เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เยี่ยมให้กำลังใจผู้สูงอายุและครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ ด้วยการพูดคุย ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) จำนวน 5 ครอบครัวในพื้นที่จังหวัดลพบุรี กาฬสินธุ์ เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพมหานคร ในกิจกรรม "ปันสุขผู้สูงวัย ไกลแค่ไหนก็ใกล้กัน" โครงการสนับสนุนครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม. พร้อมคณะผู้บริหาร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
นายวราวุธ กล่าวว่า กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวง พม. ได้ผลักดันตามระเบียบกรมกิจการผู้สูงอายุ ว่าด้วยการคุ้มครองผู้สูงอายุแบบครอบครัวอุปถัมภ์ พ.ศ. 2566ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน และไม่มีผู้ดูแล หรือมีผู้ดูแล แต่ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในถิ่นที่อยู่เดิมอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีผู้ดูแลในรูปแบบครอบครัวอุปถัมภ์ โดยกรมบัญชีกลางได้กำหนดอัตราวงเงินในการช่วยเหลือคุ้มครองผู้ดูแลผู้สูงอายุแก่ครอบครัวอุปถัมภ์ ครอบครัวละ 2,000 - 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน ทำการติดตามครอบครัวอุปถัมภ์ โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดในแต่ละพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นกลไกตรวจสอบว่าแต่ละครอบครัวได้ใช้เงินตามวัตถุประสงค์และผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหรือไม่
นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับ 5 ครอบครัวที่ได้เยี่ยมให้กำลังใจในครั้งนี้ ได้แก่ 1. คุณยายพิการ อายุ 86 ปี อาศัยในห้องเช่าขนาดเล็ก เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหม้าย ไม่มีบุตร มีปัญหาสุขภาพ อยู่บ้านหลังเดียวกับครอบครัวอุปถัมภ์ 2. คุณยายพิการ อายุ 90 ปี อาศัยในที่ดินของเพื่อนบ้านในจังหวัดลพบุรี เป็นหม้าย มีปัญหาสุขภาพ อยู่บ้านหลังเดียวกับครอบครัวอุปถัมภ์ 3. คุณยาย อายุ 74 ปี อาศัยในที่ดินของคนอื่นในจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นหม้าย และมีปัญหาสุขภาพ โดยมีครอบครัวอุปถัมภ์คอยดูแล 4. คุณตา อายุ 87 ปี อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหม้าย และมีปัญหาสุขภาพ บุตรเสียชีวิตทั้งหมด อยู่บ้านหลังเดียวกับครอบครัวอุปถัมภ์ และ 5. คุณยายพิการ อายุ 72 ปี อาศัยในบ้านพักคนงานในสวนยางพาราของคนอื่นในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นหม้าย และมีปัญหาสุขภาพ โดยมีเพื่อนบ้านรับเป็นครอบครัวอุปถัมภ์ นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยให้กำลังใจคุณยาย อายุ 68 ปี อาศัยเพียงลำพังในเพิงสังกะสีของคนรู้จักในเขตหนองจอก กรุงเทพฯ เป็นหม้าย ไร้ญาติพี่น้อง โดยมีเครือข่ายชุมชนคอยดูแล ภายใต้โครงการการให้บริการสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก
นายวราวุธ กล่าวว่า การพูดคุยวันนี้ผ่านระบบปฏิบัติการออนไลน์ (Online Operation System - OOS) หรือวิดีโอคอล ด้วยการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปหาผู้สูงอายุถึงในพื้นที่ ทำให้กระทรวง พม. ในส่วนกลาง และกรมต่างๆ ได้เห็นสถานการณ์จริงในหน้างานว่าเป็นอย่างไร เพื่อจะได้แก้ไขปัญหา พบปะพูดคุยกับผู้สูงอายุในหลายจังหวัด ให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวง พม. เข้าไปหาผู้สูงอายุและครอบครัวอุปถัมภ์ เป็นโครงการที่กระทรวง พม. จัดหาครอบครัวคอยดูแลผู้สูงอายุที่ไม่มีคนดูแล ซึ่งในสังคมไทยนั้นถือว่ายังโชคดีที่ยังมีความห่วงหาเอื้ออาทรกัน การดูแลกันในครอบครัว เป็นญาติพี่น้องดูแลกัน คนที่ดูแลผู้สูงอายุควรที่จะมีตัวช่วย ดังนั้น โครงการสนับสนุนครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ ที่กระทรวง พม. ดำเนินการอยู่นี้ เป็นการมอบเงินช่วยเหลือให้กับผู้ที่อุปถัมภ์ หรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ ครอบครัวละ 2,000 - 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งในปีนี้ กระทรวง พม. ได้เงินงบประมาณสำหรับ 1,107 ครอบครัว แต่ความต้องการยังมีอีกหลายพันครอบครัว การที่เราใช้ระบบปฏิบัติการออนไลน์ (OOS) แบบนี้ทำให้เราได้เห็นหน้างานจริง ว่าบ้านนี้หรือครอบครัวนี้ต้องการอะไรเป็นพิเศษ อย่างเช่นเมื่อสักครู่ที่ได้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของที่พักอาศัย กระทรวง พม. จะใช้เงินงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เพื่อเข้าไปสนับสนุนในการซ่อมแซมที่พักอาศัย
"วันนี้เป็นการติดตามในส่วนของโครงการสนับสนุนครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ และโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้มอบให้กับผู้สูงอายุ และพี่น้องคนพิการทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเงินที่ได้ไปสามารถบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายประจำวันของพี่น้องประชาชนได้อย่างมาก ซึ่งกระทรวง พม. ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่มีโครงการดีๆ เช่นนี้ เพื่อดูแลพี่น้องกลุ่มเปราะบาง แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังตกหล่นไม่ได้รับเงิน บางคนมีข้อจำกัด ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือข้อจำกัดอื่นๆ จึงขอให้เจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ช่วยในเรื่องการลงทะเบียนให้ในครั้งต่อไป" นายวราวุธ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วราวุธ' เผยลุยตรวจ 80 โรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม สั่งหยุดชั่วคราว 1 แห่ง ปรับปรุง 63 แห่ง
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับรายงานจาก นายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายพรยศ
'ปลัดอุตสาหกรรม' รับลูกวราวุธ ตั้งชุดเฉพาะกิจลุยตรวจ 3,049 โรงงานทั่วประเทศ
‘ภาสกร’ เดินหน้าตามนโยบาย ‘วราวุธ’ ตั้งชุดเฉพาะกิจตรวจเข้มโรงงานประเภท 105–106 เน้นบังคั
‘วราวุธ’ ลุยตรวจ 3,049 โรงงาน สกัดกากพิษทั่วประเทศ ลั่นพบผิดไม่มีละเว้น
“วราวุธ” เปิดปฏิบัติการตรวจเข้มโรงงาน 105–106 ทั่วประเทศ ประกาศอุตสาหกรรมต้องเติบโตโดยไม่ผลักความเสี่ยงให้ประชาชน สั่งตรวจเชิงรุก 3,049 โรงงาน
'อรรถวิชช์' จี้รัฐสกัดซ้ำรอยขยะพิษปราจีนฯ หนุนร่าง พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม
“อรรถวิชช์” จี้รัฐสกัดซ้ำรอยขยะพิษปราจีนฯ หนุน พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรมฉบับ รทสช. ด้าน “วราวุธ” ยันไร้นโยบายแบนนำเข้าเศษเหล็ก พร้อมชงแก้ยอมรับขยะปนเปื้อนเป็นเปอร์เซ็นต์
‘วราวุธ’ ลุยกากพิษ ดันกฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์ถึงนอมินี
กระทรวงอุตสาหกรรมจับมือ ปปง. ผลักดันความผิดสิ่งแวดล้อมเป็นคดีมูลฐานฟอกเงิน หวังสาวถึงนายทุนตัวจริง ยึดทรัพย์ผู้บงการ คาดกฎหมายมีผลกลางปี 2570 พร้อมระดม 50 ชุดตรวจโรงงานเสี่ยงทั่วประเทศ
'นิกร' อัด 3 มาตรการเยียวยาน้ำท่วม กคช. ช่วยผู้เช่า-ผู้เช่าซื้อ-ผู้ประกอบการ ลดภาระค่าเช่า พักหนี้ และยกเว้นค่าปรับ
นายนิกร โสมกลาง เปิดเผยว่า กระทรวง พม. มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และครอบครัวที่มีข้อจำกัดในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย นอกจากต้องเผชิญความเสียหายจากน้ำท่วมแล้ว ยังมีภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตและซ่อมแซมบ้านเรือน จึงสั่งการการเคหะแห่งชาติให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเหมาะสม และทั่วถึง ทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า การลดภาระทางการเงิน และการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาตั้งหลักและดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงโดยเร็ว

