
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า กระทรวง พม. โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ได้ขับเคลื่อนงานด้านคนพิการ โดยส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพคนพิการให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้วยการมีอาชีพ มีรายได้ เพื่อลดภาระการดูแลในครอบครัว ซึ่งอีกทางเลือกหนึ่ง คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการสามารถ “กู้ยืมเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อเป็นทุนในการประกอบอาชีพหรือขยายกิจการ” จากกองทุนและส่งเสริมความเสมอภาคคนพิการ (กทพ.) เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเหลือคนพิการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยไม่มีดอกเบี้ย และผ่อนชำระคืนในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งการกู้ยืมเงินกองทุนฯ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. การกู้รายบุคคล รายละไม่เกิน 60,000 – 120,000 บาท และ 2. การกู้รายกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 1 ล้านบาท
จากฐานข้อมูล พก. กระทรวง พม. พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีคนพิการที่จดทะเบียน จำนวน 2.2 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 3.39 ของประชากรไทยทั้งหมด (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2568) โดยมีคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการใช้บริการกู้ยืมเงินกองทุนฯ เพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพหรือขยายกิจการทั่วประเทศ ประมาณ 3 แสนราย มีวงเงินกู้ยืมประมาณ 11 ล้านบาทเศษ (ข้อมูล ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2568) ซึ่งผู้กู้ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รองลงมาคือค้าขาย(ข้อมูลจากระบบงานกองทุนฯ ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2568)
กองทุนฯ ฟังได้มีการพัฒนา นวัตกรรมระบบบริการดิจิทัลสำหรับคนพิการบริหารจัดการเงินกู้ยืมกองทุนฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “กู้ยืมเงินคนพิการ หรือ DepFund” เพื่อให้คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ สามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว รวมถึงการกู้ยืมเงินกองทุนฯ โดยแอปพลิเคชัน "DepFund" ที่รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ IOS และ Android ด้วยการเข้าใช้งานผ่าน DIGITAL ID โดยสามารถตรวจสอบผลการอนุมัติการกู้ยืมเงิน ยอดคงเหลือ และประวัติการชำระเงิน อีกทั้งยังสามารถชำระหนี้ที่กู้ยืมผ่าน QR Code
หากคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ ที่สนใจกู้ยืมเงินเพื่อเป็นทุนสำหรับประกอบอาชีพหรือขยายกิจการ สามารถยื่นคำร้องได้ทางเว็บไซต์ https://efund.dep.go.th/ และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองกองทุนส่งเสริมความเสมอภาคคนพิการ และศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร สังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ , ศูนย์บริการคนพิการจังหวัด , สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทั่วประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)
นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน
’นิกร‘ เล็งฟื้นฟู "เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง " สร้างคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต ลดภาระคนตั้งตัว
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง
การเคหะแห่งชาติ ร่วมทีม พม. ฟื้นฟูบ้านเรือนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอปัว คืนความมั่นคงและคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มอบหมายให้นายคมสัน พิลาสมบัติ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธีระวัฒน์ สุมังคโล ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
“รมว.พม.” นำทัพลงพื้นที่ภาคใต้ มอบโฉนด-สัญญาเช่าที่ดิน-งบพัฒนากว่า 51 ล้าน เปิด “บ้านมั่นคงพะตง” ต้นแบบบ้านมั่นคงริมรางภาคใต้ เร่งรัดการจัดสรรสิทธิ์ในที่ดินเพื่อยกระดับต้นทุนชีวิต
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ร่วมด้วยนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.
'นิกร โสมกลาง' นำทีม พม. ลงพื้นที่ จ.น่าน ติดตามฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมช่วยสิทธิสวัสดิการแก่กลุ่มเปราะบางทุกมิติ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอปัวและอำเภอภูเพียง พร้อมร่วมเชิญสิ่งของพระราชทาน เยี่ยมเยียนให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง และมอบแนวทางช่วยเหลือเยียวยาทุกมิติ

