'วราวุธ' นำ พม. ประชุมเชิงปฏิบัติการ ศบปภ. ภาคอีสาน 20 จว. จัดทำแผนงาน ดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ เผย ส่งทีมสหวิชาชีพ เยี่ยมครอบครัว-เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุ แผ่นดินไหว-ตึกถล่ม

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2568 ที่โรงแรมอวานีขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการศูนย์บริหารการดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ (ศบปภ.) หรือ Disaster Care Center for the Vulnerable (DCCV) เพื่อบูรณาการบริหารการดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ซึ่งเตรียมการมานานหลายเดือนแล้ว เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือ ดูแล และเยียวยากลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติเชิงรุก ซึ่งมีนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม. , นายนิกร จำนง ประธานคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบาย รมว.พม. , ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบาย รมว.พม. พร้อมคณะที่ปรึกษา , นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม. พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าร่วม

นายวราวุธ กล่าวว่า คณะผู้บริหารกระทรวง พม. ได้มาที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อประชุมกับทางทีม พม. 20 จังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกี่ยวกับเรื่องการดูแลกลุ่มเปราะบางเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น โดยกระทรวง พม. ได้จัดตั้งศูนย์บริหารการดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ (ศบปภ.) ซึ่งได้เริ่มดำเนินการในช่วงปลายปีที่แล้ว และได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ ศบปภ. ที่ภาคใต้ ที่จังหวัดสงขลา โดยได้ทำงานทันที เพราะว่าหลังจากประชุมเสร็จแล้วภายใน 2 วันเท่านั้นก็เกิดสถานการณ์อุทกภัยใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ และเมื่อช่วงต้นปี 2568 ได้ไปประชุมเชิงปฏิบัติการ ศบปภ. ที่ภาคเหนือจังหวัด ที่เชียงใหม่ และวันนี้กระทรวง พม. ได้มาประชุมเชิงปฏิบัติการ ศบปภ. ที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ คนพิการ เด็กเล็ก หรือสตรีแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น ทั้งวาตภัย อุทกภัย หรือแผ่นดินไหวที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค. โดยจากนี้ไป บทบาทการทำงานของกระทรวง พม. นั้นจะไม่ใช่วิ่งตามปัญหา แต่เราจะเข้าไปช่วยป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้น เพราะยิ่งเตรียมตัวดีเท่าไร ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นฟูและการเยียวยาจะทำน้อยลงไป ซึ่งเราเชื่อว่าการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข และมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยแต่ละจังหวัดของทีม พม. ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีข้อมูลที่ถูกต้อง มีการเตรียมตัว การดำเนินการ และมีการทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงของกลุ่มเปราะบางอย่างไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า บุคลากรของกระทรวง พม. มีความตระหนักรู้เกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติในการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้อย่างทันท่วงทีอย่างไร นายวราวุธ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ได้เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในการทำงานของกระทรวง พม. มากขึ้น และได้รับเสียงสะท้อนจากกระทรวงอื่นที่รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในการทำงาน ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ซึ่งมีองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาทำงานร่วมกันไม่ว่าจะเป็น กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) องค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) หรือแม้แต่ ธนาคารโลก (World Bank) ที่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เริ่มเข้ามาดูมิติสังคมในช่วงปีที่ผ่านมา

นายวราวุธ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเพียงกับโลกใบนี้ แต่การทำงานของเราจะต้องหมุนและตามให้ทันกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่เปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำหรับการดูแลกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว โดยเฉพาะอุบัติเหตุใหญ่คือตึกถล่ม ที่ย่านจตุจักรนั้น กระทรวง พม. นำทีมโดย ปลัดกระทรวง  พม. ได้ลงพื้นที่เพื่อไปตั้งจุดบริการประชาชนของศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) ในพื้นที่เกิดเหตุตึกถล่ม เพื่อบริการพี่น้องประชาชนที่ติดตามญาติที่สูญหายหรือเสียชีวิต และจะมีการติดต่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวต่อไป ซึ่งบางรายกระทรวง พม. สามารถติดตามไปจนถึงจังหวัดภูมิลำเนาได้เรียบร้อยแล้ว และส่งทีม พม.จังหวัด ซึ่งมีทีมสหวิชาชีพ อาทิ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา เข้าไปช่วยเหลือเยียวยา เพราะว่าอุบัติเหตุที่เกิดครั้งนี้บางครอบครัวยังไม่สามารถทำใจได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่กระทรวง พม. ต้องเข้าไปช่วยเหลือเยียวยา โดยไม่ใช่ช่วยเหลือแค่หน้างาน แต่ต้องช่วยเหลือไปจนถึงภูมิลำเนาของแต่ละบุคคล เพื่อที่จะได้เร่งเยียวยาครอบครัวโดยเร็วที่สุด

นายวราวุธ กล่าวว่า  ขณะนี้ ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลผู้สูญหาย ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ พร้อมสืบค้นข้อมูลที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของญาติพี่น้อง เพื่อประสานการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านในการเยียวยาสภาพจิตใจและให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิสวัสดิการสังคมต่างๆ ของกระทรวง พม. สำหรับผู้สูญหายทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สุพรรณบุรี พิษณุโลก อุตรดิตถ์ หนองบัวลำภู ร้อยเอ็ด อุทัยธานี และเพชรบูรณ์ ซึ่งตนได้กำชับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ที่เป็นภูมิลำเนาของผู้สูญหาย เร่งลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อประเมินทางสังคม โดยเฉพาะการเยียวยาสภาพจิตใจ พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ โดยด่วน

อย่างไรก็ตามได้รับรายงานว่า ทีม ศรส. จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้เยี่ยมบ้านผู้สูญหาย 2 ราย เป็นชายอายุประมาณ 18 ปี ทั้งคู่เป็นนักศึกษาฝึกงาน โดยในเบื้องต้นได้พูดคุยให้กำลังใจครอบครัว พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่ติดตามให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดต่อไป  และหากประชาชนต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในสถานการณ์วิกฤตขอให้แจ้ง ศูนย์เรื่องการจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวง พม. ผ่านสายด่วน พม. โทร. 1300 บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยพร้อมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลัด พม. เผยความคืบหน้า พร้อมเตรียม Kick Off การประเมินความพิการฉบับใหม่ พร้อมกันทั่วประเทศ มี.ค. นี้

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)

พม. ขอให้ ปชช. มั่นใจ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์กว่า 3,800 แห่ง ยังบริหารงานเข้มแข็ง ย้ำ ถูกยกเลิกแค่ 10 แห่ง

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยถึงกรณีการแชร์ในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในขณะนี้ ว่า ปัจจุบันทั่วประเทศมีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่จดทะเบียนถูกต้องและดำเนินกิจการได้ตามปกติจำนวน 3,839 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมีความเข้มแข็ง มีสมาชิกและคณะกรรมการบริหารสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ดำเนินงานอยู่

พม. แจง การเลิกสมาคมฌาปนกิจฯ ต้องผ่านการพิจารณาและการสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)

พม. จัดพิธีต้อนรับคณะเยาวชนโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ครั้งที่ 49

นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีต้อนรับคณะเยาวชนโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ครั้งที่ 49 ประจำปี 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพต้อนรับเยาวชนจากประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ จำนวนกว่า 200 คน