“เบทาโกร” โชว์ผลงานปี 2567 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจปี 2568 ทุ่มงบลงทุน 4,800 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้เติบโต 3-7%

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย
ประกาศผลการดำเนินงานปี 2567 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยรายได้รวม 114,942.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อน และสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 2,466.2 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าสู่ปี 2568 วางงบลงทุน 4,800 บาท ขับเคลื่อนธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 3-7%  

 นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” เปิดเผยว่า ภาพรวมของธุรกิจเบทาโกรในปี 2567 เป็นปีที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวรับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจและสภาวะตลาดที่ผันผวน ผ่านการดำเนินกลยุทธ์ที่รอบคอบและการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทในปี 2567 (ม.ค.-ธ.ค.) อยู่ที่ 114,942.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน  ที่สามารถขยายตลาดได้อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองต่อความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้นทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และการบริหารพอร์ตการขายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งราคาไก่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการส่งออกที่ยังเติบโตดีต่อเนื่อง และราคาสุกรฟื้นตัวขึ้นจากสถานการณ์การลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนและเนื้อสุกรที่คลี่คลายลง ส่งผลให้รายได้และปริมาณจากการขายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รายได้จากกลุ่มธุรกิจเกษตรยังเติบโตจากการขยายกำลังการผลิตของบริษัทฯ ที่โรงงานผลิตอาหารสัตว์แห่งใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งแล้วเสร็จและเริ่มเดินหน้าการผลิตในไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 โดยโรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตกว่า 400,000 ตันต่อปี เพิ่มขึ้น 10% ส่งผลให้สามารถรองรับความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น

ขณะที่กำไรสุทธิในปี 2567 อยู่ที่ระดับ 2,466.2 ล้านบาท ฟื้นตัวจากขาดทุนสุทธิที่ระดับ 1,398.2 ล้านบาท ในปี 2566 เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ในปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 15,401.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น42.1% จาก 10,837.6 ล้านบาทในปี 2566 และอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2567 อยู่ที่ 13.5% เพิ่มขึ้นจาก 10.0% ในปี 2566 โดยหลักเป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ อีกทั้งบริษัทฯ ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารต่อรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการลดลงจาก 10.7%  ในปี 2566 เหลือ 10.5% ในปี 2567 นอกจากนี้ TRIS Rating ยังคงอันดับเครดิตของเบทาโกรที่ระดับ “A” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ศักยภาพการดำเนินธุรกิจ และโอกาสเติบโตของบริษัทฯ รวมทั้งโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง

สำหรับปี 2568  เบทาโกรมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่ “บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทยที่มุ่งมั่นเพิ่มคุณค่าชีวิตทุกคน ด้วยอาหารที่ดีกว่า” วางแผนงบลงทุนประมาณ 4,800 ล้านบาท เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยดำเนินงานผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

1) การขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ (International expansion) มุ่งขยายธุรกิจไปยังประเทศที่มีศักยภาพสูง ผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) และการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเร่งการขยายตลาด 

2) การปรับพอร์ตสินค้าเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร (Product and Channel Mix Optimization) มุ่งเน้นบริหารจัดการผลิตภัณฑ์และช่องทางการจัดจำหน่าย ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้และส่วนแบ่งการตลาด

3) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Cost Transformation) มุ่งปรับปรุงกระบวนการผลิตและลดต้นทุนผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการออกแบบกระบวนการใหม่ เพื่อเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพและผลิตภาพ รวมถึงเพิ่มความสามารถในการทำกำไรที่ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดการณ์ว่าราคาหมูและไก่จะฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2567 ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ยังมีแนวโน้มลดลง อีกทั้งภาคการส่งออกคาดว่าจะเติบโตได้ดีจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในตลาดยุโรป โดยเชื่อมั่นว่ารายได้ของเบทาโกรจะสามารถเติบโตได้ 3-7% ตามเป้าหมาย

เบทาโกรยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษัทฯ มุ่งยกระดับมาตรฐาน ESG (Environmental, Social, and Governance) ให้สอดคล้องกับ FTSE Russell ESG Scores ซึ่งสืบเนื่องจากความสำเร็จในปี 2567 ที่ได้รับการประเมิน SET ESG Ratings จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระดับสูงสุด “AAA” เป็นปีแรก และเป็น 1 ใน 56 บริษัทที่ได้รับการจัดเรตติ้งระดับสูงสุด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเบทาโกรในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“ด้วยศักยภาพทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง กลยุทธ์การดำเนินงานที่ชัดเจน และความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน เบทาโกรพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน และขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตอย่างยั่งยืน” นายวสิษฐ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบทาโกร จับมือศิริราชวิทยวิจัย ร่วมเปิดตัว ‘INSPIRED care’ รุกตลาดอาหารเพื่อสุขภาพเฉพาะทาง ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่ม NCDs

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย ร่วมกับ ศิริราชวิทยวิจัย เปิดตัว ‘INSPIRED care (อินสปาย แคร์)’

เบทาโกรย้ำมาตรฐานองค์กรโปร่งใส และมีธรรมาภิบาล คว้าผลประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับ 'ดีเลิศ' 5 ดาว 2 ปีซ้อน

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการ (CGR) ประจำปี 2568 ระดับ 5 ดาว หรือ "ดีเลิศ“ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ภายใต้การสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เบทาโกร ขับเคลื่อนความยั่งยืนทางอาหาร ผ่านงาน ‘BETAGRO SD DAY 2025’ ภายใต้แนวคิด “Smart Sustainability for Sustainable Growth”

3 พฤศจิกายน 2568 – บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย จัดงาน “Betagro SD Day 2025” ภายใต้แนวคิด “Smart Sustainability for Sustainable

เบทาโกร รุกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง คว้า ‘จ่าฝูงแมว ต้าห์อู๋’ เสริมทัพ CAT n joy ชูจุดขาย ‘ให้ทุกมื้อ คือ การปกป้อง’ กับสูตรอาหารที่ทำให้แมว ‘เอนจอย’ ได้ทุกวัน

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย เปิดตัวแคมเปญยิ่งใหญ่ ‘จ่าฝูงแมวมั่นใจ แค็ท เอ็นจอย’ คว้า ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว ศิลปินหนุ่มชื่อดัง ผู้ได้รับฉายา ‘จ่าฝูงแมว’ ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ แค็ท เอ็นจอย (CAT n joy) อาหารเม็ดสำหรับน้องแมวที่พัฒนาโดยสัตวแพทย์และนักโภชนาการอาหารสัตว์เลี้ยงในเครือเบทาโกร ด้วยสูตรอาหารเฉพาะ ‘3 พลังเสริมภูมิคุ้มกัน (Triple Protection)’

‘เบทาโกร’ รุกตลาดอาหารสิงคโปร์ ทุ่ม1,900 ล้านบาท เข้าซื้อกิจการ Eggriculture

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” เดินหน้ากลยุทธ์ “Regional Player” เข้าซื้อกิจการ Eggriculture ผู้ผลิตไข่ไก่ครบวงจรรายใหญ่ในสิงคโปร์ ด้วยมูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท เปิดแผนสร้าง Synergy มุ่งเสริมความแข็งแกร่งแบรนด์เบทาโกรในตลาดสิงคโปร์ทั้งในช่องทางร้านค้าปลีกและขยายฐานลูกค้ากลุ่ม HORECA พร้อมยกระดับประสิทธิภาพและผลผลิตของห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต วางเป้าหมายรายได้เบทาโกรในประเทศสิงคโปร์ปี 2568 โต 400% เมื่อเทียบกับปี 2567