พม. จับมือ กรมควบคุมโรค และภาคีเครือข่าย ลงนามความร่วมมือ “การขับเคลื่อนการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนน ในเครือข่ายสภาเด็กและเยาวชน”

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การขับเคลื่อนการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนในเครือข่ายสภาเด็กและเยาวชน” โดยมีนายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้แทนจาก 9 หน่วยงาน ได้แก่ 1) กรมควบคุมโรค 2) กรมกิจการเด็กและเยาวชน 3) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม 4) กระทรวงศึกษาธิการ 5) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 6) กรมการปกครอง 7) เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน 8) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และ 9) สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์



สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างความร่วมมือในการควบคุมและลดปัญหาที่เกิดจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยมุ่งหวังให้เกิดการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพที่ดีในกลุ่มเป้าหมาย โดยมีขอบเขตข้อตกลงความร่วมมือ ดังนี้ 1) ร่วมกันดำเนินงานควบคุม และลดปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนน 2) ร่วมกันพัฒนามาตรการและนโยบายในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน 3) ร่วมกันประชาสัมพันธ์กฎหมาย และโทษที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าและอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนให้กับภาคีเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ในชุมชนเกี่ยวกับอันตรายจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนน โดยใช้สื่อประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 4) ร่วมกันกำหนดกลไกในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานเพื่อให้สามารถปรับปรุง พัฒนาการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการรายงานผลการดำเนินงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

นายอนุกูล กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกลไกคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด และคณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร และการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งตนเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาข้อท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะทำให้เกิดกลไกความยั่งยืนในพื้นที่ได้ โดยการจัดงานในวันนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมมือกันในการควบคุมและลดปัญหาด้านเด็กและเยาวชน ที่เกิดจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และลดอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนน เพื่อให้เกิดการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาพที่ดีของเด็กและเยาวชน โดยเครือข่ายสภาเด็กและเยาวชน

นายอนุกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความสำคัญของการจัดงานในวันนี้ มุ่งหวังให้เกิดผลลัพธ์ที่สำคัญ คือ การสนับสนุนการบูรณาการด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ร่วมกัน เช่น การพัฒนามาตรการและกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านเด็กและเยาวชน ส่งเสริมบทบาทสภาเด็กและเยาวชนในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขและเฝ้าระวังปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง สร้างความตระหนักถึงโทษและผลกระทบของปัญหา สนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่ายด้านเด็กและเยาวชน รวมทั้ง การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าความร่วมมือของทั้ง 9 หน่วยงานในวันนี้ จะขยายความยั่งยืน และจะส่งสัญญาณข้อท้าทายต่างๆ เหล่านี้ ให้ขยายวงกว้างต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นิกร' เปิด 'อุดรธานีโมเดล' เดินหน้าแผนที่อยู่อาศัยจังหวัดที่ชุมชนเป็นแกนหลัก พร้อมส่งมอบสัญญาเช่าที่ดินการรถไฟ-บ้านใหม่ 338 ครัวเรือน

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรี พม. พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดงานเวทีพลังองค์กรชุมชน ชูวิสัยทัศน์ “อุดรธานีโมเดล มหานครแห่งการอยู่อาศัย สุขภาวะ และความยั่งยืนลุ่มน้ำโขง” พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณและร่วมลงนาม MOU มอบสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมมอบกุญแจบ้านและทะเบียนบ้านให้แก่ 37 ครัวเรือน สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงริมรางรถไฟ จำกัด (ชุมชนทุ่งสว่างตะวันออก) และบ้านพอเพียงที่ปรับปรุงแล้วเสร็จทั่วจังหวัดอีก 301 หลัง เพื่อสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย

'นิกร' อัด 3 มาตรการเยียวยาน้ำท่วม กคช. ช่วยผู้เช่า-ผู้เช่าซื้อ-ผู้ประกอบการ ลดภาระค่าเช่า พักหนี้ และยกเว้นค่าปรับ

นายนิกร โสมกลาง เปิดเผยว่า กระทรวง พม. มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และครอบครัวที่มีข้อจำกัดในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย นอกจากต้องเผชิญความเสียหายจากน้ำท่วมแล้ว ยังมีภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตและซ่อมแซมบ้านเรือน จึงสั่งการการเคหะแห่งชาติให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเหมาะสม และทั่วถึง ทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า การลดภาระทางการเงิน และการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาตั้งหลักและดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงโดยเร็ว

'นิกร' นำทีม พม. ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางที่นครสวรรค์ คณะกรรมการ-ผู้บริหารระดับสูงการเคหะแห่งชาติร่วมภารกิจ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง จังหวัดนครสวรรค์ “พม.นครสวรรค์ สร้างสุข บ้านอุ่นใจ ชุมชนอิ่มท้อง” ประจำปีงบประมาณ 2570

พม.ผนึกการเคหะฯ ออกมาตรการเยียวยาน้ำท่วม 66 โครงการ ปลอดค่าเช่า–พักหนี้สูงสุด 4 เดือน

“นิกร โสมกลาง” รมว.พม. เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัย สั่งการการเคหะแห่งชาติดูแล 6,927 ครัวเรือน ปลอดค่าเช่า–พักชำระค่าเช่าซื้อ 2–4 เดือน พร้อมลดค่าปรับ 100% ตามเงื่อนไข มุ่งลดภาระประชาชนและฟื้นฟูความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย

เลขาธิการฯ ยุวทัศน์ฯ ชวนคนไทยจับตาพฤติกรรม “เอกภพ” อดีตโทรโข่งเครือข่ายสนับสนุนบุหรี่สู่เก้าอี้โฆษกรัฐบาล แจงโฆษกรัฐบาลปล่อยข่าวปลอมสร้างความสับสนให้ประชาชน

จากกรณีที่นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่เนื้อหาในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ Facebook ชื่อ “หมอเอก Ekkapob Pianpises”

ครม. ไฟเขียว 4 โครงการอาคารเช่าผู้มีรายได้น้อย 596 หน่วย วงเงิน 439 ล้านบาท “นิกร” ชี้เพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า วันนี้ (29 ก.ย. 2569) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้การเคหะแห่งชาติจัดทำโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2567 จำนวน 4 โครงการ รวม 596 หน่วย วงเงินลงทุนรวม 439.225 ล้านบาท