“รมว.นฤมล”กระชับสัมพันธ์ ไทย – IFAD เสริมแกร่งสำนักงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อยกระดับเกษตรกรรมให้เข้มแข็ง มั่นคง

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้การต้อนรับนายโดนัลด์ บราวน์ ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายบริหารโครงการ กองทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรม (International Fund for Agricultural Development: IFAD) ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับ IFAD ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดย ศ.ดร.นฤมล ระบุว่า การหารือในครั้งนี้ถือเป็นการเยือนระดับสูงครั้งแรกภายหลังจากที่ประเทศไทย และ IFAD ได้ลงนามในความตกลงประเทศเจ้าภาพ (Host Country Agreement: HCA) เพื่อจัดตั้งสำนักงาน IFAD ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งได้ย้ายที่ทำการจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี มายังอาคารสหประชาชาติ กรุงเทพฯ และเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี 2568 ซึ่งนายโดนัลด์ บราวน์ ได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การสนับสนุนอย่างดียิ่ง พร้อมรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งสำนักงาน IFAD ในประเทศไทย โดยปัจจุบันได้มีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่บางส่วนมายังประเทศไทยแล้ว และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานครบถ้วน ซึ่งขณะนี้มีเจ้าหน้าที่คนไทยทำงานกับ IFAD แล้วประมาณ 6 - 7 คน และมีแผนที่จะรับเพิ่มเติมในอนาคต

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ตนได้แสดงความยินดีที่ IFAD ให้ความไว้วางใจเลือกประเทศไทยเป็นที่ตั้งสำนักงานประจำภูมิภาค พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งแสดงความสนใจส่งข้าราชการของกระทรวงฯ ไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงาน IFAD เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การทำงานกับองค์การระหว่างประเทศ

​นอกจากนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ IFAD เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม โดย IFAD อยู่ระหว่างจัดทำเอกสารข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ระดับประเทศ (Country Strategic Note: CSN) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือไทย-IFAD ระยะ 2 ปี ที่จะมุ่งเน้นประเด็นสำคัญในภาคเกษตร โดยเฉพาะโครงการควบคุมโรคระบาดสัตว์ข้ามพรมแดนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ภายใต้แนวคิด “One Health” ซึ่ง IFAD จะสนับสนุนงบประมาณในรูปแบบทุนภูมิภาค ครอบคลุมประเทศไทย ลาว และกัมพูชา

“สำหรับประเด็น One Health เป็นสิ่งที่ประเทศไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอด และอยู่ภายใต้ภารกิจของกรมปศุสัตว์ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ พร้อมให้การสนับสนุนโครงการอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ IFAD ยังแสดงความสนใจส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยในประเทศไทย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันความมุ่งมั่นในการร่วมมือกับ IFAD เพื่อยกระดับภาคเกษตรกรรมของไทยและภูมิภาคให้เข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน” ศ.ดร.นฤมลกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปิยะรัฐชย์ รมช.เกษตรฯ พท.ใกล้ชิดเกษตรกร-ใกล้ชิดประชาชน เราไม่ได้มาสั่งขรก.ให้ทำตามอำเภอใจ

"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์"ยุคปัจจุบัน ที่พรรคเพื่อไทย ส่งสามรัฐมนตรีมาบริหารงานกระทรวงคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ - ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรฯ และสส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยและวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ

รมช.โฮม ตั้งเป้าผลักดันเชียงรายสู่ “มหานครเกษตรแห่งภาคเหนือ“ ชูสหกรณ์เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและปฏิรูปภาคการเกษตร

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “รวมพลคนสหกรณ์ในจังหวัดเชียงราย” ซึ่งเป็นงานที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงรายจัดขึ้น

กรมหม่อนไหม จัดใหญ่ ครั้งที่ 4 มหกรรมหม่อนไหมดี 4 ภาค ยกทัพสินค้าผ้าไหม...พรีเมียมทั่วไทยกว่า 35 ร้านค้า บุกเซ็นทรัล ชลบุรี

กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับผ้าไหมไทยสู่สากล จัดงานใหญ่เอาใจคนรัก 

สศก. ร่วมเวทีนโยบายเกษตรภายใต้กรอบ OECD ณ อินโดนีเซีย นำเสนอแนวทางรับมือ Climate Change หนุนไทยเดินหน้าสู่ Technical Review ปี 2569

สศก. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักของคณะกรรมการด้านการเกษตร (Committee for Agriculture: COAG) ภายใต้ OECD ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร

“โควตานม 70:30 เขย่าโครงสร้างอุตสาหกรรมโคนมไทย” เอกชน–เกษตรกรชี้เสี่ยงผูกขาด รัฐเร่งหาจุดสมดุล

การปรับหลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2569 กำลังกลายเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของโครงสร้างอุตสาหกรรมโคนมไทย หลังร่างใหม่กำหนดสัดส่วนโควตาระหว่างสหกรณ์และรัฐวิสาหกิจที่ 70% และภาคเอกชน 30% ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากหลายภาคส่วนที่มองว่า อาจกระทบต่อกลไกตลาดและความสมดุลของทั้งระบบ