'วราวุธ' เผย พม.นำผู้แทนเยาวนชนไทย ร่วมเวทีระดับโลก ด้านความปลอดภัยทางถนน หวัง ให้มีส่วนร่วมจริง

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกระทรวง พม. ประจำเดือนมีนาคม 2568 ว่าจากการที่กระทรวง พม. โดยนายนิกร จำนง ประธานคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ได้นำนางสาวนดา บินร่อหีม อดีตประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และนายพิชชากร โชตสุภาพร ผู้ช่วยประธานสภาเด็กและเยาวชนฯ เข้าร่วมการประชุมเยาวชนโลกด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ครั้งที่ 3 (3rd World Youth Assembly for Road Safety) และการประชุมระดับรัฐมนตรีโลก ด้านความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 4 (4th Global Ministerial Conference on for Road Safety) ในช่วงวันที่ 15 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ เมืองมาร์ราเกซ ราชอาณาจักรโมร็อกโก ที่ผ่านมานั้น นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยส่งเยาวชนเข้าร่วม การประชุมเยาวชนโลกด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ครั้งที่ 3 เป็นการนำเยาวชนจากทั่วโลก ร่วมกันทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ สุนทรพจน์แบบบูรณาการ (Keynote speeches) การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Interactive workshops) การแทรกแซงทางศิลปะ (Artistic intervention) และกิจกรรมบนถนน (Street activations)

ส่วนการประชุมระดับรัฐมนตรีโลกด้านความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 4 นั้น ที่ประชุมมีการพิจารณา แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์ในการพัฒนาความปลอดภัยทางถนน รวมถึงนำเสนอปฏิญญามาร์ราเกช (Marrakech Declaration) และประกาศเจตนารมณ์ ความมุ่งมั่น (Commitment) ของประเทศ เพื่อพัฒนาความปลอดภัยทางถนน และนำไปสู่การลดอุบัติเหตุทางถนนและผู้เสียชีวิตตามเป้าหมายและแนวทางของแผนโลก ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน 2021-2030 (Global Plan Decade of Action for Road Safety 2021-2030) ขององค์การสหประชาชาติ และองค์การอนามัยโลกได้อย่างยั่งยืน

สำหรับ นายนิกร จำนง ประธานคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ในฐานะผู้แทน ได้ร่วมเป็นวิทยากรอภิปรายในหัวข้อ “การบูรณาการเสียงของเยาวชนในการตัดสินใจด้านความปลอดภัยทางถนน” (Integration young voices in Road Safety decision-making) ซึ่งการมีส่วนร่วมของเยาวชนในทุกขั้นตอน นับเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านความปลอดภัยบนถนนอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ซึ่งประเทศไทยมีโครงสร้างสภาเด็กและเยาวชน และเป็นกรรมการด้านความปลอดภัยทางถนน โดยมีระบบสนับสนุนทางการเงินให้เยาวชนริเริ่มโครงการด้วยตนเองผ่านกองทุนสนับสนุนโครงการเยาวชน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ทำให้สภาเด็กและเยาวชนระดับประเทศและระดับพื้นที่ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 300,000 คน ช่วยกันทำงานลดความเสี่ยงต่างๆ ของเด็กและเยาวชน

สำหรับการขับเคลื่อนด้านความปลอดภัยทางถนนเพิ่งเริ่มดำเนินการในปีที่ผ่านมา มีงบประมาณสนับสนุนการทำงานของเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจนจากรัฐบาล และจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ปัจจุบันมีงบประมาณกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและสโมสรโรตารี่ทั่วประเทศไทยกว่า 400 สโมสร ให้การสนับสนุนการทำงานของเด็กและเยาวชนซึ่งสามารถเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่นนำไปขยายผลดำเนินการต่อไป

สำหรับถ้อยแถลงหลัก 3 ประการของเยาวชนโลกในที่ประชุมเยาวชนโลกด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ครั้งที่ 3 ประกอบด้วย 1.ความปลอดภัยในการเดินทางต้องเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่อภิสิทธิ์ของบางกลุ่ม 2.การออกแบบเมืองต้องให้ความสำคัญกับผู้คน ไม่ใช่แค่รถยนต์ 3. เยาวชนต้องมีบทบาทสำคัญในการออกแบบและผลักดันนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนน ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นจริงคือเยาวชนทั่วโลกพร้อมเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย อาทิ รัฐบาลและองค์กรต่างๆ ต้องช่วยกันสนับสนุนความคิดและโครงการที่ขับเคลื่อนโดยเยาวชน จัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาระบบความปลอดภัยทางถนนและโครงสร้างพื้นฐานให้ดียิ่งขึ้น การทำงานร่วมกันระหว่างคนต่างวัย ผสมผสานพลังและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ เข้ากับประสบการณ์ของผู้นำและผู้เชี่ยวชาญ "เมื่อทุกคนร่วมมือกัน เราจะสามารถสร้างแนวทางที่ปลอดภัย ยั่งยืน และเหมาะสมสำหรับทุกคน และสุดท้าย เราแค่รับฟังเยาวชนไม่พอ ต้องให้เยาวชนมีบทบาทในการตัดสินใจจริง ต้องมีส่วนร่วมในการออกแบบ ดำเนินการ และติดตามนโยบาย และมีผลลัพธ์ที่วัดผลได้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง" นายวราวุธ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)

นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน

’นิกร‘ เล็งฟื้นฟู "เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง " สร้างคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต ลดภาระคนตั้งตัว

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง

การเคหะแห่งชาติ ร่วมทีม พม. ฟื้นฟูบ้านเรือนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอปัว คืนความมั่นคงและคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มอบหมายให้นายคมสัน พิลาสมบัติ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธีระวัฒน์ สุมังคโล ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

“รมว.พม.” นำทัพลงพื้นที่ภาคใต้ มอบโฉนด-สัญญาเช่าที่ดิน-งบพัฒนากว่า 51 ล้าน เปิด “บ้านมั่นคงพะตง” ต้นแบบบ้านมั่นคงริมรางภาคใต้ เร่งรัดการจัดสรรสิทธิ์ในที่ดินเพื่อยกระดับต้นทุนชีวิต

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ร่วมด้วยนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.

'นิกร โสมกลาง' นำทีม พม. ลงพื้นที่ จ.น่าน ติดตามฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมช่วยสิทธิสวัสดิการแก่กลุ่มเปราะบางทุกมิติ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอปัวและอำเภอภูเพียง พร้อมร่วมเชิญสิ่งของพระราชทาน เยี่ยมเยียนให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง และมอบแนวทางช่วยเหลือเยียวยาทุกมิติ