ยธ. มอบเข็มเครื่องหมายยุติธรรมธำรง เชิดชูผู้อุทิศตนทำงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน “ภรณี ผู้ช่วยผจก.กองทุน สสส.”

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 25 มี.ค. 2568 ที่กระทรวงยุติธรรม นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้รับการเชิดชูเกียรติจากกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้ที่อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท วิริยะ อุตสาหะ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความยุติธรรมและความเป็นธรรมในด้านต่างๆ โดยได้เข้ารับเข็มเครื่องหมายยุติธรรมธำรง ชั้นที่ 4 อันเป็นที่ชมเชยยิ่ง จาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในงานวันสถาปนากระทรวงยุติธรรมครบรอบ 134 ปี

นางภรณี กล่าวภายหลังรับรางวัลว่า สสส. มุ่งทำงานผลักดันการสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในกลุ่มเปราะบางมาตั้งแต่ปี 2556 ครอบคลุมประเด็น 1.สร้างเสริมสุขภาพกลุ่มผู้มีปัญหาสถานะบุคคล และกลุ่มชาติพันธุ์ 2.พัฒนานวัตกรรม และแนวทางการเข้าถึงการศึกษาและบริการสุขภาพ 3.สนับสนุนงานวิชาการ ขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาเรื่องสิทธิสถานะนอกของประชาชนทุกกลุ่มทั้งในระดับชาติ และระดับหน่วยงาน เช่น คนไทยไร้สิทธิที่ตกหล่น กลุ่มคนไร้บ้าน ผู้ต้องขัง กลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม (ไรเดอร์) เพื่อให้เข้าถึงระบบหลักประกันสุขภาพ สนับสนุนทั้งในด้านองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพคนทำงาน

“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ หนึ่งในผลงานสำคัญที่ สสส. มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และภาคีเครือข่ายได้ทุ่มเท คือ การร่วมผลักดันเรื่องการพิสูจน์สิทธิและการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มคนไทยไร้สิทธิ ส่งผลให้เกิดหน่วยเก็บสิ่งส่งตรวจพิสูจน์ DNAในโรงพยาบาล จาก 1 จังหวัด 1 โรงพยาบาลในปี 2564 สู่ 14 จังหวัด 22 โรงพยาบาล ในปี 2567 เป็นทั้งจุดค้นหาและทำฐานข้อมูล ประสานส่งต่อ และติดตามสิทธิได้เร็วขึ้น จากเดิมใช้เวลา 10-20 ปี ปัจจุบันเหลือเพียง 3-12 เดือน ช่วยให้กลุ่มคนไทยไร้สิทธิ 2,241 คน ได้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ และได้รับบริการสุขภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้คนไทยไร้สิทธิสามารถตั้งหลักชีวิต มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้” นางภรณี กล่าว

บัวทอง สุขเสริม อดีตคนไทยไร้สิทธิที่ไม่มีบัตรประชาชน กล่าวว่า ทุกข์หนักของคนไทยไร้สิทธิ ไม่มีบัตร ไม่มีสิทธิ ไม่มีเสียง ไม่มีพื้นที่ของตนเอง รู้สึกท้อแท้ คิดมาก เพราะเคยคิดอยากทำงานเป็นหลักแหล่ง แต่การใช้ชีวิตโดยไม่มีบัตรประชาชน ก็ไม่สามารถทำแบบที่ฝันได้ หลังจากเข้าถึงสิทธิเหมือนเปลี่ยนชีวิตที่ เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ชีวิตให้ดีขึ้น มีศักดิ์ศรีอย่างเท่าเทียม จากที่ไม่มีอะไรก็มีเป็นของตัวเอง ได้ทำงานในสิ่งที่อยากทำ ได้เงินเดือน สามารถเลี้ยงดูลูกได้ และมีสิทธิในการรักษา มีสวัสดิการจากภาครัฐ ส่งผลให้ชีวิตมีความสุขมากยิ่งขึ้น ขอบคุณ สสส. และทุกหน่วยงานที่สนับสนุนให้มีบัตรประชาชน พูดได้ว่าเป็นคนไทยเต็มตัว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อ EV Bus ไม่ได้เป็นแค่รถโดยสาร แต่คือคำตอบ.."ลดความเหลื่อมล้ำ"

สำหรับคนเมืองใหญ่ การขึ้นรถโดยสารอาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับประชาชนจำนวนมากในจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก นักเรียน ผู้พิการ และผู้มีรายได้น้อย “การเดินทาง”

สสส.ชูแผนสร้างเด็กเข้มแข็ง ผ่านแนวคิด “ชุมชนนำ” –“เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”

เด็กไทยเกือบครึ่งมีชีวิตเปราะบาง จากปัญหาครอบครัวไม่พร้อมหน้า สสส.ระดมเครือข่ายสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต ชุมชนนำ-เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน

เด็กไทย 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชม. รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” มอบ สสส. สรุปบทเรียน "ลดเวลาหน้าจอ" ต้องบูรณาการออกกฎเหล็กคุมเข้มอนาคตชาติ

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการที่ สสส. ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ พบว่า คนไทยเฉลี่ย 93.10%

“อายุยืนแต่อย่าป่วยนาน” สังคมสูงวัยรอบรู้คู่สุขภาพ

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากเป็นคำถามสำคัญว่า คนไทยจะสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพเพียงใด เ

'อนุทิน' ร้องโอ๊ย! ปมนักการเมืองดังพันคดี Forex ไม่เกี่ยวนายกฯ

'อนุทิน' ชี้ปม ยธ. จ่อแถลงเปิดขบวนการ Forex เอี่ยวนักการเมือง เป็นเรื่องระดับดีเอสไอ ร้องโอ๊ยนายกฯ ไปไล่จับผู้ร้ายเองไม่ได้ เดี๋ยวโดนผูกการเมือง

“20 ปี กับการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม” จุฬาราชมนตรี-สสส. เดินหน้าผนึกกำลัง MOU สานต่อยอดความสำเร็จ มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่โรงแรมอัล มีรอซ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)