
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามความก้าวหน้าและพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการนำร่องศูนย์ต้นแบบการผลิตถั่วเหลืองตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากลและแฟร์เทรด ของกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ กองทุน FTA ณ อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ครั้งที่ 3/2568 ณ ห้องประชุมสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 11 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยทางคณะกรรมการบริหารกองทุน FTA ได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 24.98 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการนำร่องต้นแบบการผลิตถั่วเหลืองตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากลและแฟร์เทรด

สำหรับโครงการนำร่องต้นแบบการผลิต ถั่วเหลืองตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากลและแฟร์เทรด ทางกรมวิชาการเกษตร และวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แฟร์เทรดศรีสะเกษ อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ได้ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขันของประเทศ งบประมาณ 24,978,860 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับโครงสร้างกระบวนการผลิตถั่วเหลืองของเกษตรกร สมาชิกวิสาหกิจชุมชน ด้วยโมเดลต้นแบบ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงและแปลงผลิตได้การรับรองตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากลและแฟร์เทรด มุ่งพัฒนาเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนให้สามารถผลิตเมล็ดและเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองอินทรีย์หมุนเวียน รองรับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ เพิ่มรายได้ของเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนจากการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตถั่วเหลืองอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตร

โครงการฯ มีระยะเวลาในการดำเนินงาน 5 ปี (พ.ศ. 2568 - 2572) มีหน่วยงานในพื้นที่ร่วมดำเนินงานดังนี้ 1) วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แฟร์เทรดศรีสะเกษ 2) ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรศรีสะเกษ ตำบหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ 3) ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี 4) ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืช ขอนแก่น 5) ศูนย์วิจัยและพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตรขอนแก่น 6) สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 และ7) กองวิจัยพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืช ซึ่งโครงการมีกิจกรรมในการดำเนินงาน ประกอบด้วย 4 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 ต้นแบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองเพื่อความยั่งยืนตามมาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ กิจกรรมที่ 2 พัฒนาเกษตรกรและเพิ่มผลผลิตถั่วเหลือง(หลังนา) ตามมาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์สากลและแฟร์เทรด (5 ปี) กิจกรรมที่ 3 พัฒนาเกษตรกสู่ระบบเกษตรอินทรีย์สากลและแฟร์เทรด และกิจกรรมที่ 4 เงินกู้สำหรับกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกถั่วเหลืองในแปลงเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานสากลและแฟร์เทรดเพื่อความยั่งยืน

“จากความสำเร็จของโครงการนำร่องต้นแบบการพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสู่การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล EU/NOP ด้วยวิธีบริหารจัดการน้ำเพื่อการทำเกษตรอินทรีย์ จึงเชื่อมั่นว่า โครงการดังกล่าว จะสามารถนำร่องต้นแบบการผลิตถั่วเหลืองตามมาตรฐานอินทรีย์ให้วิสาหกิจชุมชนฯ มีเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองชั้นพันธุ์จำหน่ายสำหรับปลูกหลังนาพื้นที่ 500 ไร่ ในปีที่ 2 - 4 และหากประสบความสำเร็จ จะสามารถลดต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย และชีวภัณฑ์ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ได้ผลผลิต ถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นจากเดิม 49 กก./ไร่ เป็น ได้ผลผลิตไม่น้อยกว่า 200 กก./ไร่ในปีที่ 5 อีกทั้งเกิดโอกาสในการจำหน่ายสร้างรายได้เพิ่ม นำความรู้และประสบการณ์ผลิตถั่วเหลืองในระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ EU/NOP ไปใช้ในแปลงผลิตของตนเอง จัดการผลิตได้อย่างเหมาะสม สามารถผลิตและมีแหล่งปุ๋ยอินทรีย์ และชีวภัณฑ์ สำหรับใช้ในแปลงถั่วเหลืองในพื้นที่ต่อไป โดยสศก. จะมีการติดตามโครงการต่อเนื่องในทุกไตรมาส เพื่อให้โครงการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถบรรลุทุกวัตถุประสงค์ของโครงการที่ตั้งไว้ต่อไป” เลขาธิการ สศก. กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สศก. ร่วมเวที ASEAN-EU Sustainability Summit 2026 ชูบทบาทไทยขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ–สุขภาพหนึ่งเดียว เสริมความมั่นคงอาหารอาเซียน
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ได้ร่วมสนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาค
สศก. ผสานข้อมูลภาคสนาม–โดรน–ดาวเทียม ติดตามข้าว 5 ช่วงอายุ เพิ่มความแม่นยำพยากรณ์ผลผลิตข้าวนาปี 2569/70
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ให้ความสำคัญกับการยกระดับการจัดทำสารสนเทศการเกษตรและการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่
สศก. ใช้ข้อมูล Socio สะท้อนแนวทางปรับตัวภาคเกษตร เน้นผลิตให้คุ้ม ลดสูญเสีย เพิ่มรายได้ต่อเนื่อง
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากบริบทเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับจำกัด
สศก. ร่วมเวทีนโยบายเกษตรภายใต้กรอบ OECD ณ อินโดนีเซีย นำเสนอแนวทางรับมือ Climate Change หนุนไทยเดินหน้าสู่ Technical Review ปี 2569
สศก. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักของคณะกรรมการด้านการเกษตร (Committee for Agriculture: COAG) ภายใต้ OECD ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร
ภาคเกษตรไทยลดก๊าซเรือนกระจกได้ 3.4 ล้านตันฯ เร่งเครื่องแผน CCAPA มุ่งเป้า Net Zero ภายในปี 2593
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อน
สศก. ผนึก 14 ภาคี ขับเคลื่อนกองทุน FTA ยกระดับโครงการเกษตร รองรับการแข่งขันภายใต้การค้าเสรี
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

