วันที่ 6 มิถุนายน 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้ นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานร่วมกับนายอุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ในพิธีเปิดมหกรรมจังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็ก ประจำปี 2568 "เปิดเทอมใหม่ ส่งน้องไปเรียน ปีที่ 4 : สุพรรณบุรี Zero Dropout" พร้อมมอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนสำหรับเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา แต่มีชื่อในระบบการศึกษาภาคบังคับ และเด็กเปราะบาง จำนวน 300 คน และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีประกาศเจตนารมณ์ "สุพรรณบุรี Zero Dropout" เพื่อการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) โดย นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี อีกทั้งมอบเกียรติบัตรแก่บุคคลและองค์กรที่สนับสนุนมหกรรมฯ โดยมี นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวรายงาน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ผู้บริหารและผู้นำท้องถิ่น ผู้แทนภาคีเครือข่าย หน่วยงานทีม พม.หนึ่งเดียว จังหวัดสุพรรณบุรี และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่ ณ ห้องประชุมศิลปอาชา โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี
นายอนุกูล กล่าวว่า ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2535 เป็นต้นมา ซึ่งกล่าวถึงสิทธิของเด็กทุกคนที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด 4 ด้าน ได้แก่ สิทธิที่จะมีชีวิตรอด สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา และสิทธิที่จะมีส่วนร่วม โดยตั้งอยู่บนหลักการของการไม่เลือกปฏิบัติ และถือประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ได้ขับคลื่อนนโยบายการเพิ่มคุณภาพและผลิตภาพของเด็กและเยาวชน เด็กเกิดน้อย แต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ โดยมีมาตรการสำคัญในการทำให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพตามวัย รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพ คุ้มครองพิทักษ์สิทธิ และจัดสวัสดิการสังคมต่างๆ เพื่อให้สามารถเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สร้างสรรค์ มีศักยภาพและความสามารถในการเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ
สถานการณ์ปัญหาของเด็กและเยาวชนไทย กำลังเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่ปลอดภัยในทุกมิติ จากสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อม และที่เราพบเห็นจากข่าวในสื่อต่าง ๆ อาทิ การถูกทำร้ายร่างกาย การถูกล่วงละเมิดทางเพศ การถูกทอดทิ้งละเลย และการเลี้ยงดูไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังพบว่าปัญหาเด็กและเยาวชนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา ในปีการศึกษา 2567 มีข้อมูลเด็กที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษา จำนวน 982,304 คน ดังนี้ 1. ช่วงปฐมวัยก่อนการศึกษาภาคบังคับ จำนวน 279,296 คน (28.4%) 2. ช่วงวัยการศึกษาภาคบังคับ (9 ปี : ป.1-ม.3) จำนวน 387,591 คน (39.4%) และ 3. ช่วงวัยหลังการศึกษาภาคบังคับ จำนวน 315,417 คน (32.1%)
อีกทั้งตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตามศักยภาพ (Thailand Zero Dropout) แสดงให้เห็นถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงาน 11 หน่วยงาน ซึ่งจะส่งผลให้เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา รวมถึงเด็กและเยาวชนกลุ่มยากจนและด้อยโอกาส สามารถเข้าถึงโอกาสและการคุ้มครองทางสังคมได้ ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความพร้อมเข้าสู่การศึกษา มีการเรียนรู้และพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และหลุดพ้นจากวงจรความยากจน ทั้งนี้ พลังความร่วมมือ ในการทำงานด้านเด็กและเยาวชนของทุกภาคส่วน และของพวกเราทุกคน ที่ได้ร่วมกันพัฒนาเด็กและเยาวชนของจังหวัดสุพรรณบุรี ให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในวันนี้ และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการออกแบบเมืองแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด “จังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็ก” ซึ่งจะทำให้ทุกพื้นที่เป็นที่ที่ปลอดภัย สำหรับเด็กและเยาวชน
นายอนุกูล กล่าวว่า งานวันนี้ ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน และเครือข่ายจิตอาสาระดับพื้นที่ สำหรับการเป็นหุ้นส่วนพัฒนาสังคม ด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่เด็กและครอบครัว การสนับสนุนทรัพยากรและความรู้ให้กับครอบครัวในการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก การสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์และการแสดงออก การสอนทักษะชีวิตและความรับผิดชอบ รวมถึงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและความรู้สึกมั่นคงจากความรุนแรงในทุกรูปแบบ ที่อาจส่งผลต่อสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนทุกคน
“ตนเชื่อมั่นว่าเด็กและเยาวชนทุกคนมีศักยภาพ และความสามารถเฉพาะตัวที่มีคุณค่า การศึกษานับเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพเหล่านั้น ซึ่งช่วยให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาทักษะทั้งทางวิชาการและอาชีพ ทำให้สามารถยืนหยัดในสังคมและพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าของตนเอง” นายอนุกูล กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปลัด พม. เผยความคืบหน้า พร้อมเตรียม Kick Off การประเมินความพิการฉบับใหม่ พร้อมกันทั่วประเทศ มี.ค. นี้
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)
พม. ขอให้ ปชช. มั่นใจ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์กว่า 3,800 แห่ง ยังบริหารงานเข้มแข็ง ย้ำ ถูกยกเลิกแค่ 10 แห่ง
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยถึงกรณีการแชร์ในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในขณะนี้ ว่า ปัจจุบันทั่วประเทศมีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่จดทะเบียนถูกต้องและดำเนินกิจการได้ตามปกติจำนวน 3,839 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมีความเข้มแข็ง มีสมาชิกและคณะกรรมการบริหารสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ดำเนินงานอยู่
พม. แจง การเลิกสมาคมฌาปนกิจฯ ต้องผ่านการพิจารณาและการสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)
พม. จัดพิธีต้อนรับคณะเยาวชนโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ครั้งที่ 49
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีต้อนรับคณะเยาวชนโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ครั้งที่ 49 ประจำปี 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพต้อนรับเยาวชนจากประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ จำนวนกว่า 200 คน
พม. ห่วงใย ครอบครัวผู้เสียชีวิต-ผู้บาดเจ็บ จากเหตุโรงงานพลุระเบิด ส่งทีม พม.ใกล้คุณ สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ช่วยเหลือเยียวยาด่วน
วันที่ 30 มกราคม 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)

