
วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2568 – 2569) ระหว่างสำนักงานประกันสังคม ร่วมมือกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) โดยมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นางมารศรี ใจรังษีเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม คณะกรรมการสำนักงานประกันสังคม คณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน คณะผู้บริหารธนาคารที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 6 แห่ง ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ แกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
.
โครงการสินเชื่อระยะที่ 3 นี้ถือเป็นความร่วมมือขนาดใหญ่ระหว่างสำนักงานประกันสังคม กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี และธนาคารไทยเครดิต เพื่อช่วยสถานประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนด้วยดอกเบี้ยต่ำ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อรักษาการจ้างงานในระบบประกันสังคม กระตุ้นการหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานราก และช่วยพยุงธุรกิจทุกระดับทั่วประเทศ โดยวงเงินรวมของโครงการอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบจากกองทุนประกันสังคม 20,000 ล้านบาท และงบกลางจากรัฐบาลอีก 10,000 ล้านบาท

.
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานตระหนักดีว่าสถานประกอบการจำนวนมากกำลังเผชิญความท้าทายในการรักษาแรงงานไว้ในระบบประกันสังคม ขณะที่ลูกจ้างเองก็ต้องการความมั่นคงในชีวิตและหลักประกันด้านสุขภาพ การส่งเสริมให้สถานประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีเงื่อนไขผ่อนปรน จึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เดินหน้าได้อย่างยั่งยืน พร้อมระบุว่า “นี่คือของขวัญจากกระทรวงแรงงาน เพื่อรักษาธุรกิจ–รักษาคน และให้แรงงานไทยอยู่ในระบบที่ได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง”
.
ด้าน นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า โครงการนี้เปิดให้สถานประกอบการที่จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือนติดต่อกัน และให้คำมั่นจะรักษาการจ้างงานไม่น้อยกว่า 80% ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยมีวงเงินสินเชื่อต่อรายแบ่งตามขนาดธุรกิจ ได้แก่ สถานประกอบการที่มีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน สามารถกู้ได้สูงสุด 15 ล้านบาท, กรณีมีลูกจ้าง 201–500 คน วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท และสำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างมากกว่า 500 คนขึ้นไป วงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท
.
ในด้านอัตราดอกเบี้ย สถานประกอบการที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกิน 2.35% ต่อปีในช่วง 3 ปีแรก ขณะที่กรณีไม่มีหลักทรัพย์หรือใช้บุคคลค้ำประกัน ดอกเบี้ยไม่เกิน 4.75% ต่อปี โดยเฉพาะลูกค้าเดิมของ EXIM Bank ที่มีประวัติการชำระเงินดีจะได้รับสิทธิพิเศษ อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดไม่เกิน 2.00% ต่อปี ส่วนปีที่ 4 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ยตามที่แต่ละธนาคารกำหนด โดยธนาคารไทยเครดิตยังเสนออัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวเพิ่มเติมตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้

.
ทั้งนี้ สถานประกอบการสามารถยื่นคำขอสินเชื่อได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าวงเงินจะเต็ม โดยต้องขอหนังสือรับรองจากสำนักงานประกันสังคมผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th ก่อนนำไปยื่นกับธนาคารที่ร่วมโครงการ ซึ่งจะพิจารณาสินเชื่อตามเงื่อนไขของแต่ละแห่ง
.
สำนักงานประกันสังคมระบุว่า ในระยะที่ผ่านมา (ระยะที่ 1 และ 2) โครงการนี้สามารถช่วยเหลือสถานประกอบการได้แล้วกว่า 3,400 แห่ง และรักษาการจ้างงานไว้ได้มากกว่า 200,000 ราย ซึ่งในระยะที่ 3 นี้จะมีขอบเขตการช่วยเหลือที่กว้างขึ้น ครอบคลุมสถานประกอบการในทุกจังหวัดทั่วประเทศ และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือเชิงนโยบายที่ช่วยลดผลกระทบด้านแรงงานในช่วงเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน
.
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงศึกษาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลปกครองนัดชี้ขาด 11 ส.ค. ปมเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
ศาลปกครองกลางเรียกไต่สวนคู่กรณีอีกครั้ง 7 ส.ค. ก่อนนัดฟังความเห็นตุลาการผู้แถลงคดีและอ่านคำพิพากษา 11 ส.ค. คดีทีมประกันสังคมก้าวหน้าฟ้องเพิกถอนประกาศเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ยื
‘ศึกษาธิการ-แรงงาน’ จับมือปฏิรูปใหญ่ปูทางเด็กไทยสู่ตลาดแรงงานชั้นสูง
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน
รัฐบาลงัดโทษหนัก ลุยปราบบริษัทเถื่อนหลอกแรงงานไปนอก
รัฐบาลเร่งสอบเอาผิดบริษัทเถื่อนหลอกแรงงานไปต่างประเทศ งัดข้อกฎหมายเตือนคนไทย อย่าตกเป็นเหยื่อซ้ำรอย
'พรรคส้ม' ตอกลิ่ม ภาพสยบรอยร้าว 2 น. 1 พ. สะท้อนขัดแย้งหนัก จับตาปรับ ครม.หนู 2 จูบปากหรือเขี่ยทิ้ง
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีภาพสยบรอยร้าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

