สศก. เผยประมาณการลำไย–ลิ้นจี่ ปี 2569 ลิ้นจี่ยังออกต่อเนื่อง มิ.ย. ขณะที่ลำไยออกมาก ส.ค. ช่วยวางแผนผลผลิต–ตลาดล่วงหน้า

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ได้จัดทำประมาณการสถานการณ์การผลิตและราคาลำไยและลิ้นจี่ ปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2569) เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการผลผลิตของเกษตรกร ผู้รวบรวม ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจร่วมกัน

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลผลิตลำไยและลิ้นจี่ในปีนี้ มาจากสภาพอากาศช่วงชักนำการออกดอก ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2568 ถึงกุมภาพันธ์ 2569 ที่มีความหนาวเย็นไม่ต่อเนื่อง สลับกับอุณหภูมิสูง ส่งผลให้การออกดอกไม่สม่ำเสมอ ประกอบกับอากาศร้อนแล้งในช่วงติดผล รวมทั้งเกษตรกรบางส่วนปรับเปลี่ยนพื้นที่และโค่นต้นอายุมากที่ให้ผลผลิตต่ำ       

สถานการณ์ลำไย ปี 2569 คาดว่ามีเนื้อที่ให้ผลรวมทั้งประเทศประมาณ 1.61 ล้านไร่ ลดลงร้อยละ 1.27 ผลผลิตรวมประมาณ 1.40 ล้านตัน ลดลงราวร้อยละ 9 และผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 867 กิโลกรัม ลดลงร้อยละ 7.57 โดยภาคเหนือยังเป็นแหล่งผลิตหลัก ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดตลอดเดือนมกราคม–ธันวาคม และคาดว่าจะ ออกมากที่สุดในเดือนสิงหาคม ประมาณ 340,000 ตัน หรือร้อยละ 24.29 ของผลผลิตทั้งปี ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสามารถใช้ประกอบการวางแผนด้านการรับซื้อ การกระจายผลผลิต การแปรรูป และโลจิสติกส์ให้สอดคล้องกับช่วงเวลาออกสู่ตลาด

ขณะที่สถานการณ์ลิ้นจี่ ปี 2569 คาดว่ามีเนื้อที่ให้ผลรวมทั้งประเทศประมาณ 77,000 ไร่ ลดลงร้อยละ 1.51 ผลผลิตรวมประมาณ 22,000 ตัน ลดลงราวร้อยละ 39 และผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 285 กิโลกรัม ลดลงร้อยละ 37.91 โดยผลผลิตออกสู่ตลาดช่วงเดือนมีนาคม–มิถุนายน สูงสุดในเดือนพฤษภาคมประมาณ 12,800 ตัน หรือร้อยละ 58.13 และยังมีผลผลิต ออกต่อเนื่องในเดือนมิถุนายนอีกประมาณ 8,000 ตัน หรือร้อยละ 36.36 โดยเฉพาะพันธุ์จักรพรรดิ ทั้งนี้ พันธุ์สำคัญของลิ้นจี่ ได้แก่ ฮงฮวย จักรพรรดิค่อม และนครพนม 1

ด้านสถานการณ์ราคา ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2569 ราคาที่เกษตรกรขายได้ที่สวน ลำไยสดทั้งช่ออยู่ที่ 21.50–25.75 บาทต่อกิโลกรัม ตามชั้นคุณภาพ ลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยอยู่ที่ 20.50–22.00 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนลิ้นจี่พันธุ์จักรพรรดิ               ที่ทยอยออกสู่ตลาดในช่วงปลายฤดู เดือนมิถุนายน สัปดาห์ที่ 1 อยู่ที่ 50–80 บาทต่อกิโลกรัม ตามชั้นคุณภาพ ซึ่งเป็นราคาที่ สศก. รายงานตามฤดูกาลในช่วงพฤษภาคม - มิถุนายนของแหล่งผลิตในพื้นที่สำคัญ

นายพีรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลประมาณการดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้อย่างเหมาะสม โดยเกษตรกรใช้ประกอบการวางแผนการผลิตรอบถัดไป การจัดการคุณภาพผลผลิต ต้นทุน และช่องทางจำหน่าย ผู้รวบรวม ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออก ใช้ประกอบการวางแผนการรับซื้อ การแปรรูป การกระจายผลผลิต และ โลจิสติกส์ โดยเฉพาะลำไยที่คาดว่าจะออกมากที่สุดในเดือนสิงหาคม ส่วนหน่วยงานภาคีสามารถใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนเชิงพื้นที่และการบริหารจัดการผลผลิตตามฤดูกาล ขณะที่ผู้บริโภคจะได้รับทราบช่วงเวลาที่ผลผลิตคุณภาพดีออกสู่ตลาดมาก โดยลิ้นจี่ออกมากในช่วงพฤษภาคม–มิถุนายน และลำไยในช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ขับเคลื่อนการบริหารจัดการผลไม้ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ผ่าน 3 แผนหลัก ได้แก่ 1) การป้องกัน ควบคุม กำกับคุณภาพ มาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ผ่านการติดตามอุปสงค์–อุปทาน การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและโลจิสติกส์ 2) การปรับเพิ่มผลิตภาพและพัฒนามาตรฐาน ผ่านการส่งเสริมการผลิตตามมาตรฐาน GAP และแปลงต้นแบบ/แปลงเรียนรู้ และ 3) การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกตลาด เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้รวบรวม ผู้ส่งออก ผู้ประกอบการ โรงงานแปรรูป ห้างค้าปลีก และช่องทางออนไลน์ เพื่อสนับสนุนกระจายผลผลิตรองรับสถานการณ์ตลาด

สศก. จะติดตามสถานการณ์ผลผลิตและราคาอย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงข้อมูลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ล่าสุด เนื่องจากตัวเลขประมาณการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม หากฝนเอื้ออำนวย ผลผลิตปลายฤดูอาจเพิ่มขึ้น แต่หากเกิดภาวะแห้งแล้ง อาจส่งผลให้ผลผลิตลดลงได้ ทั้งนี้ การเผยแพร่ข้อมูลของ สศก. มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประกอบการวางแผน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมร่วมกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สศก. ร่วมกับ กสก. ลุยต่อเนื่อง ปิดจ๊อบฐานข้อมูลเกษตร 75,000 หมู่บ้าน ดึง อกม. สำรวจพื้นที่คงเหลือ 18,000 หมู่บ้านผ่าน Frame-asa ปี 2569

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์

สศก. เร่งวางแผนโลจิสติกส์เกษตร ปี 2571-2575 รับมือ Climate Change หนุน Green Logistics ยกระดับสินค้าเกษตรไทย

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ระบบโลจิสติกส์ ภาคการเกษตร เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ตลาด ตั้งแต่การรวบรวม ขนส่ง แปรรูป กระจายสินค้า ไปจนถึงการส่งออก หากมีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุน รักษาคุณภาพผลผลิต เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรไทย

สศก. ใช้ Agri-Tech ปั้น 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูโมเดลธุรกิจรายพื้นที่ เพิ่มมูลค่า–ส่งต่อรายได้ถึงเกษตรกร

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน เปิดการสัมมนาผลงานวิชาการสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย Agri-Tech

กองทุน FTA เดินหน้าปั้น 13 โครงการเกษตร จัดอบรมเข้ม “MOU-Driven Advanced Project” ยกระดับข้อเสนอโครงการสู่การแข่งขันการค้าเสรี

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรฯ กล่าวว่า กองทุน FTA เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร

สศก. ชี้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินในข้าวนาปี ช่วยลดต้นทุน เพิ่มกำไร หนุนเกษตรคาร์บอนต่ำ

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และแนวโน้มข้อกำหนดทางการค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ภาคเกษตร

สศก. ร่วมเวที ASEAN-EU Sustainability Summit 2026 ชูบทบาทไทยขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ–สุขภาพหนึ่งเดียว เสริมความมั่นคงอาหารอาเซียน

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ได้ร่วมสนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาค