ยงในคอกรวมของสหกรณ์ โดยให้เกษตรกรที่มีการเลี้ยงอยู่เดิมเป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งได้ประโยชน์จากสวัสดิการต่าง ๆ จากการเป็นสมาชิกสหกรณ์ โดยที่สหกรณ์รับการสนับสนุนอุปกรณ์การตลาดจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้งเงินจากการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ในการลงทุนทำการตลาด เพื่อที่จะรักษาโควตาและพันธุ์สัตว์ให้อยู่ในมือเกษตรกร ตัวเกษตรกรได้รับประโยชน์จากการรวมกลุ่มเป็นฟาร์มใหญ่ นับว่าเป็นการถ่วงดุลในเรื่องการเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรรายเล็กให้มีความสามารถในการแข่งขันกับรายใหญ่ได้ในอนาคตต่อไป”

ปัจจุบันศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ในรูปแบบฟาร์มกลาง มีโรงเรือนสำหรับเลี้ยงไก่ไข่ จำนวน 2 หลัง และเลี้ยงไก่รุ่น จำนวน 1 หลัง รองรับไก่ได้มากกว่า 65,000 ตัว โดยในอนาคตสหกรณ์มีแผนจะก่อสร้างโรงเก็บไข่ เพื่อติดตั้งเครื่องคัดไข่แบบอัตโนมัติ ขนาด 30,000 ฟอง/ชั่วโมง และติดตั้งระบบลำเลียงไข่จากโรงเรือนเลี้ยงไก่ทั้ง 3 หลัง ลงเครื่องคัดไข่ เพื่อความรวดเร็วและประหยัดทรัพยากรแรงงาน รวมทั้งมีความตั้งใจจะเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่สำหรับสมาชิกและศูนย์เรียนรู้ฯ เนื่องจากสหกรณ์มองว่าพันธุ์สัตว์ที่ดีคือการนับหนึ่ง หากมีพ่อแม่พันธุ์เป็นของตัวเองจะทำให้สหกรณ์มีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้นในการวางแผนการตลาด ไม่ต้องพึ่งการใชพันธุ์สัตว์จากบริษัทเอกชนเพียงอย่างเดียว เป็นผลดีต่อความยั่งยืนของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในอนาคต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สมาชิกสหกรณ์และทายาทมีเฮ! กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดรับฝึกงานเกษตรที่ญี่ปุ่น

กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดรับสมัครสมาชิกสหกรณ์และทายาทเข้าร่วมโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทย ในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2570 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หวังนำประสบการณ์มาปรับใช้ในภาคการเกษตรไทย

'รมว.สุชาติ' ชู 'น้ำคือความมั่นคง' ลุยจันทบุรี เติมน้ำกว่า 2,500 ไร่ แหล่งผลิตทุเรียนส่งออกของไทย พร้อมเติมน้ำให้ช้างป่า

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เร่งเพิ่มน้ำต้นทุนให้ภาคการเกษตร รองรับทั้งฤดูแล้งและฤดูน้ำหลาก

รมช.ปิยะรัฐชย์ สั่งการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งหามาตรการช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลัง อ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ เตรียมงบ กพส. 350 ล.กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำกรณีพิเศษเสริมสภาพคล่อง

"รมช.ปิยะรัฐชย์" สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลังอ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ “อธิบดีนิรันดร์” เดินเครื่อง 4 มาตรการด่วน บรรเทาความเดือดร้อนสมาชิกสหกรณ์โคนม พร้อมเผยปีนี้เตรียมเงินกพส.ดอกเบี้ยต่ำไว้ 350 ล้านบาทให้สหกรณ์กู้ยืมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเสริมสภาพคล่องดำเนินธุรกิจสหกรณ์โคนม

ส่อง 5 แบรนด์ดังสหกรณ์โคนมไทย ผลิตภัณฑ์เพิ่มคุณค่า ลดภาระน้ำนมดิบ

วิกฤติน้ำนมดิบล้นตลาดส่วนเกินนอกสัญญาเอ็มโอยู(MOU) ในขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 181 - 211 ตันต่อวัน กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเกษตรกรและสหกรณ์โคนมไทย

รัฐบาลปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่นับสินเชื่อเกษตรในเพดานหนี้ 1 แสนบาท

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าดูแลผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569